วันอังคารที่ 21 สิงหาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

โละครม.ศก. ปชป.แนะผ่าตัดใหญ่

จาตุรนต์เย้ย ‘เกินเยียวยา’ ลดเอกสิทธิ์ ทั้งส.ว.-ส.ส.

“ปณิธาน” ออกตัวแทน นายกฯเกรงใจไม่กล้าปรับ รมต. ชี้ช่องต้องขอลาออกเอง “นิพิฏฐ์” โดดหนุนโละ ครม.เศรษฐกิจ ซัดใช้คนมือไม่ถึงเลยพากันเจ๊ง เด็ก ปชป.แนะอย่าเลี้ยงไข้ต้องผ่าตัดใหญ่ แขวะ “หม่อมอุ๋ย” ได้ตั๋วพิเศษแต่ทำไม่ได้ “จาตุรนต์” เย้ยสายเกินเยียวยา ปรับตอนนี้ก็ไม่มีอะไรดีขึ้น “สรอรรถ” เหนียมไม่รู้มีชื่อนั่ง ก.เกษตรฯ ส.ส.-ส.ว.มีหนาวกมธ.ยกร่างฯรื้อเอกสิทธิ์คุ้มครองช่วงสมัยประชุม ถ้าทุจริต-ทำผิดโทษจำคุก 10 ปีขึ้นไป มีสิทธิถูกดำเนินคดีเหมือนคนทั่วไป กลับลำอีกกำหนดให้การเลือกตั้งเป็นหน้าที่ “บวรศักดิ์” ปลื้มภาพรวม “สถาพร” แจงตั้งกุนซือติดชนัก ถ้า ป.ป.ช.ฟันผิดไม่เอาไว้แน่

กระแสข่าวว่าจะมีการปรับ ครม.เริ่มหนาหูขึ้นเรื่อยๆ ล่าสุด ฝ่ายการเมืองอย่างพรรคประชาธิปัตย์ ร่วมเสนอให้ปรับ ครม.ทีมเศรษฐกิจยกชุด โดยให้เหตุผลว่ามือไม่ถึง ไม่สามารถแก้วิกฤติเศรษฐกิจในขณะนี้ได้

“นายกฯ” เกรงใจไม่กล้าปรับ รมต.

เมื่อวันที่ 18 ก.ค. นายปณิธาน วัฒนายากร ที่ปรึกษา พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกระแสข่าวจะมีการปรับคณะรัฐมนตรี (ครม.) โดยเฉพาะจะนำเอานายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ สมาชิกคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เข้ามาอยู่ในทีมเศรษฐกิจว่า ความจริงนาย สมคิดทำงานขับเคลื่อนอยู่ทุกวันใน คสช. การปรับ ครม. นายกรัฐมนตรีคงคิดว่าไม่ใช่ความผิดของรัฐมนตรี เพราะนายกฯไปเชิญเขามา หลายคนก็ไม่อยากมา พอไปเชิญเขามาแล้วจะให้เอาออก นายกฯอาจรู้สึกว่าไม่ค่อยเหมาะ ตนคิดว่าถ้าจะเป็นไปได้น่าจะเป็นลักษณะรัฐมนตรีขอลาออกเองมากกว่า เพราะเบื่อแล้วหรือมีปัญหาสุขภาพ เท่าที่ฟังดูนายกฯคงไม่ให้ออก แต่ทุกอย่างอยู่ที่นายกฯ ส่วนข้อเสนอให้ดึงนักการเมืองเข้าร่วม ครม.นั้น คนเสนอแนวคิดนี้อาจไม่ได้อยู่ในตำแหน่งที่ควบคุมคนเหล่านี้ ขนาดพรรคเดียวกันยังคุมกันไม่ได้เลย และปัญหาอยู่ที่ว่าคนอื่นจะยอมรับได้หรือไม่

“นิพิฏฐ์” โดดหนุนโละ ครม.ศก.

ที่พรรคประชาธิปัตย์ นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกระแสข่าวการปรับ ครม.ว่า เคยเสนอแนะต่อนายกรัฐมนตรีไปว่าถึงเวลาที่ควรปรับ ครม.แล้ว เพราะตอนเริ่มจัดตั้งรัฐบาลหลังรัฐประหาร เข้าใจได้ว่าต้องใช้คนที่ไว้วางใจ แต่เมื่อผ่านมาระยะหนึ่งงานที่ตั้งเป้าหมายไว้ไม่สัมฤทธิผล จำเป็นต้องปรับเปลี่ยนตัวบุคคลเข้ามาช่วยทำงานเพื่อส่วนรวม ตนเห็นว่ายังมีคนดีมีฝีมืออีกมากที่ไม่อยากเป็นนักการเมือง ไม่อยากลงเลือกตั้งสามารถเข้ามาช่วยงานรัฐบาลเพื่อกอบกู้วิกฤติเศรษฐกิจได้ โดยกระทรวงที่เห็นว่าต้องปรับ เช่น กระทรวงการต่างประเทศ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และกลุ่มกระทรวงที่เกี่ยวข้องกับเศรษฐกิจทั้งหมด คือ กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงการคลัง และกระทรวงพลังงาน

