วันเสาร์ที่ 18 สิงหาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

คิดอย่างนี้รัฐบาลตายก่อน

พล.ต.สรรเสริญ แก้วกำเนิด รองโฆษกสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงเมื่อวันสุดสัปดาห์ว่า สถานการณ์น้ำฝน น้ำในเขื่อน และ น้ำใช้ อยู่ในสถานการณ์ที่ไว้วางใจไม่ได้ รัฐบาลจึงเตรียมมาตรการจัดการปัญหา โดยให้ความสำคัญกับ “น้ำบริโภค” เป็นอันดับแรก เพราะถือเป็นปัจจัยสำคัญในการดำรงชีวิตของมนุษย์ คณะรัฐมนตรีจะบรรจุวาระเร่งด่วนเรื่องการดูแลน้ำกินน้ำใช้ให้กับพี่น้องประชาชนในพื้นที่ประสบภัยแล้ง

ฟังแค่นี้ก็น่าชื่นใจ รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เอาใจใส่ดูแลความเดือดร้อนของประชาชนที่ประสบภัยแล้งเป็นอย่างดี แต่พอฟังประโยคหลังก็อึ้งกิมกี่ไปเลย

พล.ต.สรรเสริฐ บอกว่า มาตรการที่รัฐบาลจะใช้หาน้ำดื่มน้ำใช้มาให้ประชาชนที่ประสบภัยแล้ง จะทำในรูปแบบ “เปิดรับบริจาคน้ำดื่มจากประชาชนส่วนกลาง” ส่งไปช่วยสมทบในจุดที่ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงโปรดฯให้ ตั้งจุดบริการน้ำดื่ม ใน โรงเรียนราชประ- ชานุเคราะห์ ที่ยังต้องการความช่วยเหลือเป็นพิเศษ โดยมอบหมายให้ กระทรวงมหาดไทย เป็นเจ้าภาพหลักระดมน้ำใจไทยช่วยคนไทยสู้ภัยแล้งในครั้งนี้

ไม่รู้ว่าหน่วยงานไหนที่คิดเรื่อง “สิ้นคิด” แบบนี้ให้รัฐบาล

เห็น ภูมิปัญญารัฐบาล ในการแก้ปัญหาน้ำดื่มครั้งนี้แล้ว ก็ไม่แปลกใจ ทำไมเศรษฐกิจไทยยิ่งแก้ยิ่งจม ภูมิปัญญารัฐบาลคิดได้แค่นี้เองหรือ อีกหน่อยเงินภาษีไม่พอ รัฐบาลมิต้องเปิดรับบริจาคเงินจากประชาชนเพื่อปิดหีบงบประมาณหรือแล้วบ้านเมืองจะไปรอดไหมเนี่ย

ขนาด พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระประชวร ก็ยังทรงคิดแก้ปัญหาภัยแล้งให้ประชาชน ทรงจัดหาน้ำดื่มให้ประชาชนที่ขาดแคลน โดยให้ โรงเรียนราชประชานุเคราะห์ ของพระองค์ เป็นศูนย์บริการแจกน้ำดื่มให้ประชาชน โดยไม่พึ่งรัฐบาล

แทนที่รัฐบาลจะนำ พระราชดำริ ไปขยายผล จัดหาน้ำดื่มสะอาดไปบริการประชาชนทุกพื้นที่ที่ยังขาดแคลน ซึ่งเป็น “หน้าที่รัฐบาล” อยู่แล้ว กลับให้ กระทรวงมหาดไทย ไป ขอบริจาคน้ำดื่มจากประชาชน เพื่อนำไปแจกอีกต่อ คิดได้ยังไง

การ ขอบริจาคน้ำดื่มจากประชาชนของรัฐบาล เพื่อนำไปช่วยเหลือประชาชนที่ประสบภัยแล้ง ผมก็ว่าเป็นความคิดที่แย่แล้ว รัฐบาลกลับทำได้แย่กว่านั้นอีก จะเอาน้ำดื่มที่ไปขอบริจาคมา ไปอาศัย โรงเรียนราชประ-ชานุเคราะห์ ที่ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงใช้เป็นจุดบริการแจกน้ำดื่มของพระองค์อยู่แล้ว เป็นจุดแจกน้ำดื่มแก่ประชาชนด้วย ไม่ได้คิดอะไรใหม่เลย

เท่ากับ เพิ่มภาระ ให้ โรงเรียนราชประชานุเคราะห์ และยังสร้างปัญหาให้ประชาชนในพื้นที่ ไม่ได้รับความสะดวกในการแจกน้ำดื่ม เพราะไปกระจุกตัวอยู่ที่เดียวกัน ประชาชนในพื้นที่ก็ไม่ได้รับความสะดวก ประชาชนต่างพื้นที่ก็ไม่ได้รับความสะดวก ความจริงแล้ว รัฐบาลควรไปเพิ่มจุดแจกน้ำดื่มให้มากที่สุด กระจายให้ทั่วถึงทุกหมู่บ้านที่เดือดร้อน เพื่อเติมเต็มส่วนที่โรงเรียนราชประชานุเคราะห์ไปไม่ถึง

ก็ไม่รู้ว่ารัฐบาลคิดกันตื้นๆอย่างนี้ได้อย่างไร

ความจริง กระทรวงมหาดไทย ก็มี การประปานครหลวง และ การประปาส่วนภูมิภาค โรงงานผลิตน้ำดื่มที่ใหญ่ที่สุดในประเทศอยู่ในสังกัดอยู่แล้ว การประปาทั้งสองแห่งนอกจากผลิตน้ำประปาส่งไปยังบ้านเรือนแล้ว ยัง “ผลิตน้ำดื่มขวด” ออกจำหน่ายด้วย

ทำไมรัฐบาลจึงไม่ซื้อหรือสั่งให้ การประปานครหลวง และ การประปาส่วนภูมิภาค ส่งน้ำดื่มขวดไปช่วยเหลือประชาชนที่ประสบภัยแล้ง ผมก็ไม่อาจทราบได้

แต่ความคิดที่จะ ขอรับบริจาคน้ำดื่มจากประชาชน เพื่อนำไปแจกประชาชนที่ประสบภัยแล้งขาดแคลนน้ำดื่ม ผมว่าเป็นความคิดที่ไม่เข้าท่า รัฐบาลไม่รู้สึกอายบ้างหรือ ที่คิดอย่างนี้ ศักดิ์ศรีรัฐบาลมีไหม แค่น้ำดื่มยังไม่มีปัญญาแก้ปัญหาให้ประชาชน แล้วรัฐบาลจะไปแก้ปัญหาอะไรอื่นได้.

“ลม เปลี่ยนทิศ”

20 ก.ค. 2558 11:01 20 ก.ค. 2558 11:02 ไทยรัฐ