วันอังคารที่ 23 ตุลาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
ทักษิณงดวันเกิด ผบ.ทบ.โต้ห้ามพบ หึ่งปรับครม.โละทีมศก.

ทักษิณงดวันเกิด ผบ.ทบ.โต้ห้ามพบ หึ่งปรับครม.โละทีมศก.

  • Share:

“ประยุทธ์” หงุดหงิดถูกซักปรับ ครม.โละทีมเศรษฐกิจ ท้าสื่อเสนอชื่อมาเลย เดี๋ยวไปคิดเอง วอนคนไทยอย่าหยิบทุกเรื่องมาโจมตีรัฐบาล “ยงยุทธ” พ้อ รมต.ทุกคนลุยงานหนักเต็มที่แล้ว สะพัด “บิ๊กตู่” ขีดเส้นช้าสุดก่อน 12 ส.ค. จ่อรื้อใหญ่ครั้งเดียว เล็งโละทิ้งดรีมทีม “หม่อมอุ๋ย” เด็ก ปชป.ยุเขี่ย “ปรีดิยาธร” พ้น หน.ทีมเศรษฐกิจ ซัดจาก คมช.ถึง คสช.แก้ปัญหาเหลว ขณะที่ “กฤษฎา” สร้างประวัติศาสตร์สิงห์ทองคนแรก แหกด่านสิงห์ดำ-สิงห์แดงผงาดนั่งปลัด มท. ผู้ใหญ่ห่วงตกอยู่ในวงล้อมทำงานลำบาก กมธ.ยกร่างฯต่อเวลาปั๊มร่าง รธน.อีก 30 วัน “ไพบูลย์” แจงวุ่นตัดสิทธินักการเมืองเฉพาะตัวการทุจริต “ทักษิณ” บินเงียบกลับดูไบ งดฉลองเบิร์ธเดย์ 66 ปี

จากกรณีมีกระแสข่าวการปรับคณะรัฐมนตรี (ครม.) ออกมาตลอดอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะเสียงเรียกร้องให้ปรับทีม ครม.เศรษฐกิจ ขณะที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ก็ยังไม่มีคำตอบที่ชัดเจนออกมานั้น

“บิ๊กตู่” ขออย่าหยิบทุกเรื่องตีรัฐบาล

เมื่อเวลา 08.30 น.ที่หน้าตึกนารีสโมสร ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เป็นประธานเปิดการประกาศใช้ พ.ร.บ.การอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตของทางราชการ พ.ศ.2558 และเปิดตัวคู่มือสำหรับประชาชนและเว็บไซต์ศูนย์รวมข้อมูลเพื่อติดต่อราชการ เพื่อแก้ปัญหาความไม่สะดวกในการรับบริการจากภาครัฐ และป้องกันเจ้าหน้าที่รัฐทุจริตคอร์รัปชันอีกทางหนึ่ง โดยมีนายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯเข้าร่วม ทั้งนี้ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวเปิดงานตอนหนึ่งว่า ฝากน้ำใจให้กันด้วย คนเรามีชีวิตจิตใจเหมือนกัน ข้าราชการก็พร้อมจะทำ แต่ปัญหาอยู่ที่ว่าวันนี้เพิ่งเริ่มต้นต้องใช้เวลาปรับเปลี่ยน หากเวลาเกินกว่าที่แจ้งประชาชนไว้ จะฟ้องเลยก็ไม่ใช่ ต้องดูเหตุดูผลด้วย เหมือนวันนี้ที่สนามบินมีปัญหาพอตรวจความเข้มงวดตรวจ สัมภาระ ต้องเข้าคิวคอยนาน วันนี้หลายเรื่องกำลังจะดีขึ้นมา ก็อย่าไปพูดอะไรที่ไม่ดี ตนขอร้องแล้วกันพยายามเอาเรื่องดีๆ ออกมาบ้าง คนจะได้มีความสุข การค้า การลงทุน เศรษฐกิจก็ดีขึ้น ถ้าทุกคนตีกันทุกเรื่องสถานการณ์ก็ไม่ดี ความเชื่อมั่นก็ไม่เกิด เตือนมาครั้งเดียวมันก็โอเคแล้ว รัฐบาลรับทุกเรื่องอยู่แล้ว

นัด ครม.โชว์ฟิต“ปั่นเพื่อแม่” 28 ก.ค.

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ต่อมา พล.อ.ประยุทธ์ เป็นประธานการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) โดยทั้งนายกฯและบรรดารัฐมนตรีทั้งหมด พร้อมใจกันใส่เสื้อสีฟ้า “Bike for Mom ปั่นเพื่อแม่” เพื่อรณรงค์กิจกรรมจักรยานเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าฯพระบรมราชินีนาถ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร เสด็จฯเป็นองค์ประธาน ในวันที่ 16 ส.ค. ตามที่นายกฯมีบัญชาสั่งให้รัฐมนตรีทุกคนใส่เสื้อ“ปั่นเพื่อแม่” เข้าประชุม ครม.ในวันที่ 21 ก.ค. และ 28 ก.ค. ขณะที่เจ้าหน้าที่สำนักโฆษก สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ให้ช่างภาพโทรทัศน์ขึ้นไปบันทึกภาพก่อนการประชุม โดย พล.อ.ประยุทธ์ได้แจ้งในที่ประชุม ครม.ว่าวันที่ 28 ก.ค.ขอให้รัฐมนตรีทุกคนใส่เสื้อปั่นเพื่อแม่ และให้นำจักรยานมาปั่นก่อนประชุม ครม.ด้วย

นายกฯลั่นปรับ ครม.ขอคิดเอง

จากนั้นเวลา 14.00 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ ตอบข้อถามผู้สื่อข่าวระหว่างการแถลงภายหลังเป็นประธานการประชุม ครม.โดยระหว่างที่กล่าวถึงคณะกรรมการขับเคลื่อนมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจและการลงทุนของประเทศเพื่อบริหารเศรษฐกิจมหภาค ผู้สื่อข่าวได้ถามถึงกระแสข่าวการปรับ ครม.ว่า นายกฯต้องมีการปรับ ครม.ทีมเศรษฐกิจเพื่อให้การบริหารดีขึ้นหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ ตอบย้อนกลับผู้สื่อข่าวทันทีว่า “ทำไมล่ะ เดี๋ยวก็ปรับมาสิ ปรับมาเลย เสนอมาผมจะรับ เดี๋ยวผมไปคิดเอง”