ย้ำใช้คนมือไม่ถึงเลยพากันเจ๊ง

นายนิพิฏฐ์กล่าวต่อว่า ทั้ง 3 กระทรวงเป็นหลักในการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ เพราะใช้คนไม่เหมาะกับงาน กระทรวงคลัง กระทรวงพาณิชย์ ได้ คนที่มือไม่ถึง ส่งออกจึงติดลบมาตลอด สินค้าการเกษตรตกต่ำ ซ้ำยังส่งออกไม่ได้อีก ต้องแก้ไขแล้ว กระทรวงพลังงานผิดพลาดด้านนโยบายราคาพลังงาน ซึ่งงานกลุ่มเศรษฐกิจเกี่ยวโยงกันทั้งหมด จึงถึงเวลาต้องปรับใหญ่ 4-6 ตำแหน่งหลักๆ หากปรับแค่ 1-2 คน ก็ไร้ประโยชน์ เพราะ ครม.ที่มีอยู่ไม่ได้ให้ความหวังต่อประชาชนว่าจะดีขึ้น หากปรับใหญ่แล้วไปทาบทามคนดีมีความสามารถมาช่วยกันเพื่อบ้านเมืองน่าจะดีขึ้น หากนายกฯบอกว่าทุกคนเหนื่อยและไม่มีใครอยากมาเป็นรัฐมนตรี อยากบอกว่าทุกคนเหนื่อยทั้งนั้น และงานการเมืองเป็นงานอาสา ไม่มีใครบังคับ เชื่อว่าสังคมไทยยังมีคนดีคนเก่งอีกมากที่จะรับใช้บ้านเมือง

แนะอย่าเลี้ยงไข้ต้องผ่าตัดใหญ่

นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี อดีต ส.ส.กทม.และทีมเศรษฐกิจพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกระแสข่าวการปรับ ครม.ว่า เห็นด้วยว่าถึงเวลาที่ต้องปรับ ครม.แล้ว โดยเฉพาะ ครม.เศรษฐกิจ เพราะไม่มีนวัตกรรมใหม่ให้เห็น ยังเป็นการทำตามนโยบายและแผนงานเก่าที่ทำมา ดังนั้นหากจะเปรียบเป็นอาการไข้ของผู้ป่วย ถ้ารัฐบาลจะรักษาประคองอาการก็ไม่ต้องปรับ แต่ถ้าจะรักษาจริงจังก็ต้องผ่าตัดใหญ่ คือปรับ ครม.ใหญ่ เพราะที่ปฏิบัติอยู่นี้ยังไม่เข้าขั้นที่เรียกว่าการปฏิรูป ตามที่รัฐบาลประกาศไว้ว่าเป็นยุคปฏิรูปการเมือง อยู่อย่างนี้ก็ไปไม่ถึงฝั่งฝัน น่าเห็นใจรัฐบาล คสช. ที่เข้ามารับไม้ต่อจากรัฐบาล น.ส. ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ก็มีหนี้สาธารณะอยู่แล้ว 5.4 ล้าน ล้านบาท เพราะใช้นโยบายเสพติดประชานิยม รัฐบาล นี้เข้ามาบริหาร 1 ปี ก่อหนี้เพิ่มขึ้นราวแสนล้านบาทเศษ วันนี้หนี้สาธารณะของประเทศอยู่ที่ 5.5-5.6 ล้าน ล้านบาท ถือว่ายังดีกว่าให้มีการใช้ประชานิยมมอมเมา

ซัด “อุ๋ย” ได้ตั๋วพิเศษแต่ทำไม่ได้

นายอรรถวิชช์กล่าวอีกว่า หากคิดจะเปลี่ยน ครม. ต้องปรับออกทั้งชุดโดยเฉพาะหัวหน้าทีมเศรษฐกิจ ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล รองนายกรัฐมนตรี เพราะมีโอกาสเข้าร่วมเป็นรัฐมนตรีแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ ในยุครัฐบาล พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ และรัฐบาลนี้ ซึ่งเป็นรัฐบาลที่มีอำนาจพิเศษ แต่ยังไม่สามารถนำพาเศรษฐกิจของชาติไปได้ดีเท่าที่ควร ต้องทบทวนตัวเอง เปิดโอกาสให้คนอื่นเข้ามาทำหน้าที่นี้แทนได้แล้ว รัฐบาลเหลือเวลาอีกปีเดียว ถ้าได้หัวหน้าทีมเศรษฐกิจไม่เก่งจะถูกต่างชาติบีบในเรื่องเศรษฐกิจหลายเรื่อง ใช้เป็นข้ออ้างโยงถึงการ ตัดสิทธิข้อยกเว้นภาษีทางการค้าของสินค้าประมงเข้ายุโรป (GSP) ซึ่งทีมเศรษฐกิจควรเจรจานอกรอบ กับอียูแต่ก็ไม่ได้ทำ หรือนโยบายทางสายไหมเส้น ใหม่ของจีน รัฐบาลไทยก็ตกขบวนนี้ ไม่ส่งตัวแทน ไปร่วมลงนาม โดยอ้างว่ากฎหมายภายในของเรายัง ไม่เสร็จ ถือเป็นตลกร้ายทำให้เราพลาดโอกาส วันนี้ นโยบายด้านความมั่นคงของรัฐเป็นเลิศ แต่นโยบายเศรษฐกิจไม่ทันกระแสโลก จึงถึงเวลาที่ต้องปรับ ครม. เศรษฐกิจขนานใหญ่ อยู่ที่นายกฯจะเลือกทำหรือไม่

เอาด้วยดึงนักการเมืองร่วมกู้ชาติ

ด้าน พล.อ.เอกชัย ศรีวิลาส คณะกรรมการศึกษาแนวทางการสร้างความปรองดอง สภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) กล่าวถึงกรณี นพ.ประเวศ วะสี ราษฎรอาวุโส เสนอให้ตั้งรัฐบาลแห่งชาติแก้ปัญหาของประเทศว่า นพ.ประเวศ มองเห็นว่า ปัญหาของประเทศจะแก้ปัญหาด้วยใครคนเดียวไม่ได้ ต้องระดม สมอง พรรคการเมืองใดเก่งด้านใดก็ให้เข้ามา ไม่ จำเป็นต้องเข้ามาเป็นรัฐบาลทั้งหมด โดยนายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ เคยพูดไว้ที่สภาฯว่า ไม่ได้ตั้งใจ จะนำคนบ้านเลขที่ 109 และ 111 มาเป็นรัฐมนตรี แต่เพื่อให้มาช่วยงานสภาขับเคลื่อนการปฏิรูป ถือว่าชัดเจนมาก ดังนั้นหากใครเก่งเรื่องใดต้องระดมเข้ามา พูดง่ายๆเป็นการระดมพลังของประเทศทั้งหมด เชื่อว่าทุกคนจะพอใจ เพราะตัวเองมีงานทำ จะแย่งกันทำงานเพราะเมื่อใดที่มีการเลือกตั้ง จะได้มีคะแนนเสียง

