วันศุกร์ที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
ปรับแน่แต่จะแค่ไหน?

ปรับแน่แต่จะแค่ไหน?

  • Share:

ซวยจริงๆ

ในอารมณ์ปลงๆ แบบที่นายปีติพงศ์ พึ่งบุญ ณ อยุธยา รมว.เกษตรและสหกรณ์ พูดถึงกระแสการปรับ ครม.ในฐานะที่อยู่ในโผถูกปรับออกอย่างต่อเนื่อง เพราะผลงานไม่เข้าตา

แถมเจอภาวะฝนแล้ง เรื่องธรรมชาติดินฟ้าอากาศมาซ้ำอาการยิ่งหนักไปกันใหญ่

ตามสภาพที่เจ้าตัวออกอาการทำใจยอมรับเป็นแค่มวยคั่นเวลา ถ้าผู้ใหญ่เห็นว่ามีใครเหมาะกว่าก็พร้อมเก็บกระเป๋ากลับบ้าน
พร้อมรับชะตา โชว์สปิริตให้เห็นเลยว่า ไม่ขัดขืน

นั่นก็เพราะสัญญาณคลื่นความถี่สูงถูกส่งออกมาแล้ว

ประเมินจากปรากฏการณ์ “นำร่อง” ที่นายปณิธาน วัฒนายากร ในฐานะที่ปรึกษาใหญ่ สายตรง “บิ๊กป้อม” พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหมออกมาปูทางเป็นนัยชี้ช่องการปรับคณะรัฐมนตรีจะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อมีเหตุรัฐมนตรีขอลาออกเองด้วยเหตุผลเบื่อการทำงานหรือมีปัญหาสุขภาพ

เพื่อเปิดทางให้ปรับคณะรัฐมนตรี

เพราะ “บิ๊กตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี คงคิดว่าไม่ใช่ความผิดของรัฐมนตรี เพราะนายกฯ ไปเชิญเขามา พอไปเชิญเขามาแล้วจะให้เอาออก นายกฯ อาจรู้สึกว่าไม่ค่อยเหมาะ

เรื่องของเรื่อง ระดับนี้ไม่ต้องไล่กันตรงๆ แค่นี้ก็คงเดากันได้

มันคือการบอกให้ช่วยเปิดทางกันนิ่มๆ

นั่นก็เพราะเงื่อนไขอย่างที่รู้กันทั้งวงในวงนอก โดยอุปนิสัยลึกๆ ของ พล.อ.ประยุทธ์เป็นคนขี้เกรงใจมากๆ ไม่ชอบหักหาญน้ำใจใครถ้าไม่จำเป็นจริงๆ

ที่สำคัญด้วยสไตล์ทหารอาชีพจะไม่ทิ้งพี่ๆ น้องๆ เพื่อนฝูงที่ติดสอยห้อยตามกันมา

แต่ปัญหาไฟต์บังคับ สถานการณ์มาถึงจุดที่ทานกระแสไม่ไหว

ตามปรากฏการณ์กระแสสุกงอม ทำให้เกิดคิวปรองดองเฉพาะกิจ พรรคประชาธิปัตย์ พรรคเพื่อไทย ประสานเสียงเรียกร้องให้ พล.อ.ประยุทธ์ปรับ ครม. โดยเฉพาะการยกเครื่องทีมเศรษฐกิจที่เข็นต่อไปยาก

ขืนลากกระเตงกันไปจะเสี่ยงพังทั้งพวงรัฐบาล

งานนี้เลี่ยงไม่ได้ อย่างไรเสีย พล.อ.ประยุทธ์ก็ต้องเดินหน้าปรับโฉม ครม.ในไม่ช้า เพื่อกระตุกความเชื่อมั่นรัฐบาลเป็นการเร่งด่วนเฉพาะหน้า

ตามฟอร์มรัฐบาลทั่วไป ไม่เว้นแม้แต่อำนาจพิเศษ

และที่อ่านเกมขาดก็หนีไม่พ้นบรรดานักการเมืองอาชีพที่ขยับออกวิ่งกันแล้ว

จากแต่เดิมโผที่ออกมาตั้งแต่แรก มีแค่ชื่อของนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ ในฐานะ คสช. กุนซือเศรษฐกิจของนายกรัฐมนตรี ที่จะต้องถูกสลับโยกตำแหน่งมานั่งใน ครม.ทำงานแบบเต็มตัวเต็มเวลา

ด้วยคุณสมบัติชื่อชั้นยี่ห้อเรียกความเชื่อมั่นได้มากกว่า “หม่อมอุ๋ย” ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล รอง นายกฯ หัวหน้าทีมเศรษฐกิจคนปัจจุบัน

และที่อาจจะพ่วงเข้าไปด้วยในคิวเดียวกัน ก็คือนายพินิจ จารุสมบัติ ที่ปั่นโปรไฟล์ช่วยงานรัฐบาลอยู่วงนอก โดยเฉพาะการดีลธุรกิจกับจีนแผ่นดินใหญ่

ถือตั๋วสายบ้านสี่เสาฯ รอหมายเกณฑ์จากทหารเข้ามาช่วยงานกระทรวงเกษตรฯ

ที่ชั่งน้ำหนักได้ก็มีแค่ 2 ชื่อนี้เท่านั้น

แต่ครั้นจับกระแสแล้วว่า “ปรับแน่” ก็มีชื่อตัวละครใหม่ๆ อย่างนายสรอรรถ กลิ่นประทุม โผล่เข้าประกวด นัยว่าเป็นการยื้อโควตาของทีมงานค่ายสีน้ำเงินที่ผูกดีลอำนาจอยู่กับพี่ใหญ่บูรพาพยัคฆ์

กั๊กอำนาจ ขอมีส่วนแชร์ผลประโยชน์มั่งตามเหลี่ยม

และตามทางข่าวก็ยังไหลไปโยงกับความเคลื่อนไหวเบื้องหลัง “ปฏิญญาเขาใหญ่”

ตามกระแสมีการโยงชื่อของนักการเมืองระดับบิ๊กเนม “4-5 ส” ทั้ง “ส อีสาน”-“ส ภาคกลาง”-“ส ตะวันออก”-“ส กรุงเทพฯ” อยู่ในดีลรัฐบาลแห่งชาติตามยุทธศาสตร์ท็อปบูตจะลงหลังเสืออย่างปลอดภัย

มีการเดาปริศนาอักษรย่อไปที่ ส “สุวัจน์ ลิปตพัลลภ” กับ ส “สุดารัตน์ เกยุราพันธุ์”

แต่จะถูกต้อง เป็นคำตอบสุดท้ายหรือไม่ ทุกอย่างมันยังต้องถาม พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ที่ล่าสุดบินโฉบมาปักหลักที่ประเทศสิงคโปร์ โดยมีทีมอดีต ส.ส.พรรคเพื่อไทยแห่บินไปพบ แฮปปี้เบิร์ธเดย์ล่วงหน้า เพราะวันเกิดปีนี้จะไม่มาจัดที่ใกล้ๆ เมืองไทย

“นายใหญ่” รู้เห็นด้วยหรือไม่กับสูตรตัดต่อพันธุกรรม.

ทีมข่าวการเมือง

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้