เมินวิกิลีกส์ปูดสอดแนมมือถือในไทย

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวถึง กรณีเว็บไซต์วิกิลีกส์อ้างว่ามีการเผยแพร่อีเมลสื่อสารภายในของบริษัท Hacking Team ผู้จำหน่ายซอฟท์แวร์สอดแนมสัญชาติอิตาลีกับกองทัพบก เพื่อจัดซื้อโปรแกรมคอมพิวเตอร์ดังกล่าวมาใช้เพื่อสอดแนมข้อมูลผู้ใช้โทรศัพท์มือถือ และคอมพิวเตอร์ในไทยว่า “ถ้าคุณจะเชื่อเขาก็แล้วแต่ วิกิลีกส์นี่โดนฟ้องร้องตั้งเยอะแยะทำไมต้องไปพึ่งพาเขา อะไรที่เป็นเรื่องของเราก็คือของเรา เป็นเรื่องภายในประเทศเรา ทำไมจะต้องไปพึ่งแฮกเกอร์ ปัดโธ่เอ้ย” เมื่อถามย้ำว่าวิกิลีกส์ระบุว่าเกิดกรณีดังกล่าวตั้งแต่สมัยนายกฯเป็น ผบ.ทบ. พล.อ.ประยุทธ์ ตอบว่า “ผมไม่ได้ทำ ไม่รู้จักพวกวิกิลีกส์สักคน ทำไมต้องไปทำ ไม่ใช่หน้าที่ของผมยืนยันว่าไม่มีการเข้าถึงข้อมูลใดๆของประชาชนแน่นอน ใครเขาจะเข้าไปดูของคุณล่ะ ใครจะอยากรู้ว่าคุณไปติดต่อกับใครต่อใครบ้าง ขอเถอะอะไรที่มันเรื่องเบาๆ ขอให้มันเบาลงไป ไม่ใช่มาซ้ำให้มันหนักกว่าเดิม วันนี้ท่านเชื่อความตั้งใจของผมไหมเล่าที่มายืนตรงนี้ ถ้าเชื่อต้องช่วยผม เว้นแต่ไม่เชื่อผมก็แล้วแต่ ผมก็ไม่อยู่แค่นั้นเอง จะอยู่ไปให้มันเดือดร้อนทำไม”

“ยงยุทธ” พ้อ รมต.ทุกคนเต็มที่แล้ว

ที่ทำเนียบรัฐบาล นายยงยุทธ ยุทธวงศ์ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกระแสข่าวการปรับคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า มองว่าตลอดการทำงานของ ครม.ชุดนี้ ทุกคนทำงานกันหนัก ทำกันอย่างเต็มที่แล้ว และหากจะมีการปรับ ครม.จริง แน่นอนก็เป็นสิทธิของนายกฯจะเป็นคนตัดสินใจ จะปรับเปลี่ยนให้ใครออก เมื่อถามว่า มีการมองกันว่าที่นายกฯไม่กล้าปรับใครออก เพราะเกรงใจเนื่องจากเป็นคนที่นายกฯไปขอให้มาช่วยทำงานทั้งนั้น นายยงยุทธกล่าวว่า นายกฯคงไม่ได้เกรงใจ แต่ท่านเห็นในความตั้งใจและพูดอยู่เสมอว่า ทุกคนสู้งานกันเต็มที่ ส่วนที่มีเสียงเรียกร้องให้ปรับ ครม.โดยเฉพาะทีมเศรษฐกิจนั้น นายกฯตอบไปแล้ว ตนไม่มีความเห็น

เผยปรับ ครม.แน่ช้าสุด 12 ส.ค.

ผู้สื่อข่าวรายงานจากทำเนียบรัฐบาลว่า สำหรับความคืบหน้าการปรับคณะรัฐมนตรี (ครม.) ประยุทธ์ 2 ล่าสุดค่อนข้างชัดเจนว่าจะมีการปรับ ครม.แน่นอนอย่างเร็วที่สุดก่อนสิ้นเดือน ก.ค. และอย่างช้าที่สุดก่อนวันที่ 12 ส.ค. โดย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช.จะตัดสินใจปรับ ครม.ใหญ่ เนื่องจากรัฐบาลบริหารงานเกือบครบ 1 ปีแล้ว อยากปรับพร้อมกันในคราวเดียว ไม่อยากปรับเปลี่ยนบ่อย เพราะเกรงใจ ครม.ซึ่งส่วนใหญ่เป็นคนที่นายกฯเชิญมา โดยครั้งนี้จะเน้นไปที่รัฐมนตรีทีมเศรษฐกิจ ที่เป็นปัญหาใหญ่ของรัฐบาลขณะนี้ ส่งผลต่อความเชื่อมั่นโดยรวมของรัฐบาล มีความเป็นไปได้จะปรับออกเกือบทั้งหมด โดยรัฐมนตรีเศรษฐกิจส่วนใหญ่เป็นทีมที่ ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล รองนายกรัฐมนตรี ชักชวนเข้ามารับตำแหน่ง ขณะเดียวกันการปรับ ครม.ครั้งนี้ จะนำโผโยกย้ายนายทหารประจำปี มาประกอบการตัดสินใจด้วย เพื่อเกลี่ยตำแหน่งเกลี่ยโควตาให้ได้รับความพึงพอใจทุกฝ่าย

ปชป.ติงอย่าล็อกเป้า รบ.แห่งชาติ

ที่พรรคประชาธิปัตย์ นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ รองหัวหน้าพรรค กล่าวถึงแนวคิดสร้างความปรองดองและตั้งรัฐบาลแห่งชาติ ตามแนวทางที่ พล.อ.เอกชัย ศรีวิลาศ สปช.และรองประธาน กมธ.ปฏิรูปการเมืองเปิดเผยว่า การสร้างความปรองดองโดยยึดแนวทางนิรโทษกรรมหรืออภัยโทษให้ทุกฝ่าย อย่างที่เคยพยายามเสนอมาเหมือนให้รีเซ็ตกันใหม่ ไม่น่าจะ ถูกต้อง เป็นคนละเรื่องเดียวกับการตั้งรัฐบาลแห่งชาติ ถ้าจะสร้างความปรองดองควรกำหนดกระบวนการ ขั้นตอนให้ชัดเจนและเผยแพร่ให้สาธารณชนทราบให้มีส่วนร่วม ส่วนการตั้งรัฐบาลแห่งชาติ โดยหลักจะตั้งขึ้นเพื่อเข้ามาแก้ไขปัญหาเฉพาะด้าน การตั้งรัฐบาลควรให้ประชาชนเป็นผู้ตัดสินใจ ผ่านการเลือกตั้งตามระบอบประชาธิปไตยเองจะดีกว่า การตั้งเป้าหมายหรือตั้งธงไว้ล่วงหน้า โดยพยายามกำหนดหรือออกแบบวิธีการให้เป็นรัฐบาลแห่งชาติของคนไม่กี่สิบคน ทำไมคนออกแบบกติกา จึงไม่มองที่ต้นตอของปัญหา รัฐบาลแห่งชาติที่พูดกันเข้าใจว่าเป็นเรื่องส่วนบุคคลมากกว่าที่จะทาบทามกัน ไม่เกี่ยวกับพรรค