“จาตุรนต์” เย้ยรัฐบาลสายเกินแก้

นายจาตุรนต์ ฉายแสง อดีต รมว.ศึกษาธิการ กล่าวว่า การปรับ ครม.ชั่วโมงนี้คงไม่ช่วยอะไร สายเกินไป เพราะปัญหาเศรษฐกิจสะสมมานาน และเป็น ปัญหาเชื่อมโยงกับต่างประเทศ ที่ต้องอาศัยการเจรจา ความเชื่อมั่นจากนักลงทุนทั้งในและต่างประเทศ แต่เราปกครองในระบอบที่ไม่เป็นประชาธิปไตย ทำให้ไม่เป็นที่ยอมรับ ต่อให้เปลี่ยนตัวบุคคลแต่ถ้ายังอยู่ภายใต้ระบอบเดิม ก็ไม่ทำให้อะไรดีขึ้น อีกอย่างการทำงานรัฐบาลนี้ขึ้นอยู่กับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้า คสช. คนเดียว พูดทุกเรื่องอยู่คนเดียว ผิดบ้างถูกบ้าง สะเปะสะปะ รัฐมนตรีก็ไม่กล้าพูดไม่กล้าทำอะไร ถึงเปลี่ยนรัฐมนตรีแต่ยังทำงานแบบนี้ก็ไม่เกิดประโยชน์

ชี้ฟังผู้เห็นต่าง–เร่งคืน ปชต.ดีสุด

นายจาตุรนต์กล่าวว่า ทางออกมี 2 ทางคือ เปิดฟังความคิดเห็นต่างมากขึ้น จะทำให้นายกฯรับรู้ ความจริงมากขึ้น ทำให้ผู้ที่อยู่รอบตัวนายกฯกล้าพูดความจริงไม่ใช่พูดเอาใจ ซึ่งเป็นต้นเหตุการแก้ไขปัญหาที่ล้มเหลว อีกเรื่องคือ ทำให้คนมั่นใจว่าอยากคืนประชาธิปไตยโดยเร็ว เวลานี้ถึงแม้ว่า พล.อ.ประยุทธ์ยืนยันว่าจะปฏิบัติตามโรดแม็ป แต่ไม่มีใครรู้ว่าโรดแม็ปจะถูกเปลี่ยนอีกครั้ง ร่างรัฐธรรมนูญจะผ่านหรือไม่ผ่าน และไม่มีใครรู้ว่าจะมีอะไรตามมา ไม่แน่ใจว่าประเทศไทยจะคืนสู่ประชาธิปไตยหรือไม่ กฎเกณฑ์ กติกาต่างๆเลือกข้างการเมืองชัดเจน ทำให้คนยังวิตก และการใช้มาตรา 44 ก็เข้ารกเข้าพง

“สรอรรถ” ไม่รู้มีชื่อนั่ง ก.เกษตรฯ

ขณะที่นายสรอรรถ กลิ่นประทุม อดีต รมว.เกษตรและสหกรณ์ กล่าวเพียงสั้นๆ ถึงกระแสข่าว จะถูกดึงตัวเข้ามาเป็น รมว.เกษตรฯ ว่า ไม่รู้เรื่อง ตนก็ทราบจากข่าว ถ้ามีข่าวดีแล้วจะบอก เมื่อถามว่า ถ้ามาอยู่กระทรวงเกษตรฯ ถือว่าเป็นงานเก่าที่ ถนัดหรือไม่ นายสรอรรถตอบว่า วันนี้ยังเป็นเรื่องสมมติ ก็เห็นเปลี่ยนกันรายวัน

รื้อเอกสิทธิ์คุ้มครอง ส.ส.–ส.ว.

วันเดียวกัน เวลา 09.30 น. ที่โรงแรมเอเชีย พัทยา จ.ชลบุรี มีการประชุมคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญนอกสถานที่เป็นวันที่ 6 มีนายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ ประธาน กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญ เป็นประธาน โดยนายคำนูณ สิทธิสมาน โฆษก กมธ.ยกร่างฯ แถลงว่า ประเด็นการให้เอกสิทธิ์คุ้มครองการปฏิบัติหน้าที่ของ ส.ส.และ ส.ว. กมธ.ยกร่างฯได้ปรับหลักการสำคัญให้แตกต่างจากรัฐธรรมนูญปี 50 โดยเพิ่มข้อยกเว้นการให้เอกสิทธิ์คุ้มครองในความผิดฐานทุจริตต่อหน้าที่ กรณีทำความผิดที่มีโทษจำคุกตั้งแต่ 10 ปีขึ้นไป

อาจถูกดำเนินคดีในสมัยประชุม

นายคำนูณกล่าวต่อว่า ขณะที่การคุ้มครองไม่ให้นำตัว ส.ส.หรือ ส.ว. ไปดำเนินคดีระหว่างชั้นศาล มีการปรับแก้ไขจากเดิมที่ไม่สามารถทำได้ เป็น ยกเว้นจะได้รับจากความยินยอมจากสภาผู้แทนราษฎรหรือวุฒิสภา หรือกระทำความผิดตาม พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้ง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง และกรณีที่สมาชิกผู้นั้นยินยอมให้ดำเนินคดี อย่างไรก็ตามหากกรณีมีการจับ ส.ส.หรือ ส.ว.ขณะกระทำความ ผิด ประธานสภาฯหรือประธานวุฒิสภาอาจร้องขอสั่งให้ปล่อยผู้ถูกจับได้ โดย กมธ.ยกร่างฯอาจไปกำหนดให้ชัดเจนในเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญต่อไป

