วันจันทร์ที่ 20 สิงหาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

หวั่นอันตราย ผบช.ก.ห่วงแคดดี้!

หากไม่รีบพบตำรวจ-หน.โบรกเกอร์ให้ข้อมูล

ผบช.ก.เชิญนิติเวช และ พฐ. ประชุมร่วมทีมสืบกองปราบฯเร่งคดีเสี่ยชูวงษ์ ลั่นคู่กรณีทั้ง 2 ฝ่ายไม่ต้องกังวลจะให้ความเป็นธรรมทั้งคู่ คาดไม่เกิน 2 อาทิตย์นี้น่าจะมีความชัดเจน เป็นห่วงแต่สาวที่รับโอนหุ้นขอให้รีบมาพบตำรวจเพื่อความปลอดภัย เพราะมีหลายปัจจัยบอกเหตุ ขณะเดียวกันครอบครัวเสี่ยรับเหมานำไฟล์เสียงและเอกสารที่เกี่ยวข้องมอบให้กองปราบฯอีกชุด พี่สาวเสี่ยพ้อ ถ้าเอะใจสงสัยก่อน คงยังไม่เผาศพ เผยซ้ำ ไม่อยากให้เป็นอย่างที่คิด เพราะไม่รู้ลูกหลานจะอยู่อย่างไร ไล่เลี่ยกัน หัวหน้าฝ่ายการตลาด บริษัทหลักทรัพย์ คนอนุมัติใบคำขอโอนหุ้นที่โบรกเกอร์สาวทำขึ้น โผล่ให้ข้อมูลกองปราบฯ ส่วนข้อมูลการสืบสวน พบแคดดี้สาวคนสนิทเสี่ยชูวงษ์ และโบรกเกอร์สาว สนิทสนมรู้จักกัน

ความพยายามคลี่คลายเงื่อนงำสงสัยในการตาย ของเสี่ยจืด หรือนายชูวงศ์ แซ่ตั๊ง นักธุรกิจรับเหมาก่อสร้างรายใหญ่ หลังประสบอุบัติเหตุรถชนต้นไม้เสียชีวิตในรถเลกซัส รุ่นแอลเอ็กซ์ 470 ที่มี พ.ต.ท. บรรยิน ตั้งภากรณ์ อดีต รมช.พาณิชย์ และอดีต ส.ส.นครสวรรค์ เป็นคนขับ และไม่ได้รับบาดเจ็บ เหตุเกิดในท้องที่ สน.อุดมสุข เมื่อเย็นวันที่ 26 มิ.ย. ต่อมาญาติติดใจสงสัย เพราะพบเอกสารการโอนหุ้นให้หญิงสาว 2 ราย มูลค่ากว่า 200 ล้านบาท อีกทั้งลายเซ็นในใบหุ้นไม่เหมือนผู้ตาย จึงเข้าร้องเรียน พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ผบ.ตร. ให้สืบสวนหาข้อเท็จจริง จนพบว่าหญิงสาวทั้ง 2 รายที่ได้รับ การโอนหุ้นไปนั้นคือ น.ส.กัญฐณา ศิวาธนพล อายุ 26 ปี แคดดี้สาว สนามกอล์ฟแห่งหนึ่ง และ น.ส.อุรชา หรือป้อม วชิรกุลฑล อายุ 27 ปี โบรกเกอร์ โดยรายหลังพบว่า มีการโอนหุ้นต่อให้ น.ส.ศรีธรา พรหมมา ผู้เป็นแม่ด้วย ขณะเดียวกัน ตำรวจยังได้ลงพื้นที่ตรวจสอบยิบ รวมทั้งสอบปากคำผู้ที่เกี่ยวข้องในทุกประเด็น เพื่อตอบคำถามทุกข้อสงสัยตามที่เสนอข่าวไปนั้น

