วันศุกร์ที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
'มิตซูบิชิ' ขอโทษ กรณีใช้แรงงานทาสเชลยศึกช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2

'มิตซูบิชิ' ขอโทษ กรณีใช้แรงงานทาสเชลยศึกช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2

  • Share:

นายยูคิโอะ โอคาโมโตะ สมาชิกคณะบริหารของ มิตซูบิชิ แมทีเรียลส์ (ซ้าย) และนายฮิคารุ คิมูระ เจ้าหน้าที่บริหารอาวุโส ขอโทษและจับมือกับนายเจมส์ เมอร์ฟี อดีตเชลยสงคราม (ภาพ: AP)

ผู้บริหารระดับสูงของบริษัท มิตซูบิชิ แมทีเรียลส์ ของญี่ปุ่น มีแถลงการณ์ขอโทษต่อเชลยสงครามที่ถูกพวกเขาใช้แรงงานทาสในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 ที่งานแถลงข่าวในนครลอสแอนเจลิส...

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า นายฮิคารุ คิมูระ เจ้าหน้าที่บริหารอาวุโสของบริษัท มิตซูบิชิ แมทีเรียลส์ แถลงการณ์ขอโทษ ต่อนาย เจมส์ เมอร์ฟี อดีตเชลยสงครามชาวอเมริกันอายุ 94 ปี รวมทั้งญาติและอดีตเชลยสงครามคนอื่นๆ ที่ถูกพวกเขาใช้แรงงานทาสในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 ณ งานแถลงข่าวที่ ซีมอน วีเซินธัล เซ็นเตอร์ ในนครลอสแอนเจลิส เมื่อ 20 ก.ค.

มิตซูบิชิยอมรับว่า พวกเขาได้ใช้แรงงานทาสเชลยสงครามเกือบ 900 คน ก่อนที่กองทัพพันธมิตรจะปลดปล่อยพวกเขาจากค่ายใช้แรงงานในปี 1945 ช่วงสุดท้ายของสงครามโลกครั้งที่ 2 มีชาวอเมริกันเสียชีวิตที่ค่ายแรงงาน 27 คน และอีกหลายคนมีปัญหาสุขภาพตลอดชีวิตจากสภาวะการทำงานอันโหดร้าย ทั้งถูกทุบตี สุขอนามัยย่ำแย่ และขาดอาหารกับยารักษาโรค

"วันนี้พวกเราขอแสดงความขอโทษอย่างสำนึกผิดสำหรับเหตุการณ์โศกนาฏกรรมในอดีตของพวกเรา และขอแสดงความตั้งใจอย่างแน่วแน่ว่า พวกเราจะทำงานเพื่อมุ่งไปสู่อนาคตที่ดีกว่า" นายคิมูระกล่าว พร้อมกับก้มศีรษะไปขอโทษแก่นายเมอร์ฟี ซึ่งมาร่วมในงานแถลงข่าวด้วย

นายฮิคารุ คิมูระ เจ้าหน้าที่บริหารอาวุโสของบริษัท มิตซูบิชิ แมทีเรียลส์ ก้มศีรษะขอโทษต่อเหล่าอดีตเชลยสงคราม ที่งานแถลงข่าวในนครลอสแอนเจลิส (ภาพ: AP)

ทั้งนี้ นายคินูเอะ โทคุโดเมะ ผู้อำนวยการองค์กรการอภิปรายเรื่องเชลยสงครามระหว่างสหรัฐฯ และญี่ปุ่น ระบุว่าในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 มีเชลยสงครามชาวอเมริกันกว่า 12,000 คน ถูกส่งไปยังประเทศญี่ปุ่น และถูกใช้แรงงานทาสที่ค่ายกว่า 50 แห่งเพื่อจัดหาวัตถุดิบไปสนับสนุนการรบของญี่ปุ่น และมีแรงงานทาสถึง 10% ที่เสียชีวิต

นายเมอร์ฟีเป็นหนึ่งในแรงงานเหล่านี้ โดยเขากลายเป็นเชลยสงครามของญี่ปุ่นขณะที่มีอายุอยู่ในช่วง 20 ปีเท่านั้น แต่เขาเอาชีวิตรอดมาจากการถูกบังคับใช้แรงงานให้กับบริษัทเหมืองแร่ มิตซูบิชิ ไมนิง โค. (ซึ่งภายหลังกลายมาเป็นบริษัท มิตซูบิชิ แมทีเรียลส์) ซึ่งคอยจัดหาวัตถุดิบเพื่อการผลิตอุปกรณ์หลายอย่างรวมทั้ง เครื่องบินรบ 'เซโร' ที่ถูกใช้ในกองทัพญี่ปุ่นระหว่างปี 1940-45

นายเมอร์ฟีกล่าวภายในงานแถลงข่าวด้วยว่า เขารู้สึกยินดีที่ได้ยินคำขอโทษที่เขารอมานานกว่า 7 ทศวรรษนับตั้งแต่เขาได้รับอิสรภาพ "ผมฟังแถลงการณ์ขอโทษของนายคิมูระอย่างตั้งใจ และพบว่ามันทั้งจริงใจ, อ่อนน้อม และเปิดเผยอย่างมาก และนี่เป็นครั้งแรกที่เราได้ยินคำพูดเหล่านี้และมันประทับใจจริงๆ" นายเมอร์ฟีกล่าว

อนึ่ง บริษัท มิตซูบิชิ แมทีเรียลส์ เป็นบริษัทเอกชนญี่ปุ่นแห่งแรกที่ออกมาแสดงความสำนึกผิด โดยการขอโทษในครั้งนี้เกิดขึ้นเพียงไม่กี่วันก่อนจะถึงวันครบรอบ 70 ปี ที่ญี่ปุ่นยอมแพ้สงครามโลกครั้งที่ 2 ในวันที่ 15 ส.ค.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้