จี้แซะ “หม่อมอุ๋ย” พ้น หน.ทีมเศรษฐกิจ

นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี อดีต ส.ส.กทม.พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกระแสการปรับ ครม.ของรัฐบาลว่า ทีมเศรษฐกิจของรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ ยังดีกว่าทีมเศรษฐกิจรัฐบาลยิ่งลักษณ์ แต่ถ้าต้องการปฏิรูปต้องเปลี่ยนหัวหน้าทีมเศรษฐกิจคือ ม.ร.ว.
ปรีดิยาธร เทวกุล รองนายกฯ ที่มีโอกาสบริหารเศรษฐกิจหลังการรัฐประหารสองยุคคือ ยุค คมช.และ คสช. แต่ไม่สามารถทำให้เศรษฐกิจเติบโตได้ ทำได้แค่ประคับคองเท่านั้น เพราะไม่มีนโยบายเชิงรุกและแก้ปัญหาเฉพาะหน้าไม่ทันท่วงที ทั้งเรื่องประมง และปัญหาไอเคโอขึ้นธงแดงมาตรฐานการบินประเทศไทย ไม่มีการเดินเกมล่วงหน้า ไม่เตรียมความพร้อม หากไม่รีบดำเนินการจะกระทบกับอาหารแช่แข็งและเศรษฐกิจไทยในอนาคต แสดงให้เห็นว่านโยบายเศรษฐกิจไม่รองรับการปฏิรูป

ครม.ไฟเขียวตั้งบิ๊ก มท.9 ตำแหน่ง

อีกเรื่อง ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในการประชุม ครม.เมื่อวันที่ 21 ก.ค. ครม.มีมติเห็นชอบแต่งตั้งข้าราชการพลเรือนกระทรวงมหาดไทย ตำแหน่งประเภทบริหารระดับสูง ประกอบด้วย 1.นายกฤษฎา บุญราช อธิบดีกรมการปกครอง เป็นปลัดกระทรวงมหาดไทย 2.นายไมตรี อินทุสุต รองปลัดกระทรวงมหาดไทย เป็นอธิบดีกรมพัฒนาชุมชน 3.นายจรินทร์ จักกะพาก รองปลัดกระทรวงมหาดไทย เป็นอธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น 4.นายอภินันท์ ซื่อธานุวงศ์ รองปลัดกระทรวงมหาดไทย เป็นอธิบดีกรมที่ดิน 5.ร.ต.ท.อาทิตย์ บุญญะโสภัต รักษาการรองปลัดกระทรวงมหาดไทย เป็นอธิบดีกรมการปกครอง 6.นายชยพล ธิติศักดิ์ ผวจ.นครสวรรค์ เป็นรองปลัดกระทรวงมหาดไทย 7.นายณัฐพงศ์ ศิริชนะ ผวจ.นราธิวาส เป็นรองปลัดกระทรวงมหาดไทย 8.นายประทีป กีรติเรขา ผวจ.อุบลราชธานี เป็นรองปลัดกระทรวงมหาดไทย และ 9.นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ ผวจ.ชัยนาท เป็นรองปลัดกระทรวงมหาดไทย

“กฤษฎา” สิงห์ทองคนแรกผงาด

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายกฤษฎาจบการศึกษาคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง ถือเป็นสิงห์ทองคนแรกที่ก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งปลัดกระทรวงมหาดไทย โดยเป็นคนทำงานมีฝีมือ ขึ้นชื่อเรื่องเป็นคนมือสะอาดตั้งแต่รับราชการอยู่ส่วนภูมิภาค ผ่านงานในพื้นที่ภาคใต้ มีประสบการณ์ตำแหน่งสำคัญ โดยทำงานเข้าตาและใกล้ชิดผู้ใหญ่ขณะดำรงตำแหน่ง ผวจ.ยะลา และสงขลา จึงมีผู้ให้การสนับสนุน ขึ้นสู่ตำแหน่งอธิบดีกรมการปกครอง จนฝ่าด่านขึ้นไปเป็นปลัดกระทรวงได้ อย่างไรก็ตาม ผู้บริหารระดับสูงของกระทรวงมหาดไทย ถูกยึดครองโดยสิงห์ดำ รัฐศาสตร์ จุฬาฯเกือบทั้งหมด ทั้งกรมการปกครอง กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กรมที่ดิน กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น รวมถึงรองปลัดกระทรวง ที่ต้องเป็นแขนขาของปลัดกระทรวง แต่นายกฤษฎาเป็นสิงห์ทองเพียงคนเดียวที่มีพลังผลักดันให้แหวกม่านประเพณีขึ้นสู่ตำแหน่งสูงสุด โดยที่ไม่สามารถต้านทานได้ จึงมีผู้ใหญ่เป็นห่วงว่ากลไกขับเคลื่อนกระทรวงที่ต้องผ่านเครือข่ายสิงห์ดำ อาจมีปัญหาอุปสรรค เสี่ยงกลายเป็นปลัดขาลอยหรือสะดุดล้มได้

กมธ.ยกร่างฯ ต่อเวลาทำงาน 30 วัน

อีกเรื่อง เมื่อเวลา 13.30 น. ที่รัฐสภา มีการประชุมคณะกรรมาธิการ (กมธ.) ยกร่างรัฐธรรมนูญ โดยมีนายมานิจ สุขสมจิตร รองประธาน กมธ.ยกร่างฯคนที่ 2 ทำหน้าที่เป็นประธานการประชุม จากนั้น พล.อ.เลิศรัตน์ รัตนวานิช โฆษก กมธ.ยกร่างฯ แถลงว่า ที่ประชุมมีมติเอกฉันท์ให้ขยายระยะเวลาการทำงานออกไปอีก 30 วัน ทำให้กำหนดส่งร่างรัฐธรรมนูญให้ สปช.พิจารณาเป็นวันที่ 22 ส.ค.จากเดิมวันที่ 23 ก.ค. เนื่องจาก กมธ.ยกร่างฯจำเป็นต้องพิจารณาคำขอแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญของ สปช.และ ครม.ที่เสนอเข้ามามาก บางคำขอส่งผลกระทบต่อโครงสร้างร่างรัฐธรรมนูญ โดยเฉพาะการเสนอให้ปรับจำนวนมาตราและเนื้อหาภาค 4 ว่าด้วยการปฏิรูปและการสร้างความปรองดอง เพื่อให้เกิดความรอบคอบในเรื่องถ้อยคำ และเลขมาตรา จึงขอขยายเวลาการทำงานออกไป เพื่อให้ร่างรัฐธรรมนูญออกมาสมบูรณ์และดีที่สุด ในช่วง 30 วันที่ขอขยายเวลา กมธ.ยกร่างฯจะเชิญตัวแทนจาก สปช.และ ครม.ในฐานะผู้เสนอคำขอแก้ไขร่างรัฐธรรมนูญ มารับฟังเหตุผลการแก้ไขเนื้อหาทั้งหมดในวันที่ 17-19 ส.ค.