ความคืบหน้าเรื่องนี้ เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 21 ก.ค. พ.ต.อ.นิธิศ บุญเจริญ ผกก.สน.อุดมสุข เปิดเผยว่า สั่งการให้พนักงานสอบสวน สน.อุดมสุข เดินทางไปศูนย์โตโยต้า สาขาสำโรง เพื่อสอบถามเจ้าหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญด้านเทคนิคของรถเลกซัส เบื้องต้น ยังไม่มีการให้รายละเอียดด้านเทคนิคต่างๆเกี่ยวกับตัวรถที่ชัดเจน โดยเฉพาะประเด็นการทำงานของระบบถุงลมนิรภัย เพราะรถคันที่เกิดเหตุมีรายละเอียดทางเทคนิคที่ค่อนข้างมาก เจ้าหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญต้องตรวจสอบรถคันที่เกิดเหตุด้วยเครื่องมือเฉพาะทาง โดยเฉพาะระบบเซ็นเซอร์ของแอร์แบ็ก หรือถุงลมนิรภัย ที่ปกติจะต้องทำงานหากเกิดการเฉี่ยวชนในระยะความเร็วที่สูงกว่า 60 กิโลเมตรต่อชั่วโมง จะต้องประสานในการตรวจสอบรถคันที่เกิดเหตุที่จอดอยู่บริเวณหน้า สน.อุดมสุข อีกครั้งในส่วนที่ พ.ต.ท.บรรยินอ้างว่ามีรถปิกอัพขับตัดหน้าทำให้รถเสียหลักจนเกิดอุบัติเหตุ เจ้าหน้าที่ได้ลงพื้นที่เพื่อหารถคันดังกล่าว แต่สภาพการจราจร ประกอบกับที่เกิดเหตุไม่มีกล้องบันทึกภาพ ทำให้ยากต่อการหารถคันที่ขับปาดหน้าตามที่กล่าวอ้าง

วันเดียวกัน พล.ต.ต.ธวัชชัย เมฆประเสริฐสุข ผบก.กองพิสูจน์หลักฐานกลาง สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า ขณะนี้ได้รับเอกสารจากกองปราบฯที่ส่งมาพิสูจน์ลายเซ็นเกี่ยวกับการโอนหุ้นให้บุคคลที่ 3 ของนายชูวงษ์ แซ่ตั๊ง โดยรวบรวมเอกสารลายมือชื่อนายชูวงษ์ในอดีต และเอกสารจากตลาดหลักทรัพย์ที่นายชูวงษ์ ลงลายมือชื่อโอนหุ้น ขั้นตอนต่อไปจะมาเทียบเคียงทางเทคนิค เช่น การลงน้ำหนักของตัวอักษร ตามขั้นตอนทั้งหมดอาจจะต้องใช้เวลาอีกสักระยะ เพื่อความชัดเจนว่าเป็นการลงลายมือชื่อที่ถูกต้องของนายชูวงษ์จริงหรือไม่ แต่เนื่องจากคดีนี้เป็นคดีสำคัญกองพิสูจน์หลักฐานจะเร่งรัดให้เร็วที่สุด ส่วนกรณีการตรวจสอบรถยนต์คันที่เกิดเหตุ มีการตั้งข้อสังเกตว่าถุงลมนิรภัยไม่ทำงานขณะรถเกิดอุบัติเหตุนั้น เบื้องต้นน่าจะเกิดจากความเร็วขณะเกิดอุบัติเหตุจากถนนจนไปถึงขอบทาง มีความเร็วไม่มากพอที่จะทำให้เซ็นเซอร์ตรวจจับของถุงลมนิรภัยทำงานขณะที่รถประสบอุบัติเหตุ แต่ในส่วนของรายละเอียดมากกว่านี้ต้องใช้ระยะเวลาและการตรวจสอบ เช่น ความเร็วของรถขณะขับก่อนจะเกิดอุบัติเหตุมีมากน้อยแค่ไหน รวมทั้งสภาพความเสียหายของรถที่เกิดอุบัติเหตุมาประกอบกันด้วย