กลับลำให้การเลือกตั้งเป็นหน้าที่

พล.อ.เลิศรัตน์ รัตนวานิช โฆษก กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญ กล่าวว่า ที่ประชุม กมธ.ยกร่างฯเสียงส่วนใหญ่ มีมติให้กำหนดว่าการเลือกตั้งเป็นหน้าที่ของผู้มีสิทธิเลือกตั้ง ต่างจากร่างเดิมที่กำหนดให้การเลือกตั้งเป็นสิทธิ ทั้งนี้เพื่อให้สอดคล้องกับผลโพลที่คนส่วนใหญ่เห็นว่าการเลือกตั้งต้องเป็นหน้าที่และ ส่งเสริมให้ประชาชนมีส่วนร่วมกับประชาธิปไตยมากขึ้น ดังนั้น วิธีปฏิบัติก็ต้องเหมือนรัฐธรรมนูญปี 50 คือใครไม่ไปเลือกตั้งต้องถูกตัดสิทธิทางการเมือง เว้นแต่จะไปชี้แจงกับคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) หรืออยู่ต่างประเทศ หรือเพิ่งย้ายภูมิลำเนาได้ไม่ถึง 90 วัน ส่วนกรณี กกต.บางคนแสดงความ ไม่เห็นด้วย ที่ กมธ.ยกร่างฯตัดอำนาจการให้ใบแดง ไปให้ศาลพิจารณาแทนนั้น ไม่ขอตอบโต้องค์กรหน่วย งาน หรือบุคคลใด แต่ต้องมีการชี้แจงทำความเข้าใจ

ยอมตัดใจหั่นทิ้ง ส.ว.จับสลาก

พล.อ.เลิศรัตน์กล่าวว่า ที่ประชุมยังพิจารณาเห็นชอบปรับเปลี่ยนที่มา ส.ว. โดยให้มี ส.ว.จำนวน 200 คน มาจาก 5 กลุ่มตามเดิม โดยการสรรหาและเลือกตั้ง ตัดการจับสลากทิ้งไป สำหรับการสรรหาใน 4 กลุ่ม คณะกรรมการสรรหา กลุ่มที่ 1 มีกรรมการสรรหา 5 คน กลุ่มที่ 2 มี 9 คน กลุ่มที่ 3 มี 12 คน กลุ่มที่ 4 มี 18 คน โดยให้กรรมการแต่ละคณะเลือก ประธานของแต่ละกลุ่ม และกรรมการจะเข้ารับการ สรรหาเป็น ส.ว.ไม่ได้ ส่วนกรณีกรรมการในตำแหน่งไม่สามารถทำงานได้ ถ้ากรรมการที่เหลือมีไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่ง ให้ทำหน้าที่ต่อไป และให้สรรหา ส.ว. ให้เสร็จ หลังจากได้รับรายชื่อภายใน 30 วันแล้ว แจ้งผลต่อ กกต.เพื่อประกาศผลต่อไป ส่วนหลักเกณฑ์และวิธีการได้กรรมการสรรหาให้เป็นไปตาม พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส.และการได้มาซึ่ง ส.ว. ทั้งนี้ เชื่อว่าการสรรหา ส.ว.จะเกิด ความหลากหลายครอบคลุมจากทุกภาคส่วน

ตัดสิทธิตลอดชีวิตให้อุทธรณ์ได้

นายคำนูณ สิทธิสมาน ชี้แจงเพิ่มเติมว่า กมธ.ยกร่างฯมีความประสงค์อย่างแรงกล้า ไม่ต้องการให้ผู้ทุจริตการเลือกตั้งเข้ามาสู่วงการเมือง ซึ่งเป็นไปตามเงื่อนไขของรัฐธรรมนูญชั่วคราวมาตรา 35 (4) และร่างรัฐธรรมนูญมาตรา 111 (8) ที่กำหนดคุณสมบัติต้องห้ามการสมัคร ส.ส.ว่าต้องคำพิพากษาทำให้การเลือกตั้งไม่บริสุทธิ์ยุติธรรม โดยมีโทษตัดสิทธิการเมืองตลอดชีวิต จึงควรมีหลักประกันว่าผู้ที่จะถูกลงโทษต้องได้รับความยุติธรรมจากศาล ส่วนจะนำมาใช้ในการเลือกตั้งครั้งต่อไปทันทีหรือไม่นั้น คงต้องพิจารณาอีกครั้ง

นายบรรเจิด สิงคะเนติ กมธ.ยกร่างฯ กล่าวว่า การให้ใบแดงหรือการตัดสิทธิบุคคลลงสมัครรับเลือกตั้งตลอดชีวิต เหมือนการตัดสินประหารชีวิต ถือเป็นโทษที่แรง คนที่จะถูกตัดสิทธิต้องมีสิทธิอุทธรณ์ฟ้องร้องกับศาลได้เพื่อความเป็นธรรม เราพิจารณาไปตามหลักนิติรัฐ เพื่อจะประกันสิทธิของผู้ต้องโทษร้ายแรงด้วยอำนาจตุลาการ ทั้งยังให้อำนาจศาลไต่สวนทางลับ เพื่อคุ้มครองพยาน