เลี่ยงตอบหั่นบ้าน 111–109 สมัคร ส.ส.

เมื่อถามว่า มีเสียงวิจารณ์ มาตรา 111 ว่าด้วยคุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามของผู้สมัคร ส.ส.ที่ถูกห้ามดำรงตำแหน่งทางการเมือง ไม่มีสิทธิจะลงสมัคร ส.ส.ได้ยังไม่ชัดเจน พล.อ.เลิศรัตน์ตอบว่า ทุกอย่างชัดเจนอยู่แล้ว ไม่มีอะไรไม่ชัดในรัฐธรรมนูญ ที่ผ่านมาบทบัญญัติลักษณะนี้อยู่ในรัฐธรรมนูญปี 2550 เมื่อถามว่า ยืนยันได้หรือไม่ว่าผู้ถูกเพิกถอนสิทธิ เลือกตั้งจากการถูกยุบพรรค และรับโทษทางการเมืองครบแล้ว 5 ปี จะกลับมาลงสมัครเลือกตั้งได้ พล.อ.เลิศรัตน์ตอบว่า ให้อ่านเองคงไม่ตอบอะไร ไม่ใช่หน้าที่ กมธ.ยกร่างฯที่ต้องไปตอบในรายละเอียดเกี่ยวกับตัวบุคคลหรือคณะบุคคล การยกร่างรัฐธรรมนูญเป็นการยกร่างในหลักการสำคัญ เพื่อให้เกิดการยึดถือในทางปฏิบัติ ถ้าไปยึดถือเรื่องตัวบุคคลจะมีการตั้งคำถามไม่จบสิ้น

แจงตัดสิทธิเฉพาะตัวการทุจริต

นายไพบูลย์ นิติตะวัน กมธ.ยกร่างฯ กล่าวว่า กรณีที่หลายฝ่ายสงสัยความชัดเจนการตัดสิทธิผู้สมัคร ส.ส.ในมาตรา 111 (8) ที่ระบุว่าผู้เคยต้องคำพิพากษาหรือคำสั่งที่ชอบด้วยกฎหมายว่า กระทำทุจริตหรือกระทำการให้การเลือกตั้งไม่สุจริต ไม่เที่ยงธรรม จะไม่สามารถลงสมัคร ส.ส.ได้ กมธ.ยกร่างฯจะบันทึกเป็นลายลักษณ์อักษรไว้ในเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญว่า จะจำกัดสิทธิเฉพาะบุคคลที่เป็นตัวการ ที่ทำให้การเลือกตั้งไม่สุจริต และไม่เที่ยงธรรมเท่านั้น ส่วนกรรมการบริหารพรรคที่ถูกตัดสิทธิทางการเมืองจากการกระทำของบุคคลที่เป็นตัวการดังกล่าวจะไม่ถูกตัดสิทธิการลงสมัครเลือกตั้ง ส่วนผู้เคยต้องคำพิพากษาหรือคำสั่งที่ชอบด้วยกฎหมายว่า กระทำการทุจริตหรือประพฤติมิชอบ กมธ.ยกร่างฯจะบันทึกในเจตนารมณ์รัฐธรรมนูญว่า ต้องเป็นกรณีที่ถูกคำพิพากษาถึงที่สุดว่า มีความผิดฐานทุจริตเท่านั้น จึงไม่มีสิทธิสมัคร ส.ส. แต่หากเป็นกรณีบุคคลถูกคำสั่งของ ป.ป.ช.ว่ามีความผิด โดยศาลยังไม่มีคำพิพากษาให้ถึงที่สุดยังมีสิทธิสมัครเลือกตั้ง ส.ส.ได้

อัดพวกสันหลังหวะผวาถูกแบน

เมื่อเวลา 10.00 น.ที่รัฐสภา มีการประชุมสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) มี น.ส.ทัศนา บุญทอง รองประธาน สปช.คนที่ 2 ทำหน้าที่ประธานการประชุม ก่อนเข้าสู่วาระการประชุม ประธานเปิดโอกาสให้สมาชิกหารือ โดยนายประสาร มฤคพิทักษ์ สมาชิกสปช.หารือว่า ขณะนี้มีการวิพากษ์วิจารณ์กันมากเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญให้ตัดสิทธิทางการเมืองตลอดชีวิตแก่ผู้เคยถูกถอดถอนในคดีทุจริต และต้องคำพิพากษาเรื่องการทุจริต ตนเห็นว่าไม่ใช่การลงโทษย้อนหลัง แต่กำหนดคุณสมบัติต้องห้ามทางการเมือง เหมือนรัฐธรรมนูญปี 40 และปี 50 ที่กำหนดไว้ว่า คนโกง คนต้องคำพิพากษาจำคุก คนที่ถูกให้ออกจากราชการ คนถูกยึดทรัพย์ ต้องถูกตัดสิทธิทางการเมือง เน้นย้ำคนที่ทำความผิด แต่คนที่ติดร่างแหไม่มีส่วนเกี่ยวข้องด้วย ดังนั้นกรณีบ้านเลขที่ 111 และ 109 จะโดนเฉพาะตัวบุคคล ไม่ใช่คนที่ติดร่างแห ผู้ที่ทำผิดแล้วออกมาโวยวายเป็นอาการของวัวสันหลังหวะ เชื่อว่าข้อบัญญัตินี้ประชาชนทั้งประเทศต้อนรับ แต่คนทำความผิดเท่านั้นที่เดือดเนื้อร้อนใจ

สปช.จัดคิวโหวตร่าง รธน. 5–7 ก.ย.

นายอลงกรณ์ พลบุตร เลขานุการคณะกรรมาธิการวิสามัญกิจการสภาปฏิรูปแห่งชาติ (วิป สปช.) กล่าวว่า หลังจากที่ กมธ.ยกร่างฯมีมติให้ขยายเวลาการพิจารณาคำขอแก้ไขร่างรัฐธรรมนูญจาก 60 วัน เป็นไม่เกิน 90 วันแล้ว ในการประชุม สปช.วันที่ 22 ก.ค.ที่ประชุม สปช.จะมีการรับทราบคำขอขยายเวลาการพิจารณาคำขอแก้ไขร่างรัฐธรรมนูญดังกล่าว ซึ่งมีผลให้ กมธ.ยกร่างฯจะต้องส่งร่างรัฐธรรมนูญที่พิจารณาแก้ไขเสร็จเรียบร้อยแล้วให้ สปช.ภายในวันที่ 22 ส.ค. เพื่อให้ สปช.พิจารณาลงมติเห็นชอบหรือไม่เห็นชอบร่างรัฐธรรมนูญ ระหว่างวันที่ 5-7 ก.ย.