ด้านกองปราบปราม เมื่อเช้าวันเดียวกัน พล.ต.ท. ฐิติราช หนองหารพิทักษ์ ผบช.ก. เรียกประชุมคณะทำงานคลี่คลายคดีการเสียชีวิตของนายชูวงษ์ เสี่ยรับเหมาก่อสร้างระดับประเทศ โดยมี พ.ต.อ.อัคราเดช พิมลศรี รรท.ผบก.ป. พ.ต.อ.ณษ เศวตเลข พ.ต.อ.ประเสริฐ พัฒนาดี พ.ต.อ.สุทิน ทรัพย์พ่วง รอง ผบก.ป. พร้อมคณะพนักงานสอบสวน รวมทั้งผู้เชี่ยวชาญจากกองพิสูจน์หลักฐาน และแพทย์นิติเวช เข้าร่วมประชุม

พล.ต.ท.ฐิติราชกล่าวว่า ขอญาติพี่น้องผู้เสียชีวิตอย่าได้กังวล ขณะเดียวกันคู่กรณีก็ไม่ต้องวิตก ตำรวจจะให้ความเป็นธรรมกับทั้ง 2 ฝ่าย ทุกอย่างจะเป็นไปตามหลักฐานที่ปรากฏ จะผิดหรือถูกว่าไปตามพยานหลักฐาน อีกอย่างคือเรื่องที่ญาติผู้เสียหายอาจรู้สึกว่า คู่กรณีเป็นตำรวจแล้วอาจจะช่วยเหลือกัน ขอให้วางใจได้ ทั้งหมดทำงานจากพยานหลักฐาน จะดำเนินการอย่างละเอียดรอบคอบ หากพบพยานหลักฐานต่างๆ การกระทำความผิดตรงไหน อย่างไร จะดำเนินการ ขอยืนยันว่าให้วางใจทางเจ้าหน้าที่ได้ในจุดนี้ เมื่อถามถึงการดำเนินการในส่วนของ บก.ป.ว่า จะตรวจสอบเรื่องการโอนหุ้นของผู้เสียชีวิตเพียงเรื่องเดียวหรือไม่ พล.ต.ท.ฐิติราชกล่าวว่า เรื่องนี้แบ่งเป็น 2 เหตุการณ์ที่เกี่ยวข้องเชื่อมโยง คงไม่สามารถทำเรื่องใดเรื่องหนึ่งโดยเฉพาะได้ เรื่องหลักๆ คงเป็นกรณีอุบัติเหตุรถชนกัน เป็นความรับผิดชอบของตำรวจนครบาล แต่ บก.ป.และ บช.ก.จะเป็นเรื่องที่ญาติผู้เสียชีวิตได้มาร้องทุกข์กรณีการโอนหุ้น แต่จะเริ่มต้นตั้งแต่กรณีการเสียชีวิตจากอุบัติเหตุไล่ไป ทั้ง 2 คดีนี้อย่างที่บอก อาจเกี่ยวข้องหรือไม่เกี่ยวข้องก็ได้ ทั้งหมดเป็นข้อเท็จจริงที่ยังต้องสืบสวนสอบสวน คาดว่าไม่น่าเกิน 2 สัปดาห์ น่าจะชัดเจนมากขึ้น ส่วนกรณีหญิงสาวที่ได้รับโอนหุ้นไปนั้น ตำรวจพยายามติดต่อให้เข้ามาพบเพื่อให้ข้อมูล และทางตำรวจเป็นห่วง เพราะกรณีที่เกิดขึ้น มีเหตุปัจจัยหลายอย่างที่อาจทำให้รู้สึกวิตกกังวล เกรงว่าจะได้รับอันตรายหลังตกเป็นข่าว ทางที่ดีอยากให้มาพบเจ้าหน้าที่จะดีที่สุด และเพื่อความปลอดภัยมากกว่า