“บวรศักดิ์” ปลื้มพอใจภาพรวม

นายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ ประธาน กมธ.ยกร่างฯ กล่าวว่า ภาพรวมการพิจารณาทบทวนร่างรัฐธรรมนูญนอกสถานที่ ตลอด 1 สัปดาห์ที่ผ่านมาเป็นที่น่าพอใจ เพราะนำความเห็นของทุกฝ่ายทั้งองคมนตรี องค์กรอิสระ สปช. มาปรับแก้ไข ยืนยันว่ายังคงเนื้อหาหลักใน 4 เสาหลัก พยายามทำให้ข้อถกเถียงที่วิพากษ์ วิจารณ์ก่อนหน้านี้ลดน้อยลง ขณะเดียวกันการจัดทำร่างรัฐธรรมนูญอาจต้องล่าช้าออกไป เพราะต้องจัดทำ พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการปฏิรูป เพื่อนำเรื่องปฏิรูปด้านต่างๆที่เคยอยู่ในร่างรัฐธรรมนูญมาลงไว้ในกฎหมายดังกล่าว เพื่อให้เป็นที่ยอมรับของ กมธ.ปฏิรูป 18 คณะ เมื่อแก้ไขก็ต้องส่งไปให้พิจารณา จากนั้นนำกลับมาพิจารณายกร่างกฎหมายดังกล่าว ขณะนี้ร่างรัฐธรรมนูญเนื้อหาส่วนใหญ่นิ่งแล้ว คงไม่ต้องทบทวนเนื้อหาอีก แต่อาจใช้ช่วงขยายเวลาเพื่อดูถ้อยคำและเลขมาตราให้ถูกต้อง แต่หลักการได้ผ่านไปหมดแล้ว

สนช.เชื่อรัฐบาลลากยาวถึงปี 60

ที่ศาลากลางจังหวัดกาญจนบุรี สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) นำโดยนายพีระศักดิ์ พอจิต รองประธาน สนช. ลงพื้นที่พบประชาชนที่ จ.กาญจนบุรี เพื่อรับฟังปัญหาอุปสรรคในพื้นที่ เช่น การพัฒนาชายแดนบ้านน้ำพุร้อน อ.เมืองกาญจนบุรี ปัญหาการบุกรุกที่ดินราชพัสดุ ปัญหาการคมนาคม การขาดแคลนน้ำ โดยนายพีระศักดิ์ได้กล่าวระหว่างประชุมร่วมกับหน่วยราชการในพื้นที่ว่า ขณะนี้ร่างรัฐธรรมนูญใกล้เสร็จแล้ว หากต้องทำประชามติ คาดว่าจะเกิดขึ้นได้ประมาณปลายเดือน ม.ค.2559 ดูจากสถานการณ์แล้วน่าจะเลือกตั้งได้ปลายปี 2559 กว่าจะประกาศผลการเลือกตั้งจัดตั้งรัฐบาลได้ รัฐบาลชุดนี้คงอยู่ได้ถึงต้นปี 2560 เช่นเดียวกับ สนช.ที่จะต้องอยู่ต่อไปจนกว่าจะมีวุฒิสภาชุดใหม่มาทำหน้าที่ ดังนั้น สนช.จึงทำงานร่วมกับรัฐบาลตาม โรดแม็ปที่วางไว้

เชียร์แบนตลอดชีวิตคนทุจริต

นายพีระศักดิ์กล่าวถึงกรณี กมธ.ยกร่างฯเสนอให้ตัดสิทธิทางการเมืองตลอดชีวิตแก่ผู้ถูกถอดถอนออกจากตำแหน่งกรณีการทุจริต ว่า เห็นด้วย เพราะคนที่ทุจริตคอร์รัปชัน และทุจริตการเลือกตั้ง ต้องไม่ให้เข้ามา ความจริงน่าจะมีโทษติดคุกด้วย หากมองว่าเป็นโทษแรง ก็ต้องแรงเพื่อให้เกิดความเกรงกลัว แต่โดยหลักกฎหมายจะไม่มีผลย้อนหลังกับผู้กระทำผิดในช่วงที่ผ่านมา หรือผู้ได้รับโทษไปแล้ว แต่จะใช้ในอนาคตกับคนที่กระทำความผิด โดยเฉพาะคนที่ถูกชี้มูลความผิดแล้วถูกวุฒิสภาลงมติถอดถอน ต้องลงโทษหนัก เพราะสภาสูงได้พิจารณาอย่างรอบคอบ และการใช้เสียงถอดถอนไม่ใช่เรื่องง่าย

ห่วงปัญหา นศ.ต้านรัฐบาล คสช.

พล.อ.สุรเชษฐ์ ชัยวงศ์ รมช.ศึกษาธิการ กล่าวว่า ขณะนี้ถือว่าทำงานมาครบปี เดือนหน้าจะมีการตรวจประเมินผลสิ่งที่รัฐบาลได้ดำเนินการไปแล้ว ในการขับเคลื่อนตามนโยบายการปรับปรุงพัฒนาริเริ่ม การบูรณาการของกระทรวงศึกษาธิการ โดยเฉพาะเรื่องการเบิกจ่ายงบประมาณ หัวใจคือพัฒนาคุณภาพการศึกษาให้ได้ เพราะส่งผลต่อการพัฒนาคน พัฒนาประเทศให้เกิดความมั่นคง ส่วนปัญหาการเคลื่อนไหวของกลุ่มนักศึกษาต่อต้านรัฐบาล และ คสช.นั้น ยอมรับว่าเป็นเรื่องหนึ่งที่รัฐบาลเป็นห่วง พยายามบอกทางอาจารย์ให้ทำความเข้าใจกับลูกศิษย์ ถึงความเหมาะสม อะไรควร อะไรเหมาะ ถ้าเป็นแนวคิดที่บริสุทธิ์ก็เป็นเรื่องที่เข้าใจได้ แต่ถ้าถูกชี้นำให้ต่อต้านรัฐบาล ตนว่าไม่ควร เชื่อว่าหลังครูอาจารย์ไปทำความเข้าใจ จะดีขึ้นบ้าง

