วันจันทร์ที่ 20 สิงหาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

พิสูจน์การนำ “บิ๊กตู่”ฝืนกระแสปรับ ครม. : ดันทุรัง พังทั้งพวง

ใจชื้นขึ้นมาหน่อย กับสถานการณ์ที่สายฝนเริ่มโปรยปรายในหลายพื้นที่ในภาคอีสานกับภาคเหนือ พอให้พื้นดินชุ่มฉ่ำ มีน้ำไหลลงแม่น้ำลำคลอง

นาข้าว พืชผลทางการเกษตรของชาวบ้านไม่ต้องยืนต้นตาย

แต่สถานการณ์ภาพรวมของภัยแล้งทั่วประเทศก็ยังอยู่ในขั้นวิกฤติ ในระดับที่หลายจังหวัดในพื้นที่ภาคกลางไม่มีน้ำดิบผลิตน้ำประปาแจกจ่ายบ้านเรือนประชาชน

คนกรุงเทพฯเริ่มถูกเตือนให้ใช้น้ำอย่างประหยัด ไม่ชัดเจนว่าจะเหลือน้ำประปาใช้อีกกี่วัน

นั่นไม่เท่ากับว่า ชะตากรรมแขวนอยู่กับธรรมชาติ

ในอารมณ์แบบที่ “บิ๊กตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช.ให้สัมภาษณ์

ยอมรับตามตรง ดีใจที่ฝนตก หลังจากสวดมนต์ขอพระพิรุณไป ขอให้ทุกคนและประเทศปลอดภัย

ขณะที่ ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าฯ กทม. ขอให้ประชาชนช่วยกันภาวนาให้ฝนตกลงมา ถ้าอีก 2 สัปดาห์ฝนยังไม่ตกลงมา สถานการณ์น้ำในเมืองกรุงคงจะหนัก เพราะน้ำบริเวณต้นน้ำยังไม่มาเลย

ผู้บริหารยังทำได้แค่สวดมนต์ภาวนา

หมดสิ้นหนทางกู้ภัยแล้ง ทำอะไรไม่ได้มากไปกว่าหวังพึ่งลมฟ้าอากาศ

อารมณ์ก็ไม่ต่างจากชาวบ้านที่แห่นางแมวนางหมา ปล่อยเต่า ปล่อยปลา ทำพิธีปั้นรูปชายหญิงเสพสังวาสกลางแจ้ง หวังลมๆแล้งๆไปเท่านั้น

ซึ่งส่วนหนึ่งมันก็จนแต้มจนปัญญาจริงๆ เพราะเป็นผลจากปรากฏการณ์เอลนีโญที่กระทบไปทั่วโลก

แต่อีกมุมหนึ่งก็ปฏิเสธไม่ได้เหมือนกัน ภัยแล้งรอบนี้มันสะท้อนมาตรการการบริหารจัดการของรัฐบาลทหาร คสช.ที่เชื่องช้าไม่ทันสถานการณ์

ไม่สมกับที่ถืออำนาจพิเศษลัดขั้นตอนมากกว่ารัฐบาลปกติ

ทั้งๆที่มีสัญญาณเตือนมาก่อนจากข้อมูลทางวิชาการจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งในและต่างประเทศเตือนล่วงหน้ามาตั้งแต่ปลายปีที่แล้ว ภาวะอากาศปีนี้จะแปรปรวน

ฝนจะทิ้งช่วงนาน แนวโน้มแล้งหนักกว่าทุกปี

แต่ก็อย่างที่เห็นสถานการณ์ตั้งรับภัยแล้งจากภาครัฐไม่มีให้เห็นตลอดเกือบครึ่งปี มิหนำซ้ำการบริหารจัดการน้ำในเขื่อนหลักๆยังปล่อยให้ระบายกันแบบปล่อยทิ้งปล่อยขว้าง