“บิ๊กตู่” ไม่วิจารณ์ตัดสิทธิตลอดชีพ

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และหัวหน้าคสช. กล่าวถึงกรณีที่คณะ กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญ มีมติตัดสิทธิบุคคลที่ถูกถอดถอนในคดีทุจริตตลอดชีวิตว่า เป็นเรื่องของกฎหมายว่าเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วย แต่ตนไม่มีความเห็น เมื่อถามว่า นายกฯ คิดว่าอนาคตจะดีไหม ถ้ากำหนดประเด็นนี้ไว้ในรัฐธรรมนูญ พล.อ.ประยุทธ์ตอบว่า ไปดูคนว่าดีหรือไม่ดี ต้องดูคนก่อน ถ้าได้คนดีก็ดี วันนี้ไม่ใช่เสนอแต่เรื่องการเมือง เสนอว่านายกฯ มาจากการเลือกตั้ง เสนออยู่แค่นี้มันยังไปไม่จบเลย และก่อนหน้านี้ได้ประกาศไปแล้ว การเป็น สปช.ให้พรรคการเมืองส่งคนเข้ามา แล้วมาไหมเล่า บอกเขาไม่มาหรอก ไม่อยากอยู่ในความขัดแย้ง แล้ววันนี้บอกไม่รู้เรื่องเพราะเราไม่ถามเขา พูดอย่างนี้ได้อย่างไร พูดแบบนี้กับพูดแบบตน จะเชื่อแบบไหน ตนไม่รู้ วันนี้ตัวแทนเขาก็มีอยู่ แต่ส่งเข้ามางั้นๆ ตัวหลักๆ ไม่เข้ามา และก็มาโจมตีตนทุกวัน

กกต.ซัดยกร่างฯหลุดประเด็นสำคัญ

ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) นายสมชัย ศรีสุทธิยากร กกต.ด้านกิจการบริหารงานเลือกตั้งแถลงว่า ที่ประชุม กกต.มีมติให้ทำจดหมายถึงกมธ.ยกร่างฯเนื่องจากพบว่าตกประเด็นสำคัญไปคือจากรัฐธรรมนูญ 2550 ระบุไว้ว่าเมื่อศาลรับคำร้องใบเหลือง-ใบแดงหลังประกาศผลรับรองการเลือกตั้งจาก กกต.แล้ว ส.ส.ส.ว.ที่ถูกร้องต้องยุติการปฏิบัติหน้าที่โดยทันที แต่ที่ยกร่างฯอยู่นี้ไม่ได้ระบุไว้ หากนักการเมืองที่ถูกร้องได้เข้าสู่ตำแหน่งและปฏิบัติหน้าที่ได้ จะส่งผลเสียหายอย่างมาก อาจใช้ตำแหน่งหน้าที่ข่มขู่พยาน ดังนั้น กกต.จะเสนอเรื่องนี้ไปยัง กมธ.ยกร่างฯและจะเสนอถึงนายกฯ รองนายกฯและรัฐมนตรีเพิ่มด้วย

เคาะแล้ว 7 ว่าที่ กสม.ชุดใหม่

วันเดียวกัน ที่รัฐสภา มีการประชุมคณะกรรมการสรรหากรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) มีนายดิเรก อิงคนินันท์ ประธานศาลฎีกา เป็นประธาน เพื่อพิจารณาคัดเลือกบุคคลผู้สมควรเป็น กสม.แทนตำแหน่งที่ว่างลง จำนวน 7 คน จากผู้สมัครรวม 121 คน ที่ประชุมได้พิจารณาเห็นชอบรายชื่อ กสม. 7 คนดังนี้ 1. นางฉัตรสุดา จันทรดียิ่ง ศาลเยาวชนและครอบครัว จ.สมุทรปราการ 2.นายบวร ยสินทร ประธานเครือข่ายราษฎรอาสาปกป้องสถาบัน 3.นางประกายรัตน์ ต้นธีรวงศ์ นายกสมาคมบัณฑิตสตรีทางกฎหมายแห่งประเทศไทย 4.นายวัส ติงสมิตร อดีตผู้พิพากษาอาวุโสในศาลฎีกา 5.นายศุภชัย ถนอมทรัพย์ อาจารย์พิเศษคณะแพทยศาสตร์ รพ.รามาธิบดี 6.นายสุรเชษฐ์ สถิตนิรามัย รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข 7.นางอังคณา นีละไพจิตร ประธานคณะทำงานยุติธรรมเพื่อสันติภาพ ซึ่งกรรมการสรรหาจะเสนอรายชื่อผู้ได้รับการคัดเลือกทั้ง 7 คน ให้ประธาน สนช. เพื่อให้ที่ประชุม สนช.เห็นชอบแต่งตั้งต่อไป

ภตช.ยื่นสอบ “ประมนต์” เลี่ยงภาษี

เมื่อเวลา 11.00 น. ภาคีเครือข่ายต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชันของชาติ (ภตช.) นำโดย พล.อ.สำเริง พินกลาง ประธานภาคีเครือข่ายฯ และนายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ เลขาธิการ ภตช.เข้ายื่นเรื่องร้องเรียนต่อผู้ตรวจการแผ่นดิน ผ่านนายรักษเกชา แฉ่ฉาย เลขาธิการสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน ขอให้ตรวจสอบจริยธรรมและการมีผลประโยชน์ทับซ้อน หรือเป็นผู้มีส่วนได้เสียของนายประมนต์ สุธีวงศ์ ประธานองค์การต่อต้านคอร์รัปชัน (ประเทศไทย) สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ นายมงคลกิตติ์ระบุว่า นายประมนต์ ดำรงตำแหน่งสำคัญหลายตำแหน่ง รวมทั้งเป็นประธานกรรมการบริหารบริษัทโตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด มีข้อมูลว่ามีการนำเข้าชิ้นส่วนรถยนต์โตโยต้าพริอุสไม่ถูกต้อง แจ้งนำเข้าเป็นชิ้นส่วน แต่กลับนำเข้ารถยนต์ทั้งคัน ไม่สามารถใช้สิทธิลดหรือยกเว้นภาษีอากรตามความตกลงความเป็นหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจไทย-ญี่ปุ่น (JTEPA) และประกาศกระทรวงการคลังมาตรา 12 ได้ ล่าสุดอธิบดีกรมศุลกากร เปิดเผยว่าบริษัทโตโยต้า มอเตอร์ฯ มีความผิดยังไม่ชำระภาษีอากรให้ถูกต้อง ฐานสำแดงเท็จการนำเข้าชิ้นส่วนรถยนต์ช่วงปี 53-55 และเรียกให้ชำระคืนภาษีรวม 11,667 ล้านบาท ดังนั้นนายประมนต์ในฐานะประธานฯ ถือเป็นผู้ที่ทำให้รัฐเสียประโยชน์ เป็นผู้มีส่วนได้เสีย แม้ปัจจุบันคดีนี้จะฟ้องร้องอยู่ในศาลแพ่ง

