วันจันทร์ที่ 12 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
เพื่อความยุติธรรม! ช่วยหนุ่มพิการรื้อคดีใหม่ หลังติดคุกแล้ว5ปี

เพื่อความยุติธรรม! ช่วยหนุ่มพิการรื้อคดีใหม่ หลังติดคุกแล้ว5ปี

  • Share:

ถือเป็นคดีประวัติศาสตร์อีกหนึ่งคดี หนุ่มพิการหูหนวกชาวสิงห์บุรีต้องหาว่าฆ่าคนตาย สู้คดีจนถึงศาลฎีกา ถูกตัดสินจำคุก 20 ปี รับโทษแล้ว 5 ปี แต่หน่วยงานของ ก.ยุติธรรม ช่วยรื้อฟื้นคดีใหม่เพื่อความยุติธรรม รองปลัดกระทรวงมาเป็นพยานเอง...

เมื่อเวลา 09.00 น.วันที่ 21 ก.ค.58 ศาลจังหวัดสิงห์บุรี นัดสืบพยานนัดแรก คดีนายพัสกร สิงคิ ผู้ต้องหา อายุ 25 ปี อยู่บ้านเลขที่ ต.บ้านจ่า อ.บางระจัน จ.สิงห์บุรี ซึ่งเป็นผู้พิการทางการได้ยิน ร้องขอให้ศาลรื้อฟื้นคดีในข้อหาเจตนาฆ่าผู้อื่น ซึ่งตนเองไม่ได้กระทำ

ทั้งนี้ นายพัสกร ได้รับความช่วยเหลือการประกันตัวจากกรมคุ้มครองสิทธิ กระทรวงยุติธรรม เพื่อเข้าสู่กระบวนการรื้อฟื้นคดี ภายหลังถูกจับกุม และถูกตัดสินให้มีความผิด ถูกจำคุกอยู่ในเรือนจำแล้ว 5 ปี

สำหรับพยานที่ศาลขอไต่สวนนัดแรกรวม 4 ปาก ได้แก่ พ.ต.อ.ดุษฎี อารยวุฒิ รองปลัดกระทรวงยุติธรรม นายธิตินัย พาติกบุตร เจ้าหน้าที่คดีพิเศษชำนาญการ กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) พ.ต.ต.ธวัชชัย ประดาอินทร์ รองผู้บัญชาการเทคโนโลยีและศูนย์ข้อมูลการตรวจสอบ ผู้เชี่ยวชาญเครื่องจับเท็จ รวมทั้งนายพัสกร สิงคิ ผู้ต้องหา ศาลได้ใช้เวลาสืบพยานในช่วงเช้า 3 ปาก และสืบพยานต่อในช่วงบ่ายอีก 1 ปาก โดยมีนางเสนาะ สิงคิ มารดาของนายพัสกร เดินทางมาให้กำลังใจลูกชาย

พ.ต.อ.ดุษฎี อารยวุฒิ รองปลัดกระทรวงยุติธรรม กล่าวว่า คดีนี้ได้ไปถึงชั้นศาลฎีกาแล้ว แต่เพื่อประโยชน์ของความยุติธรรม ผู้ที่ไม่ได้กระทำความผิดหากมีหลักฐานใหม่ก็สามารถร้องต่อศาลขอให้มีการรื้อฟื้นได้ ซึ่งทางกระทรวงยุติธรรม กรมสอบสวนคดีพิเศษ และหลายหน่วยงานในกระทรวงยุติธรรมได้ช่วยเหลือ เพราะเล็งเห็นในศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ของนายพัสกรเอง จึงได้รื้อฟื้นคดี ให้ได้มีโอกาสต่อสู้ คดีนี้ศาลฎีกาได้ตัดสินจำคุก 20 ปี ถูกจำคุกมาตั้งแต่ปี 52 แต่เป็นนักโทษชั้นดี ใกล้ที่จะได้รับการพักโทษในต้นปีหน้า

รองปลัดกระทรวงยุติธรรม กล่าวด้วยว่า พยานที่นำมาหักล้างเป็นพยานใหม่ทั้งหมด เป็นพยานผู้ทำการสืบสวนในคดีนี้ ซึ่งได้ใช้เครื่องจับเท็จเข้ามาช่วยทั้งตัวนายพัสกร และพยานปากสำคัญ ๆ

ส่วนความกังวลในเรื่องของการข่มขู่พยาน เชื่อว่าการดำเนินการของฝ่ายยุติธรรมทุกฝ่าย ข้อผิดพลาดในอดีตไม่สามารถที่จะนำไปข่มขู่พยานได้ ทั้งยังเป็นศักดิ์ศรีของแต่ละหน่วยงาน และอีกอย่างกระบวนการยุติธรรมเป็นการรื้อฟื้นใหม่เพื่อช่วยเหลือกัน เห็นว่าการทำงานอย่างตรงไปตรงมา แสดงถึงความมีเจตนาที่ดีต่อประชาชน เป็นเรื่องที่ต้องช่วยกันเพื่อไม่ให้คนที่ไม่ได้กระทำความผิดต้องอยู่ในเรือนจำ และคนผิดต้องถูกรับโทษ.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้