ไม่มีการประสานข้อมูลระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

จนน้ำเหลือติดก้นเขื่อน ต้องหยุดปล่อยให้ภาคเกษตร ขอร้องแกมบังคับไม่ให้ชาวนาปลูกข้าว

สุดท้ายหนักถึงขั้นไม่มีน้ำดิบทำน้ำประปา

และถึงขนาดที่ปัญหาวิกฤติจ่อคอหอย รัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องทั้งกระทรวงมหาดไทย กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติฯ ก็ยังไม่กระตือรือร้น

ผิดปกติวิสัยของรัฐบาลที่กำลังเผชิญวิกฤติภัยแล้งขั้นรุนแรงเพิ่งจะมาไฟลนก้นเอาในการประชุม ครม.นัด

ล่าสุดที่นายปีติพงศ์ พึ่งบุญ ณ อยุธยา รมว.เกษตรและสหกรณ์ เรียกประชุมผู้บริหารระดับสูงของหน่วยงานกระทรวงเกษตรฯที่เกี่ยวข้องกับการแก้ปัญหาภัยแล้งเสนอแผนการแก้ปัญหาต่อที่ประชุม ครม.

ต่อจากนั้นก็เป็น พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย และนายปีติพงศ์ พร้อมด้วยข้าราชการ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งกรมชลประทาน กรมทรัพยากรน้ำ นั่งแถลงข่าวผ่านรายการเดินหน้าประเทศไทย ชี้แจงสถานการณ์รับมือกับวิกฤติภัยแล้ง

ซึ่งนั่นก็ไม่ทันต่อสถานการณ์แล้ว ตามปรากฏการณ์ภัยแล้งที่ไม่ได้กระทบถึงภาคเกษตรชาวไร่ชาวนา หรือน้ำประปาของคนในเมืองเท่านั้น

แต่ตื่นตระหนกถึงขั้นแห่ตุนน้ำดื่มกันเลย

และแน่นอน ด้วยผลกระทบจากภาวะภัยแล้งขั้นวิกฤติที่ส่งผลโดยตรงต่อผลผลิตทางการเกษตรฯและแนวโน้มต่อเนื่องถึงการส่งออก

กดซ้ำภาวะเศรษฐกิจอาการเพียบอยู่แล้วให้ยิ่งโคม่าเข้าใหญ่

ตามสถานการณ์อย่างที่นายสุพันธุ์ มงคลสุธี ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) ยอมรับว่า มีความกังวลแรงซื้อในครึ่งปีหลังมาก เพราะราคาสินค้าเกษตรบางส่วนก็ตกต่ำ ยังต้องเผชิญกับภาวะภัยแล้ง มีผลให้กำลังซื้อครึ่งปีหลังไม่ฟื้นตัวเท่าที่ควร

ขณะที่สำนักเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) ได้แถลงการณ์ภาวะเศรษฐกิจการเกษตรในช่วงครึ่งแรกปี 2558 จะหดตัวถึงลบ 4.2 เปอร์เซ็นต์ โดย สศก.ได้ปรับลดการเติบโตภาคเกษตรปีนี้ลงเป็นครั้งที่ 2 อันเกิดจากผลกระทบของภัยแล้งที่ยาวต่อเนื่อง ทำให้สาขาพืชและสาขาบริการทางการเกษตรหดตัว

ที่ชัดเจนก็คือ นายสมหมาย ภาษี รมว.คลัง เปิดเผยเองว่า ปัญหาภัยแล้งที่มีความรุนแรงเพิ่มขึ้นในประเทศไทย อาจส่งผลให้ผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (จีดีพี) ของเศรษฐกิจไทยปี 2558 ลดลงประมาณ 0.5 เปอร์เซ็นต์ต่อปี เนื่องจากส่งผลให้รายได้ของเกษตรกรลดลง

