วันพุธที่ 15 สิงหาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ


เดอะพาซิโอพาร์ค ยกญี่ปุ่นมาไว้ “ธนบุรี”

โดย ซูม

ทีมงานซอกแซกได้ยินเสียงร่ำลือระบือเน็ตหรือสื่อสังคมออนไลน์มานานแล้วว่ามีศูนย์การค้าในแบบ “คอมมิวนิตี้ มอลล์”หรือศูนย์การค้าชานเมืองที่เพิ่งเปิดเมื่อต้นปี แต่ฮิตมากแห่งหนึ่งอยู่ที่ถนนกาญจนาภิเษก ฝั่งธนบุรี

ว่ากันว่าตั้งแต่เปิดมาผู้คนแห่ไปเยี่ยมเยียนแห่ไปถ่ายรูป แห่ไปรับประทานอาหาร...แน่นขนัดไปหมด โดยเฉพาะเสาร์-อาทิตย์ แทบจะไม่มีที่เดินเลยทีเดียว

นั่นก็คือศูนย์การค้า “เดอะพาซิโอพาร์ค กาญจนาภิเษก” ในเครือบริษัททีบีเอ็นพร้อพเพอร์ตี้ จำกัด ที่วงการอสังหาริมทรัพย์รู้จักเป็นอย่างดี

ทีมงานซอกแซกเพิ่งจะมีโอกาสไปเยือนเมื่อสัปดาห์ที่แล้วนี้เอง ขออนุญาตทำหน้าที่แนะนำและรายงานเพื่อทราบ สำหรับท่านที่ชอบของใหม่ๆ จะได้เดินทางไป “หอม” หรือ “ดอมดม” ของใหม่ๆ ดังที่ทีมงานปฏิบัติเป็นประจำอยู่แล้ว

อันว่าศูนย์การค้าชุมชนในชื่อ “เดอะพาซิโอ” นั้น มีอยู่ก่อนแล้ว 2 แห่งได้แก่ “เดอะพาซิโอมอลล์” ที่ถนนอ่อนนุช-สุวรรณภูมิ และ “เดอะ พาซิโอทาวน์” ที่ปลายถนนรามคำแหง เลยบ้านหัวหน้าทีมซอกแซกสักอึดใจใหญ่ๆนั่นแหละ

ประสบความสำเร็จอย่างดียิ่งจนเป็นแรงจูงใจให้คณะผู้บริหารของทีบีเอ็นพร้อพเพอร์ตี้ฯตัดสินใจควักทุนก้อนมหึมามาสร้างแห่งที่ 3 ณ ถนนกาญจนาภิเษก ฝั่งธนบุรี

พร้อมทั้งตั้งชื่อใหม่ว่า “เดอะพาซิโอพาร์ค” บนเนื้อที่ 50 ไร่ และใช้เงินลงทุนทั้งสิ้นกว่า 2,300 ล้านบาท เฉพาะค่าที่ดินอย่างเดียวก็สูงถึง 1,100 ล้านบาทเข้าไปแล้ว

เหตุที่กล้าไปลงทุนในบริเวณนี้ก็เพราะเชื่อว่าบริเวณดังกล่าวจะเป็นศูนย์รวมของประชาชนที่อยู่อาศัยในรัศมี 5-15 กิโลเมตร โดยรอบไม่ต่ำกว่า 50,000 ครัวเรือน และหากขยายให้กว้างออกไปอีกจนถึงย่านพุทธมณฑล, เพชรเกษม หรือแม้แต่บางบัวทองจะครอบคลุมประชากรอีก หลายล้านคน

เหมาะที่สุดที่จะมีศูนย์การค้าใหม่อีกสักศูนย์หนึ่งไปตั้งดักรออยู่แถวๆนั้น

ฝ่ายบริหารตั้งใจไว้แต่ต้นว่าจะเนรมิตศูนย์ การค้าใหม่ริมถนนกาญจนาภิเษกดังกล่าวให้เป็นศูนย์การค้าสไตล์ญี่ปุ่น โดยจะจำลองสัญลักษณ์ของญี่ปุ่นทั้งหลายแหล่ มาไว้ในเนื้อที่ 50 ไร่ ให้มากที่สุดที่จะมากได้เพื่อสร้างบรรยากาศให้ผู้ไปเที่ยว เกิดความ รู้สึกเสมือนหนึ่งว่ากำลังเดินอยู่ที่ประเทศญี่ปุ่น ว่าอย่างนั้นเถิด

ด้วยเหตุฉะนี้ จึงออกแบบแบ่งโซน “เดอะพาซิโอพาร์ค กาญจนาภิเษก” เป็น 3 โซน 3 ยุค ได้แก่ ยุคโบราณ “เอโดะ” ยุคปัจจุบัน “เฮเซ” และยุคอนาคต “Futuristic” ซึ่งจะสะท้อนความก้าวหน้าทางด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีของญี่ปุ่นซึ่งไม่แพ้ใครในโลกและเพื่อให้เป็นญี่ปุ่นมากขึ้น จึงมีการก่อสร้าง

อีกหลายๆสิ่งหลายอย่างที่เป็นสัญลักษณ์ อาทิ เสา โท-โรอิ ซึ่งเปรียบเสมือนประตูทางเข้าสู่สวรรค์ในความเชื่อของชาวอาทิตย์อุทัย, ธงปลาคาร์พ สัญลักษณ์แห่งความแข็งแรง, บ่อหรือคลองเลี้ยงปลาคาร์พ จริงๆ, สะพานข้ามคลองแบบญี่ปุ่น, รูปปั้นแมวกวัก, ถังเหล้าสาเก รวมไปถึงต้นซากุระ (น่าจะเป็นพลาสติก) หลายสิบต้นที่จะยืนตระหง่านออกดอกสีชมพูสะพรั่งแบบตลอดปีโดยไม่ต้องรอฤดูใบไม้ผลิอย่างที่กรุงโตเกียว