กุนซือ “บิ๊กป้อม” เชื่อไร้กลุ่มล้ม

นายปณิธาน วัฒนายากร ที่ปรึกษา พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ ฝ่ายความมั่นคง กล่าวถึงการติดความเคลื่อนไหวของกลุ่มต่างๆ หลังมีกระแสข่าวเตรียมระดมคนเพื่อล้มรัฐบาล ว่า ยังเป็นไปตามที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช. ระบุว่า ยังไม่มีความเคลื่อนไหวอะไรเป็นพิเศษ พล.อ.ประวิตรก็ไม่ได้กำชับอะไรเป็นพิเศษ ส่วนเงื่อนไขทางการเมืองหรือความเคลื่อนไหวต่างๆ ขอให้ไปสอบถาม ผบ.ทบ. และ ผบ.ตร. ที่รับผิดชอบโดยตรง ส่วนกรณีที่ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย กล่าวกับสมาคมกำนันผู้ใหญ่บ้าน ว่าวิกฤติครั้งหน้าจะมีการใช้อาวุธ และมีการจ้างอดีตทหารพรานมารบนั้น อาจเป็นเพียงการซักซ้อมทำความเข้าใจกับกลุ่มกำนันผู้ใหญ่บ้าน แต่สื่อจะไปตีความอย่างไรขึ้นอยู่กับความเข้าใจของแต่ละบุคคล

ปชป.เชียร์จะได้ล้างให้สะอาด

นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า เห็นด้วยกับ กมธ.ยกร่างฯที่ จะกำหนดคุณสมบัติต้องห้ามผู้สมัคร ส.ส. กรณีทุจริตให้ถูกตัดสิทธิตลอดชีวิต จะได้ไม่ทำให้การเมืองล้มเหลวเช่นที่ผ่านมา แต่ขอให้ กมธ.ยกร่างฯบัญญัติไปด้วยว่า ในกรณีทุจริตเกี่ยวกับการเลือกตั้ง หากกรรมการบริหาร (กก.บห.) พรรคคนใด มีส่วนเกี่ยวข้องหรือรับรู้ รู้เห็น ขอให้ตัดสิทธิการเมืองตลอดชีวิตเฉพาะตัวบุคคลนั้น ส่วน กก.บห.คนอื่นที่ร่วมอยู่ในคณะนั้น ก็ควรต้องมีโทษตัดสิทธิเช่นกัน แต่แค่ช่วงเวลาหนึ่งเช่น 1-5 ปี ทั้งนี้เพื่อเป็นมาตรฐานของ กก.บห.พรรคการเมืองที่ต้องรับผิดชอบสูงกว่า ส.ส.ทั่วไป และเพื่อเป็นการแสดงความรับผิดชอบต่อสังคม จะช่วยยกระดับการเมืองให้ดีกว่าที่ผ่านมาได้ คือสิทธิต้องมาคู่กับหน้าที่

“ภูมิ” พ้ออยากทำอะไรทำเลย

นายภูมิ สาระผล อดีต รมช.พาณิชย์ กล่าวว่า กมธ.ยกร่างฯอยากจะเขียน หรืออยากจะทำอะไรก็ทำไป หลังจากนี้จะขอใช้ชีวิตส่วนตัวแบบปกติ สำหรับ คดีอาญาจากกรณีการระบายข้าวแบบรัฐต่อรัฐ (จีทูจี) ที่กำลังอยู่ระหว่างต่อสู้นั้น ตนพร้อมพิสูจน์ความบริสุทธิ์ในชั้นศาลจนถึงที่สุด ยืนยันว่าเป็นการทำตามหน้าที่ ทำตามนโยบายของรัฐบาล และไม่ได้มีการทุจริตคอร์รัปชันแต่อย่างใด ส่วนที่จะมีการฟ้องคดีแพ่งเพื่อเรียกค่าเสียหาจากโครงการรับจำนำข้าวนั้น หากโดนฟ้องก็พร้อมจะต่อสู้ในชั้นศาลต่อไป

“สามารถ” แถลงปิดคดีมั่นใจรอด

นายสามารถ แก้วมีชัย อดีต ส.ส.เชียงราย พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ในฐานะผู้ถูกกล่าวหาจาก ป.ป.ช.กรณีการแก้ไขรัฐธรรมนูญที่มา ส.ว.มิชอบ ได้เป็นตัวแทนของอดีต ส.ส.พรรคเพื่อไทย ไปยื่นหนังสือที่รัฐสภา เพื่อแจ้งความประสงค์จะขอแถลงปิดคดีด้วยวาจาแล้วเมื่อวันที่ 17 ก.ค. อดีต ส.ส.พรรคเพื่อไทยมอบหมายให้ตนเป็นตัวแทนแถลงปิดคดี ไม่รู้สึกกังวลเพราะได้เห็นแนวทางการซักถาม 38 อดีต ส.ว. ซึ่งลักษณะคดีเหมือนกันแล้ว และเมื่อได้ฟังข้อมูลทั้งจากอดีต 38 ส.ว. รวมทั้งคำชี้แจงของนายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ อดีตประธานสภาฯแล้ว เชื่อว่าอดีต ส.ส.สามารถตอบคำถามหักล้างได้อยู่แล้ว เพราะเป็นข้อกล่าวหาเดียวกัน หวังว่า สนช.จะมีบรรทัดฐานเดียวกัน

“สถาพร” แจงตั้งกุนซือติดชะนัก

พล.ต.อ.สถาพร หลาวทอง กรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) กล่าวถึงกรณีที่วงสัมมนาของคณะกรรมาธิการปฏิรูปการป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ สปช. มีการระบุถึงกรรมการ ป.ป.ช.บางคนตั้งบุคคลที่มีเรื่องถูกกล่าวหาคดีทุจริตมาเป็นที่ปรึกษาว่า ในวงเสวนาพูดถึงการทุจริตในภาพรวม โดยยกตัวอย่างกรณีที่ตนตั้งนายสมบัติ ธรธรรม ที่ถูกกล่าวหาเรื่องทุจริตมาเป็นที่ปรึกษา ยืนยันว่าไม่ได้นำคนทุจริตมาเป็นที่ปรึกษา กรณีดังกล่าวยังอยู่ระหว่างการไต่สวนของคณะอนุกรรมการ ป.ป.ช. ที่มีนายวิชัย วิวิตเสวี กรรมการ ป.ป.ช. เป็นประธานคณะอนุกรรมการไต่สวน ซึ่งยังไม่มีการตัดสินว่านายสมบัติมีความผิดจริง จึงต้องให้โอกาสทำงาน ทราบว่าจะนำคดีดังกล่าวเข้าสู่ที่ประชุม ป.ป.ช.เพื่อลงมติภายในเดือน ส.ค.นี้