ผิด ก.ม.ปปช.-ยุริบเงินคืนหลวง

นายมงคลกิตติ์กล่าวว่า นอกจากนี้นายประมนต์ยังเป็นประธานคณะกรรมการความร่วมมือป้องกันการทุจริตที่ คสช.ตั้งขึ้น และได้ส่งผู้แทน 2 คนเข้าร่วมสังเกตการณ์โครงการจัดซื้อรถโดยสารเอ็นจีวีของขสมก. และโครงการรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน แต่สำนักงานตรวจเงินแผ่นดินได้มีหนังสือแจ้งว่าทั้ง 2 คนขาดคุณสมบัติ เพราะเป็นผู้เข้าเสนอราคาแข่งขันกับโครงการจัดซื้อรถโดยสารเอ็นจีวีด้วย ถือว่ากระทำผิดกฎข้อตกลงคุณธรรม และกฎหมาย ป.ป.ช. ส่อทุจริตประพฤติมิชอบหรือไม่ ถ้าผู้ตรวจการฯตรวจสอบแล้วว่าผิดจริง มีผลประโยชน์ทับซ้อนให้ส่ง ป.ป.ช.ดำเนินการ และให้เรียกคืนสิทธิประโยชน์ต่างๆที่ได้รับตั้งแต่ต้นถึงปัจจุบันกลับมาเป็นของแผ่นดิน

“ประมนต์” ยันทำทุกอย่างตาม ก.ม.

เมื่อเวลา 14.00 น. ที่รัฐสภา นายประมนต์ สุธีวงศ์ ประธานคณะกรรมาธิการป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ สปช. แถลงถึงกรณีที่ตัวแทนภาคีเครือข่าย ภตช.ยื่นร้องให้ผู้ตรวจการแผ่นดินตรวจสอบจริยธรรมและการมีผลประโยชน์ทับซ้อน เรื่องภาษีนำเข้ารถยนต์ว่า ยังไม่ทราบว่ามีเรื่องดังกล่าวเกิดขึ้น ขอไปดูรายละเอียดก่อน แต่ยืนยันได้ว่าสิ่งที่ตนทำมาทุกเรื่องถูกต้องตามกฎหมาย ถ้าไม่ถูกต้องคงไม่กล้ามายืนอยู่ตรงนี้ คนเราต้องดูพฤติกรรมที่ทำทั้งในปัจจุบันและในอดีตที่ผ่านมา

ด้านนายวรวิทย์ ศรีอนันต์รักษา โฆษกคณะกรรมาธิการฯ กล่าวว่า สปช.เป็นสภาวิชาการ ไม่มีอำนาจการบริหารใดๆ เรื่องการขัดกันแห่งผลประโยชน์ไม่มี ประเด็นที่เกิดขึ้นกับนายประมนต์ เป็นเรื่องความเห็น 2 ฝ่ายที่ต่างกัน คนที่จะตัดสินได้ คือศาลเท่านั้น ไม่ใช่ภาคีอะไรจะมาตัดสิน และเรื่องนี้อยู่ในกระบวนการของศาล คนเสียภาษีจะทราบดีว่าเรื่องไหนควรเสียภาษี อะไรเป็นเรื่องต้องห้าม ยืนยันได้ว่าไม่มีเรื่องผลประโยชน์ทับซ้อน ไม่มีอะไรตอบโต้ เป็นเรื่องของศาล ไม่ใช่เรื่องเด็กทะเลาะกัน ภาคีนี้ก็ยื่นเรื่องมานานแล้ว ไม่ใช่เรื่องใหม่ เป็นเรื่องเก่า

“วรเจตน์” สืบพยานโจทก์ขอไปนอก

เมื่อเวลา 09.30 น. ที่ศาลทหารกรุงเทพ กรมพระธรรมนูญ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า คณะตุลาการศาล ทหารได้นัดสืบพยานฝ่ายโจทก์ในคดีหมายเลขดำ 32 ก./2557 ซึ่งอัยการเป็นโจทก์ยื่นฟ้องนายวรเจตน์ ภาคีรัตน์ อาจารย์ประจำคณะนิติศาสตร์ ม.ธรรมศาสตร์ เป็นจำเลยในความผิดฐานฝ่าฝืนคำสั่งตามประกาศ คสช.ฉบับที่ 5/2557 และฉบับที่ 57/2557 ระวางโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับไม่เกิน 40,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ โดยอัยการยื่นฟ้องเมื่อวันที่ 4 ส.ค. 57 ทั้งนี้ มีประชาชนจำนวนหนึ่งและ น.ส.ชลธิชา แจ้งเร็ว หรือลูกเกด 1 ใน 14 นักศึกษาได้มาให้กำลังใจด้วย

นายวรเจตน์กล่าวว่า วันนี้ศาลนัดสืบพยานโจทก์คือ พ.อ.ทรงวิทย์ หนุนภักดี รอง ผบ.พล.1 รอ. แต่ พ.อ.ทรงวิทย์ ติดราชการไม่สามารถมาได้ โดยอัยการขอเลื่อนสืบพยานไปเป็นวันที่ 28 ต.ค.58 และจะนำเจ้าหน้าที่ทหารกองทัพภาคที่ 1 มาสืบพยานแทนพ.อ.ทรงวิทย์ ทั้งนี้ได้ขออนุญาตศาลขอเดินทางไปประเทศเยอรมนี ระหว่างวันที่ 27 ก.ค.-7 ส.ค.58 เพื่อศึกษาค้นคว้าเกี่ยวกับกฎหมายที่ประเทศเยอรมนี โดยศาลทหารและ คสช.ได้อนุญาต แต่มีเงื่อนไขว่าเมื่อกลับมาแล้วจะต้องมารายงานตัวต่อศาลภายใน 3 วัน

ศาลนัดฝากขังผัด 3 “รินดา” 29 ก.ค.