จุดนี้เองที่กลายเป็น “แจ็กพอต” อย่างคาดไม่ถึงสำหรับ เดอะพาซิโอพาร์ค เมื่อคนไทยซึ่งชอบญี่ปุ่นอยู่แล้วพากันแห่ไปเยือนอย่างแน่นขนัดนับตั้งแต่วันเปิด ไปเดิน ไปรับประทาน ไปจับจ่ายซื้อของและที่แน่ๆคือ ไป “ถ่ายรูป”

ในยุค “สมาร์ทโฟน” มือถืออัจฉริยะทำได้ทุกอย่าง รวมทั้งเป็นกล้องถ่ายรูปและวีดิโอที่ชัดเจนแจ่มแจ๋ว อย่างทุกวันนี้...ใครออกแบบสถานที่ให้สวยงามให้สามารถถ่ายรูปได้ก็จะชนะใจคนไทยที่มีมือถือและชอบถ่ายรูปไปกว่าครึ่งแล้วครับ

ความสำเร็จของเดอะพาซิโอพาร์คอยู่ตรงนี้เอง คือเป็นสถานที่ที่ถ่ายรูปได้สวยงามเหมือนไปถ่ายที่ญี่ปุ่นโดยไม่ต้องเดินทางไปญี่ปุ่นเลย

เราจึงจะเห็นผู้คนไปถ่ายรูปกันมาก รวมทั้งมีการแต่งตัวเป็นตัวละครญี่ปุ่นบ้าง ตัวการ์ตูนญี่ปุ่นที่พวกเขารักบ้าง หรือไม่ก็แต่งชุดญี่ปุ่นบ้างไปยืนถ่ายรูปตามจุดต่างๆแทบทุกวัน

สำหรับร้านค้าซึ่งเปิดไปแล้ว 200 กว่าร้านนั้น ส่วนใหญ่จะเป็นร้านอาหารเสียมาก และเนื่องจากเนื้อที่กว้างขวางแต่ละแบรนด์อาหารจึงเปิดร้านกันได้ค่อนข้างใหญ่โต

ไปกันเพียบละครับ ตั้งแต่ แมคโดนัลด์, เคเอฟซี, สตาร์บัคส์, โอบองแปง, สเวนเซ่นส์ แบรนด์อาหารและกาแฟระดับอินเตอร์ มาจนถึงแบรนด์ไทยที่กำลังจะโกอินเตอร์ อย่าง เอ็มเคสุกี้, ยาโยอิ, เซน, ไวน์ คอนเนคชั่น, แบล็กแคน-ย่อน, คอฟฟี่บีนส์, ฮองมิน ฯลฯ

ลูกชิ้นปลา “ลิ้มเหลาโหงว” ก็ไปเปิดร้านกะเขาด้วยครับ ใครเป็นแฟนอย่าลืมเดินหาดู เพราะจำไม่ได้แล้วว่าอยู่ตรงโซนไหน

จุดอ่อนประการเดียวของ “เดอะพาซิโอพาร์ค” ก็ตรงที่เขาใช้หลังคาพลาสติกโปร่งแสงมาคลุมไว้ข้างบนทางเดินต่างๆจึงไม่สามารถสกัดความร้อนจากแสงอาทิตย์ได้

เวลาไปเดินตอนบ่ายๆบอกได้คำเดียวว่าร้อนชะมัด แม้จะมีพัดลมยักษ์ช่วยแล้วก็ยังไม่เย็นลงแต่ประการใด

ทางที่ดีที่สุดก็คือไปช่วงเย็นๆค่ำๆที่ไม่มีแสงแดดแล้วนั่นแหละเหมาะที่สุดและจะได้บรรยากาศญี่ปุ่นครบถ้วน

สำหรับการเดินทางไปเดอะพาซิโอพาร์คนั้น ท่านที่อยู่ฝั่งกรุงเทพฯ หรือฝั่งพระนคร คงต้องข้ามฟากโดยใช้สะพานสมเด็จพระปิ่นเกล้าฯ หรือสะพานพระราม 8 เป็นหลัก จะขึ้นถนนบรมราชชนนีไปเลยก็ได้ แต่ให้ไปลงที่สถานีขนส่งสายใต้ จากนั้นขับไปอีกหน่อยจะถึงถนนกาญจนาภิเษกก็เลี้ยวซ้ายได้เลย ชมวิวไปสักพักจะเห็นศูนย์การค้าอยู่ขวามือ ขอให้ขับต่อไปอีกนิดจะเจอสะพานกลับรถค่อยวกกลับมาอีกทีรับรองหาได้ไม่ยาก

ถามว่าน่าไปเดินไหม? ก็คงต้องตอบว่าก็ควรจะไปเดินดูเดินเล่นหรือไปถ่ายรูปไว้เป็นที่ระลึกสักครั้งในชีวิตก็แล้วกัน (ไม่ชอบก็ไปหนเดียวพอ แต่ถ้าชอบจะไปอีกก็ไม่ว่ากันอยู่แล้วครับ)

“ซูม”

18 ก.ค. 2558 08:57 18 ก.ค. 2558 08:57 ไทยรัฐ