ถ้า ป.ป.ช.ฟันผิดก็ไม่เอาไว้แน่

พล.ต.อ.สถาพรกล่าวว่า กรณีที่นายสมบัติถูก ป.ป.ช.ตั้งคณะอนุกรรมการไต่สวน เป็นเรื่องที่เกิดตั้งแต่ปี 2542 ขณะเป็นบอร์ด ขสมก. ซึ่งบอร์ดชุดดังกล่าวมี น.ส.สุภา ปิยะจิตติ กรรมการ ป.ป.ช. ร่วมเป็นบอร์ดอยู่ด้วย ถูกกล่าวหาว่ามีมติลดหนี้ให้ ขสมก. ทำให้มีการร้องเรียนตามมา ถือเป็นการมีมติในรูปแบบของบอร์ด ขสมก. ที่มีความเห็นร่วมกัน ไม่ใช่การทุจริตโดยตัวคนเดียว หากนายสมบัติถูกกล่าวหาว่าทุจริตเป็นการส่วนตัว ตนคงไม่นำมาเป็นที่ปรึกษา การที่นำนายสมบัติมาเป็นที่ปรึกษาเพื่อนำมาช่วยงานด้านกฎหมายและคดีความ เพราะนายสมบัติมีประสบการณ์ในการทำคดีและไต่สวนคดี อย่างไรก็ตาม หากที่ประชุม ป.ป.ช.มีมติว่านายสมบัติกระทำทุจริตในคดีดังกล่าวจริง ตนก็จะให้ถอนตัวจากตำแหน่งที่ปรึกษาแน่นอน

ป.ป.ช.ใกล้เช็กบิลคดีสลายแดง

นายวิชา มหาคุณ กรรมการ ป.ป.ช. กล่าวถึงความคืบหน้าการไต่สวนคดีถอดถอนนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกรัฐมนตรี และนายสุเทพ เทือกสุบรรณ อดีตรองนายกรัฐมนตรี กรณีการสั่งสลายการชุมนุมทางการเมือง เม.ย.-พ.ค.2553 โดยมิชอบว่า หลังจาก นพ.เหวง โตจิราการ อดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ขอให้ ป.ป.ช.สอบพยานเพิ่มเติม คือ นายจิตติพจน์ วิริยะโรจน์ อดีตประธานคณะกรรมการเพื่อติดตามสถานการณ์บ้านเมือง วุฒิสภา มาให้ข้อมูลนั้น ป.ป.ช.จะดำเนินการสอบพยานรายนี้ให้ตามที่ร้องขอเรื่องนี้ พร้อมจะสรุปได้แล้ว แต่เมื่อมีการอ้างพยานเพิ่มเติมก็จะดำเนินการให้ เพื่อให้เกิดความเท่าเทียมกัน หลังจาก สอบพยานรายนี้แล้วเสร็จ คณะทำงานจะสรุปสำนวนเพื่อเสนอต่อองค์คณะไต่สวน ป.ป.ช.ต่อไป เนื่องจากเป็นคดีใหญ่ มีเอกสารหลักฐานจำนวนมาก แต่คณะทำงานได้สอบพยานและเอกสารต่างๆ มาจำนวนมากหลายขั้นตอน ป.ป.ช.ไม่หนักใจอะไร ทุกอย่างดำเนินการ โดยไม่มีอคติ ไม่มีเพื่อนมีพวก และไม่มีคนที่จะต้องกลัวว่าจะไปกระทบกระเทือนใจใครหรือไม่

เด็ก ปชป.จี้รัฐเร่งฟ้องแพ่งจำนำข้าว

นายราเมศ รัตนะเชวง รองโฆษกฯและคณะทำงานด้านกฎหมายพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงการฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายในโครงการรับจำนำข้าว ว่า ถึงเวลาที่รัฐบาลต้องตัดสินใจอย่างเด็ดเดี่ยวอยู่ภายใต้หลักกฎหมาย ผิดก็ว่ากันตามผิด ถูกก็ว่าไปตามถูก ต้องบังคับใช้กฎหมายอย่างเท่าเทียมกัน ให้รอบคอบ รวดเร็ว ตามข้อเท็จจริง เรื่องเงินค่าธรรมเนียมศาลไม่มีปัญหาแน่ สำหรับค่าทนายความรัฐไม่ต้องเสียอยู่แล้ว เพราะมีอัยการทำหน้าที่ว่าความให้ ดังนั้นจึงอยู่ที่ความจริงใจของรัฐบาลว่าจะทำจริง หรือไม่กล้าทำ หรือจะเข้าตำราปากว่าตาขยิบ สังคมไทยจับตามองอยู่ รัฐบาลอย่าทำตัวผัดวันประกันพรุ่ง ความเสียหายจะเกิดกับรัฐบาลเอง เชื่อว่านายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ รู้ข้อกฎหมายและทางออกดีว่าจะปกป้องผลประโยชน์ของชาติอย่างจริงจังหรือไม่