ที่แย่ไปกว่านั้น ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล รองนายกฯหัวหน้าทีมเศรษฐกิจ คาดการณ์ว่า แนวโน้มการค้าโลกจะยังซบเซาอีก 2–3 ปี ในระยะสั้นจึงไม่เหมาะที่จะมีมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจแบบทั่วไป เพราะจะทำให้เสียงบประมาณเปล่า

แต่รัฐบาลจะเน้นเข้าไปอุดในจุดที่อ่อนแอ ซึ่งขณะนี้คือกลุ่มเกษตรกร ทั้งชาวนา ชาวสวนยาง จะดูแลไม่ให้เป็นหนี้ รวมทั้งติดตามสถานการณ์ชาวนาที่ได้รับผลกระทบจากภัยแล้งอย่างใกล้ชิด หากพบจุดใดเสียหายจะมีมาตรการช่วยเหลือต่อไป

มีแต่ข่าวร้าย ไร้สัญญาณด้านบวกโดยสิ้นเชิงและด้วยภาวะทางเศรษฐกิจที่มีแต่ด้านลบ หนทางข้างหน้าเต็มไปด้วยสถานการณ์ยากลำบาก ประกอบกับมาตรฐานการบริหารจัดการปัญหาภัยแล้งของรัฐบาล

ถ้ายังเป็น ครม.ชุดปัจจุบัน ฝีมือรัฐมนตรีอย่างที่เห็นๆกันมาเกือบปี

ยังไงก็เอาไม่อยู่แน่

ตามเงื่อนสถานการณ์บังคับให้ต้องปรับทีมงานเพื่อกู้วิกฤติเฉพาะหน้า

เร้าให้ข่าวการปรับ ครม.ดังถี่ขึ้นตามลำดับ

กระแสสุกงอม อย่างที่นักเลือกตั้งอาชีพอย่างนายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล้าแสดงตัวแสดงตน เปิดหน้าออกมาเรียกร้องให้ พล.อ.ประยุทธ์

ทบทวนเรื่องปรับคณะรัฐมนตรีได้แล้ว

หากนายกฯยังยืนยันคำพูดเดิมว่า ไม่ปรับ ครม.คงจะไม่ได้แล้ว เพราะเวลานี้สารพัดปัญหารุมเร้ารัฐบาล ที่สำคัญถือเป็นปัญหาใหญ่ของชาติ

จอมเขี้ยวกระแสยี่ห้อประชาธิปัตย์ชิงจังหวะเล่นลูกตามน้ำ

เพราะดักทางอยู่แล้วว่า สถานการณ์แบบนี้ พล.อ.ประยุทธ์ไม่มีทางเลือกอื่น นอกจากยกเครื่อง ครม. ผ่อนกระแส กระตุกความเชื่อมั่น

ประกอบกับร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ 2558 ก็ประกาศในราชกิจจานุเบกษา มีผลบังคับใช้ ตามเงื่อนไขเปิดช่องให้มือบริหารอาชีพทางการเมืองที่ติดชนักเพราะโทษแบนยาวกลับมามีตำแหน่งทางการเมืองได้ เป็นอะไหล่ให้รัฐบาลทหารเรียกเข้าไปเสริมทีมปั่นเนื้องาน

จังหวะเข้าเหลี่ยม ลงล็อกตามสถานการณ์

แต่ก็อีกนั่นแหละ เมื่อนักข่าวยิงคำถามกับ พล.อ.ประยุทธ์ถึงเรื่องการปรับ ครม.ก็ได้รับคำตอบแบบกึ่งปฏิเสธว่า สื่อเขียนกันไปเองทั้งนั้น และเมื่อถามย้ำว่า ตกลงไม่มีการปรับคณะรัฐมนตรีตามที่เป็นข่าวใช่หรือไม่ นายกฯหัวหน้า คสช.ก็ตอบสั้นๆแค่ ไม่รู้