ต่อมาเวลา 16.00 น. พล.ต.ท.ฐิติราชเปิดเผยอีกครั้งหลังประชุมเสร็จสิ้นว่า คงต้องประมวลข้อมูลต่างๆ เพื่อพิสูจน์ทราบทั้งหมด เรื่องรถชนก็เป็นส่วน หนึ่ง เรื่องหุ้นก็เป็นอีกเรื่องหนึ่งที่ต้องพิสูจน์ โดยทั้ง 2 เรื่องอาจจะเกี่ยวข้องหรือไม่เกี่ยวข้องกันเลยก็ได้ วันเดียวกันนี้ ได้เชิญแพทย์นิติเวช ที่ได้ตรวจพิสูจน์ศพผู้เสียชีวิตมาให้ข้อมูล และทางกองพิสูจน์หลักฐานที่ได้ไปตรวจสอบรถคันเกิดเหตุ ในบริเวณจุดเกิดเหตุเพื่อมาให้ข้อมูลทางวิทยาศาสตร์ มีความน่าเชื่อถือ และถือว่าเป็นข้อมูลที่จะใช้ประกอบการสืบสวน ส่วนข้อเท็จจริงของเรื่องที่เกิดขึ้นจะเป็นสาระสำคัญที่จะอธิบายได้ดีที่สุด จะทำทั้ง 2 เรื่องพร้อมกัน แต่จะตรวจสอบเรื่องหุ้นเป็นหลัก เพราะหากพบความผิดปกติในส่วนนี้ การเสียชีวิตน่าจะเชื่อมโยงกับเรื่องนี้ แต่ถ้าเรื่องหุ้นไม่มีอะไรผิดปกติ การเสียชีวิตอาจจะต้องแยกส่วนกัน

ขณะที่ พ.ต.อ.อัคราเดช พิมลศรี รรท.ผบก.ป. กล่าวว่า ที่ประชุมในวันนี้ ได้รับข้อมูลเพิ่มเติมจากส่วนต่างๆ ทั้งจากแพทย์นิติเวช รพ.ตำรวจ โดยผลการชันสูตรได้แจ้งให้เราทราบแล้ว จะใช้เป็นแนวทางในการสืบสวนสอบสวนการเสียชีวิตของนายชูวงษ์ มีจุดที่ต้องตรวจสอบและพิสูจน์หลายอย่าง ตั้งแต่ศีรษะถึงหน้าแข้ง ส่วนเรื่องการโอนหุ้นของผู้เสียชีวิต มีข้อสังเกตที่ต้องพิสูจน์ทราบหลายประการ ไม่ว่าจะเป็น เรื่องการโอนไปให้บุคคลที่ 3 รวม 2-3 คน รวมทั้ง เอกสารต่างๆที่บันทึกเอาไว้ หรือแม้กระทั่งเสียงที่ได้มา ต้องมีการตรวจสอบ รวมทั้งลายเซ็นนายชูวงษ์ด้วย ทุกอย่างเป็นข้อสงสัย ต้องพิสูจน์โดยหลักการทางวิทยาศาสตร์ มีมาตรฐานที่ต้องตอบคำถามได้ชัดเจนให้กับทุกฝ่าย เมื่อถามว่า การเสียชีวิตของนายชูวงษ์ บุคคลใดจะได้ประโยชน์ รรท.ผบก.ป.ระบุว่า มีการตั้งข้อสังเกตเรื่องนี้ เมื่อถามต่อว่าเมื่อนายชูวงษ์เสียชีวิต พ.ต.ท.บรรยินจะได้ประโยชน์จากส่วนนี้หรือไม่ พ.ต.อ.อัคราเดชกล่าวว่า ขอให้เป็นข้อมูลในการสอบสวน คงยังไม่สามารถเปิดเผยได้

