วันพฤหัสบดีที่ 13 ธันวาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
พบโลมาปากขวดเกยตื้นเกาะสมุย นับเป็นตัวที่ 18ในรอบปี

พบโลมาปากขวดเกยตื้นเกาะสมุย นับเป็นตัวที่ 18ในรอบปี

  • Share:

พบซากโลมาเกยตื้น นอนตายถูกของมีคมแทง บริเวณหางมีรอยช้ำ เกาะสมุย นับเป็นตัวที่ 18 ในรอบปี คาดถูกชาวประมงทำร้ายหลังเข้าไปกินปลาที่ติดอวน...

เมื่อเวลา 17.10 น.วันที่ 21 ก.ค.58 อาสาสมัครมูลนิธิกุศลสงเคราะห์เกาะสมุย ได้รับแจ้งจากชาวบ้านที่พักอาศัยอยู่บริเวณริมชายหาด บ้านบางมะขาม ม.5 ต.อ่างทอง อ.เกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี ว่า พบซากโลมาถูกคลื่นซัดมาเกยตื้นตายอยู่บริเวณชายหาด จึงได้เดินทางไปตรวจสอบ บริเวณชายหาด บพซากโลมาปากขวด คาดว่าน่าจะเป็นเพศเมีย ความยาว 172 เซนติเมตร น้ำหนักประมาณ 70 กิโลกรัม อายุประมาณ 3-4 ปี คาดน่าจะตายมาแล้วประมาณ 4-5 วัน จากการตรวจสอบบริเวณลำตัวของโลมา ที่บริเวณโคนหางมีรอยช้ำ และบริเวณกลางลำตัวมีบาดแผล จากรอยถูกแทงด้วยของแหลมจนเป็นรูลึก อาสาสมัครกู้ภัยจึงได้เก็บตัวอย่างชิ้นเนื้อของซากโลมา เพื่อส่งไปให้เจ้าหน้าที่ประมงชายฝั่ง จ.ชุมพร ตรวจสอบ ก่อนที่จะมีการฝังกลบซากโลมาไว้บริเวณชายหาดเพื่อรอเจ้าหน้าที่มาตรวจสอบ

อาสาสมัครกู้ภัยเกาะสมุย ระบุว่า ซากโลมาที่พบตัวนี้ เป็นซากโลมาที่พบเป็นตัวที่ 4 ในรอบเดือนนี้ และเป็นตัวที่ 18 ในรอบปี ที่ถูกคลื่นซัดมาเกยตื้นอยู่บริเวณใกล้เคียงกันทั้งหมด จึงเชื่อได้ว่า ซากโลมาที่พบ น่าจะเป็นโลมาฝูงเดียวกัน เมื่อตายแล้วเลยถูกคลื่นซัดมาเกยตื้นใกล้ๆกัน

ซากโลมาปากขวด ถูกคลื่นซัดเกยหาดบ้านบางมะขาม ที่เกาะสมุย

ด้านนายวิสุทธิ์ เจริญผล อายุ 55 ปี กรรมการชุมชนบ้านบางมะขาม ระบุว่า ซากโลมาส่วนใหญ่ที่พบ ที่ถูกคลื่นซัดมาเกยตื้นที่ชายหาดเกาะสมุย จะพบร่องรอยของการถูกทำร้าย จากฝีมือของมนุษย์แทบทุกตัว โดยเชื่อว่าโลมาที่ถูกทำร้าย น่าจะเข้าไปกินปลาที่ติดอวนของชาวประมง จึงถูกทำร้ายจนตายก่อนที่จะแกะโลมาออกจากอวน จึงอยากฝากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น กรมประมง ให้ช่วยกันประชาสัมพันธ์ หรือทำความเข้าใจกับชาวประมง ที่ทำการประมงในพื้นที่ใกล้กับเกาะสมุย ให้ช่วยกันอนุรักษ์โลมา เนื่องจากโลมาเป็นสัตว์น้ำที่มีความน่ารักเป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม และเป็นที่ชื่นชอบของนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ ร่วมทั้งคนไทย ที่เดินทางมาชมฝูงโลมา ไม่ว่าจะเป็นที่ อ.ขนอม จ.นครศรีธรรมราช และ อ.เกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี เนื่องจากขณะนี้ฝูงโลมาได้ลดจำนวนลงเป็นจำนวนมาก จึงเป็นกังวลว่าในอนาคตอันใกล้นี้ หากไม่มีการแรงแก้ไขปัญหานี้ อาจจะถึงขั้นวิกฤติโลมาสูญพันธุ์ในพื้นที่ ท้องทะเลเกาะสมุย และขนอมได้ในอนาคต.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้