จะปฏิเสธกันชัดๆก็ไม่ใช่ จะแบไต๋กันทางอ้อมก็ไม่เชิง

อาการเหมือนฝืนๆ กลืนไม่เข้า คายไม่ออก

ก็อย่างที่รับรู้กันมาตลอด เงื่อนไขอึดๆอัดๆของ พล.อ.ประยุทธ์ ไม่อยากแตะ ครม.ให้เกิดแรงกระเพื่อม ก่อภาวะอาการทางใจกับเพื่อน พี่ น้อง เพราะเป็นคนขี้เกรงใจ

โดยเฉพาะขุนทหารที่ล่มหัวจมท้ายกันมา

ก็อย่างที่จับกระแสได้ ข่าวปรับเปลี่ยนส่วนใหญ่มุ่งไปที่รัฐมนตรีที่เป็นพลเรือน เช่นนายปีติพงศ์ พึ่งบุญ ณ อยุธยา รมว.เกษตรฯ นายสมหมาย ภาษี รมว.คลัง นายณรงค์ชัย อัครเศรณี รมว.พลังงาน นายจักรมณฑ์ ผาสุกวนิช รมว.อุตสาหกรรม

ไม่มีการแตะต้องรัฐมนตรีสายท็อปบูตชัดเจนที่สุดก็คือกระทรวงพาณิชย์ที่ “บิ๊กนมชง” พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ นั่งเป็นเจ้ากระทรวง แต่เสียงวิจารณ์ว่าเนื้องานไม่เดินเท่าที่ควร และถึงขั้นที่ทีมกุนซือเสนอให้ปรับเปลี่ยน ตามเงื่อนล็อกที่ขัดกันตามภารกิจของ รมว.พาณิชย์ต้องดีลกับต่างประเทศเป็นหลัก แต่ต่างชาติไม่เจรจากับทหารตามฟอร์มประชาธิปไตย

แต่ขยับไม่ออก เพราะเป็นเพื่อนสนิทสายตรง

ยังไม่รวมถึงเงื่อนไขตามสภาพของรัฐบาลอำนาจพิเศษที่แชร์อำนาจและผลประโยชน์กันในหมู่ขั้วอำนาจฝ่ายต้านทักษิณที่ร่วมกันล้มอดีตรัฐบาลพรรคเพื่อไทย

โดยเนื้อแท้แล้วแบ่งออกเป็นกลุ่มๆ ไม่ได้กลืนเป็นเนื้อเดียวกัน

สายบ้านสี่เสาฯ สายบูรพาพยัคฆ์เครือข่ายพี่ใหญ่ ถึงเวลาไม่ใช่จะขยับปรับเปลี่ยนกันง่ายๆ

เสี่ยงกับการขบเหลี่ยม “เรือแป๊ะ” หักกลางลำ

แต่ทั้งหมดทั้งปวง ด้วยเงื่อนสถานการณ์บังคับในเชิงการบริหารราชการแผ่นดิน ผลประโยชน์ของประเทศชาติและประชาชนต้องมาก่อนผลประโยชน์ส่วนตนของบรรดาหัวขั้วอำนาจ

ปัญหาของประเทศชาติมาถึงจุดวิกฤติ ท้าทายความเชื่อมั่นในเชิงบริหารของรัฐบาล

ตามรูปการณ์ต้องมีการขยับปรับเปลี่ยน ครม. เพื่อกระตุกความหวังกันตามฟอร์มการเมืองทั่วไป

อย่างน้อยก็ต้องแสดงให้เห็นมากกว่าบอกให้ประชาชนยอมรับสภาพในการเผชิญปัญหากันตามชะตากรรม แล้วดันทุรังอุ้มเพื่อนพ้องน้องพี่กันไป

นั่นต่างหากที่เสี่ยงจะพังกันทั้งพวง.

“ทีมการเมือง”

18 ก.ค. 2558 08:37 18 ก.ค. 2558 08:37 ไทยรัฐ