ต่อข้อถามถึงกรณีการโอนหุ้นจากผู้เสียชีวิตไปยังบุคคลที่ 3 นั้น เมื่อถึงที่สุดหากมีการขายหุ้นไปแล้ว เงินที่ได้มาจะต้องคืนให้กับครอบครัวผู้เสียชีวิตด้วยหรือไม่ พ.ต.อ.อัคราเดชกล่าวว่า กรณีการโอนหุ้น ขณะนี้ได้อายัดไว้แล้ว เรื่องการซื้อขายหุ้น ต้องตรวจสอบว่ามีกฎหมายอื่นที่ต้องนำมาพิจารณาด้วยหรือไม่ ขณะที่พยานในคดีนี้สอบปากคำไปประมาณ 5 ปากแล้ว เป็นการสอบปากคำเพื่อให้ได้ข้อมูลจากผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการซื้อขายหรือโอนหุ้นของผู้เสียชีวิตทั้งหมด ส่วนการตรวจสอบเส้นทาง การเงินบุคคลต่างๆ ได้ประสานไปทางธนาคารต่างๆ แล้ว แต่ยังไม่ได้รับข้อมูลกลับมา

ก่อนหน้านี้ เมื่อเวลา 14.15 น. นางศิริรัตน์ แซ่ตั๊ง อายุ 51 ปี ภรรยานายชูวงษ์ น.ส.วันเพ็ญ ธนธรรมศิริ อายุ 54 ปี พี่สาวนายชูวงษ์ และนายกันต์ แซ่ตั๊ง อายุ 22 ปี ลูกชายนายชูวงษ์ พร้อมทนายความ เข้าพบพนักงานสอบสวน กก.1 บก.ป. เพื่อให้ปากคำเพิ่มเติม พร้อมนำไฟล์เสียงต่างๆของนายชูวงษ์มามอบไว้เป็นหลักฐาน

โดย น.ส.วันเพ็ญ ธนธรรมศิริ พี่สาวนายชูวงษ์กล่าวว่า รู้สึกเป็นห่วง และกังวลในเรื่องของคดีความ รวมทั้งการตรวจสอบข้อเท็จจริงเพื่อหาสาเหตุการเสียชีวิต พวกตนเป็นเพียงนักธุรกิจ ไม่ได้มีเส้นสายหรืออำนาจใดๆ แต่ยังเชื่อมั่นในกระบวนการยุติธรรมว่า จะสามารถไขข้อข้องใจของทางตนได้ ทั้งนี้ยืนยันว่า ตนรู้รายละเอียดนายชูวงษ์เกือบทุกเรื่อง โดยเฉพาะการซื้อ-ขาย หรือโอนหุ้น เนื่องจากตน และนายชูวงษ์ทำงานด้วยกันมานาน ทุกครั้งน้องชายจะปรึกษาและเล่าว่าซื้อ-ขาย โอนหุ้นจากใคร มีปัญหากับบุคคลใดบ้าง แต่ที่ต้องให้ตำรวจกองปราบปรามช่วยตรวจสอบในส่วนของหุ้นนั้น เป็นเพราะครั้งนี้ ตนไม่ทราบเรื่อง ประกอบกับเมื่อเห็นลายเซ็น ทราบทันทีว่าไม่ใช่ลายเซ็นน้องชาย

น.ส.วันเพ็ญกล่าวด้วยว่า ก่อนหน้านี้ตนและนายชูวงษ์เคยเปิดพอร์ตเล่นหุ้นของธนาคารกสิกรไทยด้วยกัน ก่อนที่นายชูวงษ์จะไปเรียนวิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร (วปอ.) ทำให้รู้จักกับ พ.ต.ท.บรรยิน และ พ.ต.ท.บรรยินได้ชวนนายชูวงษ์และตนเปิดพอร์ตหุ้นของบริษัทหนึ่ง พวกตนได้ตัดสินใจเปิดพอร์ตพร้อมกัน ก่อนที่ พ.ต.ท.บรรยินจะชักชวนให้ย้ายพอร์ตไปเปิดกับอีกบริษัทหนึ่ง ซึ่งนายชูวงษ์ทำตามคำแนะนำ และชวนตนให้ย้ายไปด้วยกัน แต่ตนปฏิเสธเพราะไม่อยากให้ยุ่งยาก พอเกิดเหตุจึงฉุกใจคิดถึงเรื่องนี้ขึ้นมาว่าเรื่องดังกล่าวอาจจะเกี่ยวข้องกัน