ต่อมาเมื่อเวลา 10.12 น. นางรินดา ปฤชาบุตร หรือหลิน อายุ 44 ปี ผู้ต้องหาในความผิดฐานนำเข้าข้อมูลอันเป็นเท็จสู่ระบบตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ มาตรา 116 ทำให้เกิดความปั่นป่วน กระด้างกระเดื่องในหมู่ประชาชน และมาตรา 348 ทำให้ประชาชนตื่นตระหนกตกใจ เนื่องจากโพสต์ข้อความกล่าวหาพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช.โอนเงินไปประเทศสิงคโปร์ ได้มารายงานตัวต่อศาลทหารกรุงเทพ หลังครบกำหนดผัดแรก 12 วัน ศาลอนุญาตให้ประกันตัวด้วยหลักทรัพย์ 1 แสนบาท มีเงื่อนไขห้ามแสดงความคิดเห็นทางการเมือง ห้ามยุยง ปลุกปั่นให้เกิดความวุ่นวายในสังคมหรือทำให้คนฝ่าฝืนกฎหมายและห้ามเดินทางออกนอกประเทศ

จากนั้น น.ส.ศศินันท์ ธรรมนิฐนันท์ ทนายความศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน ในฐานะทีมทนายความของนางรินดา กล่าวหลังรับฟังศาลทหารว่า พนักงานสอบสวนได้ยื่นขอฝากขังนางรินดาเป็นผัดที่ 2 โดยให้เหตุผลว่าต้องตรวจสอบของกลางและตรวจทะเบียนประวัติอาชญากร ศาลทหารฯจึงได้อนุญาตฝากขังผัด 2 ต่อ แต่ว่าก่อนหน้านี้นางรินดาได้ทำเรื่องประกันตัวแล้วจึงใช้หลักทรัพย์ประกันตัวเดิมและปล่อยตัวชั่วคราวและกำหนดเงื่อนไขเดิม โดยศาลนัดรายงานตัวผัด 3 ในวันที่ 29 ก.ค.

ครบรอบ 66 ปี “ทักษิณ” โลว์โปรไฟล์

สำหรับความเคลื่อนไหวของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ที่จะครบรอบวันคล้ายวันเกิด 66 ปี ในวันที่ 26 ก.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากได้พบกับอดีต ส.ส.หญิงพรรคเพื่อไทยที่ยกคณะกันไปเกือบ 20 คนช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ล่าสุดพ.ต.ท.ทักษิณได้เดินทางออกจากประเทศสิงคโปร์กลับไปยังนครดูไบ ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์แล้ว โดยวันเกิดปีนี้ พ.ต.ท.ทักษิณไม่ได้นัดหมายหรือเปิดให้แกนนำพรรคเพื่อไทยเข้าพบ เพราะไม่ต้องการให้เป็นข่าวเอิกเกริก ขณะเดียวกันแกนนำพรรคเพื่อไทยหลายคนที่แจ้งความประสงค์จะเดินทางไปพบ พ.ต.ท.ทักษิณก็ไม่ได้รับการอนุญาตจาก คสช.

“ปึ้ง” มึนโดนห้ามบินร่วมเบิร์ธเดย์

นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล อดีตรองนายกฯและรมว.การต่างประเทศ กล่าวว่า ได้ขอเดินทางไปนครดูไบวันที่ 24-28 ก.ค. แต่ยังไม่ได้รับอนุญาตคงไม่ทันแล้ว ตั้งใจไปกินข้าวอวยพรวันเกิดอดีตนายกฯ ไม่ได้มีอะไรมากมายเลย ไม่เข้าใจว่าทำ คสช.ไม่อนุญาต ทั้งที่ไม่ได้ทำผิดอะไร ไม่ได้เป็นโจรผู้ร้ายมีคดีติดตัว และโดยหลักการแล้วการเดินทางไปไหนมาไหน เป็นสิทธิขั้นพื้นฐานที่ต้องทำได้ ไม่เข้าใจจะกีดกันทำไม ทำอย่างนี้ต่างชาติที่ไหนจะเชื่อมั่นประเทศไทย วันนี้เป็นเรื่องของพวกเขา ขอให้ทำให้ดี คิดให้หนักว่าอะไรควรทำไม่ควรทำ ตนเป็นอดีตรมว.การต่างประเทศ ไม่เคยทำผิด ยังโดนขนาดนี้ งงอยู่เหมือนกันว่าเป็นไปได้อย่างไร มันไม่ควรจริงๆ

“บิ๊กโด่ง” โต้สั่งห้าม ไม่เห็นใครมาขอ

ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.อุดมเดช สีตบุตร รมช.กลาโหม และ ผบ.ทบ.ในฐานะเลขาธิการ คสช.กล่าวถึง กรณีมีกระแสข่าว คสช.สั่งห้ามไม่ให้อดีตรัฐมนตรีและแกนนำพรรคเพื่อไทยไปต่างประเทศร่วมอวยพรวันเกิดอดีตนายกฯ ว่า ไม่ได้ห้ามอะไร แต่ยังไม่เห็นว่ามาขออนุญาตเพื่อไปร่วมงานวันเกิด พ.ต.ท.ทักษิณ หากไปต้องขอให้เป็นกิจที่มีเหตุมีผล ถ้าไปแล้วไม่ส่งผลกระทบหรือสร้างความเสียหายก็ไม่ได้ห้าม ถ้าไปแล้วส่งผลกระทบต่อความสงบเรียบร้อยหรือไปร่วมกันคิดในทางไม่เรียบร้อย คงให้ไปไม่ได้ แต่ถ้าไปติดต่อธุรกิจ เยี่ยมบุตร แบบนี้เราไม่เคยห้าม ทหารให้โอกาสทุกคน แต่ละท่านทราบว่าอะไรควรไม่ควร เช่น ที่ไปประชุมประเทศนั้นประเทศนี้ เพื่อให้รัฐบาลเดินไม่ได้ ก็ไม่ควรยืนยันว่าทหารให้ความร่วมมือเต็มที่ เพราะอยากให้เกิดความปรองดอง แต่เราจำเป็นต้องดูแลให้ประเทศสงบเรียบร้อย มีรัฐธรรมนูญ และมีการเลือกตั้งก่อน

เมื่อถามว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯ ขออนุญาต คสช. ไปต่างประเทศหรือไม่ พล.อ.อุดมเดชตอบว่า ใครก็ตามที่ศาลไม่อนุญาตให้เดินทางออกนอกประเทศก็ไปไม่ได้ หรือถ้ามีรายชื่อที่ถูกควบคุมอยู่ แม้ไม่ติดคำสั่งศาลก็ให้ไปไม่ได้ แต่ยังไม่พบว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ขออนุญาต คสช.ไปต่างประเทศแต่อย่างใด

รับขอตัว “ปวิน” กลับไทยยาก

พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา รมว.ยุติธรรม กล่าวถึงการพูดคุยกับทูตญี่ปุ่นเรื่องการส่งตัวนายปวิน ชัชวาลพงศ์พันธ์ แนวร่วมกลุ่มเสื้อแดง ที่หนีคำสั่งเรียกรายงานตัวของ คสช.ไปประเทศญี่ปุ่นว่า ท่าทีของญี่ปุ่นเหมือนกับฝรั่งเศส รับคำชี้แจงของเราและจะส่งไปที่รัฐบาลเขา เราชี้แจงให้รับทราบว่านายปวินมีความผิดไม่เกี่ยวกับการเมือง ที่อ้างว่าลี้ภัยทางการเมืองจึงไม่มีเหตุผล

ด้านนายดอน ปรมัตถ์วินัย รมช.ต่างประเทศ กล่าวว่า จะให้ญี่ปุ่นส่งตัวนายปวินมาให้เรา คงไม่ง่าย เพราะแต่ละประเทศต้องพิจารณากฎหมายของเขาด้วย ไม่ใช่ขอตัวแล้วจะได้ทันที ต้องมีขั้นตอนและคงไม่เร็ว ไม่ใช่ไปซื้อของที่เคาน์เตอร์แมคโดนัลด์และได้ของทันที เป็นเรื่องละเอียดอ่อนไม่ได้เป็นสมการง่าย ๆ เหมือนที่เราคิด

เตือนม็อบต้านโรงไฟฟ้าดูข้อ ก.ม.

ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และหัวหน้า คสช.กล่าวถึงกรณีที่มีกลุ่มผู้ชุมนุมคัดค้านการสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหิน จ.กระบี่ว่า ในที่ประชุม ครม.เมื่อวันที่ 21 ก.ค.เป็นห่วงเรื่องพลังงาน ต้องขอความร่วมมือจาก สนช.-สปช. และคณะกรรมการปฏิรูปกฎหมาย (คปก.) คุยกันให้รู้เรื่อง ประเด็นไหนร่วมมือกันได้ก็ร่วมมือกัน ที่ยังไม่ได้ค่อยว่ากัน ตอนปฏิรูป โดยเฉพาะภาคใต้ ถ้าไม่ทำจะเกิดอะไรขึ้น หากไม่มีแหล่งพลังงานจะทำอย่างไร วันนี้ต้องขอร้องอะไรที่ทำได้ก็ทำเถอะ และโครงการขนาดใหญ่จะได้เกิดขึ้นมีการจ้างงาน อาชีพ รายได้ ขอรับรองว่าทุกอย่างรัฐบาลคิดเสมอว่าคนที่อยู่ในพื้นที่ต้องได้รับการเยียวยาที่เหมาะสม ตนเป็นห่วงเรื่องพลังงาน แต่การจะบังคับให้ผู้คัดค้านกลับบ้านคงลำบาก แต่ขอเตือนไว้ก่อนตอนนี้มีกฎหมายหลายตัว โดยเฉพาะเดือน ส.ค.พ.ร.บ.การชุมนุมสาธารณะจะมีผลบังคับใช้ ไม่อยากให้มีปัญหา จึงอยากให้คุยกัน วันนี้ให้กระทรวงพลังงานไปชี้แจงแล้ว ตอนนี้ยังไม่ผ่านอีไอเอ-เอชไอเอ ยังสร้างไม่ได้ อย่าไปกังวล

เครือข่ายอันดามันอดอาหารสู้ต่อ

ก่อนหน้านี้ เวลา 09.00 น. ที่ศูนย์บริการประชาชน (ฝั่ง ก.พ.) กลุ่มเครือข่ายปกป้องอันดามันจากถ่านหิน นำโดย นายอัครเดช ฉากจินดา และชาวบ้านจาก จ.กระบี่ เข้ายื่นหนังสือถึง พล.อ.ประยุทธ์ เรื่องข้อเสนอต่อการยกเลิกโครงการสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินจ.กระบี่ โดยมี พล.อ.สกล ชื่นตระกูล ที่ปรึกษานายกฯรับเรื่อง โดยหลังยื่นหนังสือก็ยังคงปักหลักชุมนุมกันต่อไป โดยนายอัครเดชกล่าวว่า พวกเราประท้วงโดยอดอาหารมา 12 วันแล้ว ขอเรียกร้องต่อรัฐบาล 3 ข้อคือ 1.ขอให้รัฐบาลยกเลิกการพิจารณารายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อมหรืออีไอเอ 2. ขอให้หยุดการประมูลโครงการโดยไม่มีกำหนด และ 3. ขอให้ตั้งกรรมการขึ้นเพื่อพิจารณาข้อเสนอ โดยขอเวลา 3 ปี เพื่อทำโครงการพลังงานหมุนเวียน ถ้าหากรัฐบาลทำสองข้อแรกได้ก่อน ตนและพวกจะกลับมากินอาหาร โดยจะปักหลักอยู่ที่วัดโสมนัสราชวรวิหาร จนกว่าจะได้รับคำตอบจากนายกฯ หากยังไม่ได้คำตอบอย่างเป็นทางการ เชื่อว่าชาวอันดามันจะเดินทางเข้ามาสมทบอย่างต่อเนื่อง

สปช.ชง 6 แนวทางปรองดอง

ช่วงค่ำ ที่รัฐสภา ที่ประชุมสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) ได้พิจารณารายงานการพิจารณาของคณะกรรมการศึกษาแนวทางการสร้างความปรองดอง ที่มีนายเอนก เหล่าธรรมทัศน์ สมาชิก สปช.เป็นประธานคณะกรรมการฯ ได้เสนอแนวทางสร้างความปรองดอง 6 แนวทางได้แก่ 1.การสร้างความเข้าใจร่วมของสังคมต่อเหตุความขัดแย้ง 2.การแสวงหาและเผยแพร่ข้อเท็จจริงเหตุการณ์ความรุนแรง 3.การอำนวยความยุติธรรม การสำนึกรับผิดชอบ 4.การเยียวยาดูแลและฟื้นฟูผู้ได้รับผลกระทบ 5.การสร้างสภาวะที่เอื้อต่อการอยู่ร่วมกัน 6.มาตรการป้องกันการใช้ ความรุนแรงในการแก้ปัญหาความขัดแย้ง โดยเงื่อนไขการนิรโทษกรรมจะไม่รวมคดีทุจริตคอร์รัปชัน คดีอาญาร้ายแรง คดีผิดมาตรา 112 และการละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างร้ายแรง ขั้นต้นควรนิรโทษกรรมเฉพาะผู้ชุมนุม คดีที่มีมูลเหตุจูงใจทางการเมืองเท่านั้น คาดว่ากระบวนการดำเนินการขั้นตอนนี้ 6 เดือน จากนั้นจึงนิรโทษกรรมขั้นตอนต่อไป อาทิ แกนนำ โดยมีเงื่อนไข อาทิ ต้องการแสดงความสำนึกรับผิด การให้อภัยของเหยื่อ ทั้งนี้ นายเสรี สุวรรณภานนท์ สปช. อภิปรายเสนอว่า ให้ออกกฎหมายหยุดคดีไว้ก่อน แต่ไม่ใช่การนิรโทษกรรม และให้ปล่อยตัวผู้ถูกดำเนินคดี หากใครถูกจับอีกให้เอาเรื่องเดิมมาดำเนินคดีต่อ ที่สุดที่ประชุมลงมติเห็นชอบรายงานดังกล่าวด้วยคะแนน 162 ต่อ 5 เสียง ก่อนส่งให้ ครม.พิจารณาต่อไป

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้