“บิ๊กตู่” โชว์ออมเงิน กอช.รายแรก

พล.ต.สรรเสริญ แก้วกำเนิด รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงความคืบหน้าการจัดตั้งกองทุนการออมแห่งชาติ (กอช.) ว่า ขณะนี้การจัดเตรียมระบบรองรับใกล้สมบูรณ์พร้อมให้บริการแล้ว โดย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช. จะเป็นผู้รับสมัครสมาชิกรายแรกของกองทุน ในวันที่ 18 ส.ค.นี้ โดยกองทุน กอช. ถือเป็นการสร้างหลักประกันให้กับชีวิตในยามไม่มีรายได้ประจำ เพื่อส่งเสริมให้ผู้ที่ประกอบอาชีพอิสระหรืออยู่นอกระบบบำเหน็จบำนาญของรัฐ หรือกองทุนเอกชน ได้ออมเงินเพื่อใช้ในยามเกษียณ ดังนั้นผู้ที่ยิ่งออมเร็ว ออมในอัตราสูงจะได้รับเงินบำนาญมากขึ้นตามสัดส่วน

“ปณิธาน” ลุ้นอียูปลดล็อกใบเหลือง

นายปณิธาน วัฒนายากร ที่ปรึกษา พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ กล่าวถึงการที่ทางสหภาพยุโรป (อียู) ส่งจดหมายเตือนมายังไทยว่ายังดำเนินการไม่เพียงพอต่อการปราบปรามการประมงผิดกฎหมาย (ไอยูยู) ว่า พล.อ.ประวิตร ได้เรียกประชุมเพื่อพิจารณาเรื่องนี้แล้ว สิ่งที่เขาท้วงติงมาส่วนใหญ่เป็นเรื่องกฎหมาย ซึ่งเราก็มีกระบวนการของเราอยู่ ความจริงยุโรปไม่อยากให้ใบแดงกับเราถ้าไม่จำเป็นจริงๆ ถ้าปรับได้ก็อยากให้ปรับ ซึ่งไม่ใช่เฉพาะเราหลายประเทศเขาก็ทำอย่างนี้ คือจะเตือนเป็นระยะๆ รีบแจ้งให้แก้ตรงไหนก็รีบแก้ให้ได้ ถ้าทุกฝ่ายเร่งดำเนินการอย่างจริงจัง เชื่อว่าจะปลดล็อกจากใบเหลืองได้

“ป๋าเปรม” ร่วมฉลอง 40 ปี การทูตกับจีน

ที่ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศจีน พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ เป็นประธานเปิดงานเฉลิมฉลองครบรอบ 40 ปี แห่งการสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างสาธารณ รัฐประชาชนจีนกับราชอาณาจักรไทย จัดโดยศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศจีน และสภาวัฒนธรรมไทย-จีน และส่งเสริมความสัมพันธ์ โดย พล.อ.เปรมกล่าวว่า ประเทศไทยและจีนมีความสัมพันธ์ฉันมิตรยาวนาน ตนรู้สึกภาคภูมิใจในช่วงที่ดำรงตำแหน่งผู้นำรัฐบาลไทย เคยได้รับเกียรติให้ไปเยือนประเทศจีนหลายครั้งตามคำเชิญของรัฐบาลจีน จึงมีส่วนร่วมและเป็นสักขีพยานในการพัฒนาความสัมพันธ์ไทย-จีน และได้ผูกมิตรสัมพันธ์กับผู้นำจีนทุกท่านทุกสมัยอย่างลึกซึ้ง ตลอดระยะเวลา 40 ปี การแลกเปลี่ยนทางด้านการเมือง เศรษฐกิจ และวัฒนธรรม มั่นใจว่าในอนาคตความสัมพันธ์ไทยจีนจะรุ่งเรืองยิ่งขึ้น

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากเปิดงาน พล.อ.เปรมได้ร่วมชมการแสดงชุด “เจ้าแม่กวนอิมพันมือ” จากคณะนาฏศิลป์ผู้พิการแห่งประเทศจีน จากนั้นได้เดินชมนิทรรศการภาพวาด ภาพเขียน และภาพถ่ายฝีมือทูตจีนประจำประเทศไทยด้วย

“บิ๊กเจี๊ยบ” เผยตุรกีเสียใจปมอุยกูร์

ช่วงค่ำวันเดียวกัน ที่รัสเซีย พล.อ.ธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.ต่างประเทศ กล่าวถึงความคืบหน้ากรณีชาวตุรกีบุกทำลายทรัพย์สินสถานกงสุลกิตติมศักดิ์อิสตันบูลว่า รัฐบาลตุรกีได้แสดงความเสียใจและแสดงความรับผิดชอบมาเรื่องการซ่อมแซมอาคาร ซึ่งกระทรวงการต่างประเทศกำลัง พิจารณาเรื่องการซ่อมแซมอยู่ สำหรับกรณีชาวอุยกูร์ที่ส่งไปประเทศต่างๆ ยืนยันว่าไทยทำตามขั้นตอนกฎหมายและระเบียบระหว่างประเทศถูกต้อง ส่วนชาวอุยกูร์ที่ยังอยู่ในไทย กระทรวงการต่างประเทศได้ประสานไปยังประเทศที่ชาวอุยกูร์ต้องการไป และจะพิจารณาประเทศที่ส่งเรื่องมาขอรับคนเหล่านี้ เมื่อตรวจสอบเรื่องเอกลักษณ์บุคคลและไม่ติดคดีใดๆ ก็จะส่งให้กับประเทศที่ยินดีรับไปตามหลักสิทธิมนุษยชน

“ปณิธาน” ออกตัวแทน นายกฯเกรงใจไม่กล้าปรับ รมต. ชี้ช่องต้องขอลาออกเอง “นิพิฏฐ์” โดดหนุนโละ ครม.เศรษฐกิจ ซัดใช้คนมือไม่ถึงเลยพากันเจ๊ง เด็ก ปชป.แนะอย่าเลี้ยงไข้ต้องผ่าตัดใหญ่ แขวะ “หม่อมอุ๋ย” ได้ตั๋วพิเศษแต่ทำไม่ได้ 19 ก.ค. 2558 03:56 19 ก.ค. 2558 04:14 ไทยรัฐ