“เดิมทีไม่เคยมีใครสงสัยหรือติดใจประเด็นการเสียชีวิตของนายชูวงษ์ยังรู้สึกผิดถึงวันนี้ หากตอนนั้นรู้สึกเอะใจ หรือสงสัย คงยังไม่เผาศพและอาจจะได้พยานหลักฐานที่ชัดเจนกว่านี้ ใจจริงนั้น ไม่อยากให้เป็นอย่างที่คิดหรือสงสัย เพราะไม่เช่นนั้นมันจะน่ากลัวมาก ลูกๆหลานๆจะอยู่อย่างไร แล้วที่คู่กรณีบอกตลอดว่าเป็นเพื่อนสนิทกับน้องชาย รักกันมากขนาดนั้น แต่ที่ผ่านมาตั้งแต่เกิดเหตุ ไม่เคยออกมาขอโทษเราสักครั้งเดียวแต่กลับไปให้ข่าวไปออกรายการที่ทำให้พวกเรา และน้องชายเราเสื่อมเสีย นี่หรือคือคนสนิทกัน” น.ส.วันเพ็ญกล่าวทิ้งท้าย

ไล่เลี่ยกัน น.ส.สุรดา เที่ยงธรรม หัวหน้าฝ่ายการตลาด บริษัทหลักทรัพย์ เออีซี จำกัด พร้อมทนายความ เดินทางเข้าพบ พ.ต.อ.อัคราเดช พิมลศรี รรท.ผบก.ป. และพนักงานสอบสวน เพื่อมอบเอกสารหลักฐาน รวมทั้งสอบปากคำขั้นตอนการทำธุรกรรม โดยมีรายงานข่าวแจ้งว่า น.ส.สุรดาเป็นผู้ลงนามอนุมัติในใบคำขอถอนโอนหลักทรัพย์การโอนหุ้นที่ น.ส.อุรชา วชิรกุลฑล โบรกเกอร์ได้ทำขึ้น มีผู้ตายเป็นคนเซ็นชื่อ เมื่อวันที่ 8 มิ.ย.ที่ผ่านมา โดยในคำขอถอนโอนหลักทรัพย์ ได้ปรากฏหุ้น 3 ตัวที่นายชูวงษ์ได้โอนให้ น.ส.ศรีธรา พรหมมา แม่ น.ส.อุรชาประกอบไปด้วย หุ้น BBL จำนวน 50,000 หุ้น CPN จำนวน 600,000 หุ้น และ PTTEP จำนวน 40,000 หุ้น มูลค่า 40 ล้านบาท

รายงานข่าวแจ้งด้วยว่า สำหรับ น.ส.กัญฐณา ศิวาธนพล และ น.ส.อุรชา วชิรกุณฑล นั้น ในเบื้องต้นพบว่ายังคงอยู่ในเมืองไทยและยังไม่ได้หลบหนีออกนอกประเทศ ทั้งนี้ ได้ประสานงานไปยังสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองช่วยตรวจสอบอีกทางหนึ่ง ในส่วนของความสัมพันธ์ของทั้งคู่นั้นพบว่า ทั้งคู่รู้จักกัน มีความสนิทสนมกัน และมีการพูดคุยติดต่อกันจริง อยู่ระหว่างการตรวจสอบหาความเชื่อมโยงของทั้งคู่เกี่ยวกับเรื่องการรับโอนหุ้นจากนายชูวงษ์

ผบช.ก.เชิญนิติเวช และ พฐ. ประชุมร่วมทีมสืบกองปราบฯเร่งคดีเสี่ยชูวงษ์ ลั่นคู่กรณีทั้ง 2 ฝ่ายไม่ต้องกังวลจะให้ความเป็นธรรมทั้งคู่ คาดไม่เกิน 2 อาทิตย์นี้น่าจะมีความชัดเจน เป็นห่วงแต่สาวที่รับโอนหุ้นขอให้รีบมาพบตำรวจ 22 ก.ค. 2558 06:50 22 ก.ค. 2558 07:20 ไทยรัฐ