วันพุธที่ 22 สิงหาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ดีลนิวเคลียร์อิหร่าน เกมนี้ใครได้ใครเสีย?

• แจงผลงาน-ประธานาธิบดีบารัค โอบามา แห่งสหรัฐฯ ตอบคำถามนักข่าวเรื่องข้อตกลงนิวเคลียร์อิหร่านที่ห้องตะวันออกในทำเนียบขาว กรุงวอชิงตัน โดยอ้างว่าข้อตกลงนี้จะช่วยหลีกเลี่ยงการแข่งขันสร้างสมอาวุธนิวเคลียร์ในตะวันออกกลาง และลดโอกาสเกิดสงคราม (เอพี)

รัฐบาลประธานาธิบดีบารัค โอบามา แห่งสหรัฐฯ ฝากผลงานชิ้น “โบแดง” แต่ “อื้อฉาว” อีกชิ้นหนึ่ง ก่อนพ้นตำแหน่งในปีหน้า

เมื่อสหรัฐฯเป็นหัวหอกผลักดันจน “อิหร่าน” กับมหาอำนาจโลก 6 ประเทศ ที่เรียกว่า “พี 5+1” คือสหรัฐฯ อังกฤษ ฝรั่งเศส จีน รัสเซีย และเยอรมนี สามารถบรรลุข้อตกลงเป็นทางการเรื่องโครงการนิวเคลียร์เจ้าปัญหาของอิหร่านได้เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ เมื่อ 14 ก.ค. หลังเจรจามาราธอน ล่มแล้วล่มอีกมาเกือบ 13 ปี

เป้าหมายหลักของข้อตกลงนี้ก็เพื่อควบคุมโครงการนิวเคลียร์ของอิหร่านไม่ให้สามารถผลิตอาวุธนิวเคลียร์ได้ แลกกับการระงับมาตรการคว่ำบาตรต่างๆที่ปิดกั้นการค้า การส่งออกน้ำมัน ซึ่งทำให้เศรษฐกิจอิหร่านล้าหลังย่ำแย่มายาวนาน

ภายใต้ข้อตกลง อิหร่านต้องลดจำนวนเครื่องหมุนเหวี่ยง (Centrifuges) ที่ใช้เพิ่มสมรรถนะแร่ยูเรเนียมที่มีอยู่ทั้งหมดเกือบ 20,000 เครื่อง ลงเหลือ 6,104 เครื่อง และลดจำนวนเครื่องหมุนเหวี่ยงที่ใช้งานอยู่ราว 10,000 เครื่องลงราวครึ่งหนึ่ง อิหร่านยังต้องใช้เครื่องหมุนเหวี่ยงรุ่นที่มีอยู่เท่านั้น ห้ามเปลี่ยนไปใช้แบบอื่นที่ก้าวหน้ากว่า แต่ข้อบังคับนี้จะใช้ไปชั่วคราวแค่ 10 ปี จากนั้นค่อยๆผ่อนปรนในอีก 3 ปีถัดไป

ก่อนหน้านี้ อิหร่านได้กำจัดแร่ยูเรเนียมเข้มข้นสูงที่เหลืออีกเพียง 1 ขั้นก็จะใช้ผลิตอาวุธนิวเคลียร์ได้ไปแล้วหลังมีข้อตกลงชั่วคราวในเดือน พ.ย.2556 แต่ข้อตกลงล่าสุดกำหนดให้อิหร่านลดแร่ยูเรเนียมที่เข้มข้นต่ำกว่านั้นลงด้วย จากที่มีอยู่ 5 ตัน ให้เหลือเพียง 300 กก. เป็นเวลา 15 ปี ซึ่งถ้ามีแร่ยูเรเนียมปริมาณเท่านี้ อิหร่านต้องใช้เวลาอย่างน้อย 1 ปีจึงจะเพิ่มสมรรถนะแร่ยูเรเนียมให้พอผลิตอาวุธนิวเคลียร์ 1 ลูกได้

อิหร่านยังต้องปรับเปลี่ยนแหล่งเพิ่มสมรรถนะแร่ยูเรเนียม “ฟอร์โด” ริมเชิงเขาซึ่งอยู่ลึกลงไปใต้ดินและต้านทานการโจมตีทางอากาศได้ ให้เป็น “ศูนย์วิจัย” โดยให้ใช้เครื่องหมุนเหวี่ยงผลิตไอโซโทปเชิงการแพทย์แทนผลิตแร่ยูเรเนียมเข้มข้น และให้ลดเครื่องหมุนเหวี่ยงที่นั่นลงเหลือแค่ 1 ใน 10 ของที่มีอยู่ อีกทั้งต้องออกแบบเตาปฏิกรณ์ปรมาณู “อารัค” ใหม่ ไม่ให้ผลิตแร่ “พลูโตเนียม” ที่จะใช้ผลิตอาวุธนิวเคลียร์ได้


ส่วนเรื่อง “ความโปร่งใส” นั้น อิหร่านจะยอมให้เจ้าหน้าที่ของสำนักงานพลังงานปรมาณูสากล (ไอเอ–อีเอ) ของสหประชาชาติ เข้าถึงโครงการนิวเคลียร์มากขึ้น โดยแหล่งพัฒนานิวเคลียร์ทุกแห่ง รวมทั้งแหล่งทางทหาร อาจถูกตรวจสอบได้ ถ้าไอเออีเอมีหลักฐานแน่นหนาว่าลอบพัฒนานิวเคลียร์โดยไม่มีการแจ้ง ซึ่ง ถ้าไอเออีเอระบุแหล่งต้องสงสัยและขอเข้าไปตรวจสอบแต่ถูกอิหร่านปฏิเสธ คณะอนุญาโตตุลาการที่ชาติตะวันตกมีเสียงข้างมากจะเป็นผู้ชี้ขาดว่า อิหร่านต้องให้ไอเออีเอเข้าไปตรวจสอบหรือไม่ภายใน 24 วัน

และเพื่อเป็นการตอบแทน มาตรการคว่ำบาตรอิหร่านทั้งของสหรัฐฯ และสหภาพยุโรป (อียู) ทั้งหมดจะถูกทยอยระงับ หลังผู้เชี่ยวชาญชี้แล้วว่า อิหร่านปฏิบัติตามข้อตกลง แต่เมื่อใดที่อิหร่าน “เบี้ยว” ไม่ทำตามข้อตกลง มาตรการคว่ำบาตรจะถูกรื้อฟื้นโดยเร็วภายใน 65 วัน หรือ “สแน็ปแบ็ก” ขณะที่มาตรการปิดกั้นการซื้อขายอาวุธและควบคุมโครงการขีปนาวุธของอิหร่านจะยังบังคับใช้ต่อไปอีก 5 ปีและ 8 ปีตามลำดับ แต่อิหร่านสามารถเข้าถึงเทคโนโลยีอันละเอียดอ่อนต่างๆที่ถูกจำกัดอยู่ในปัจจุบันได้

ส่วน “ประชาคมโลก” มีความเห็นแตกเป็น 2 ขั้วต่อข้อตกลงนี้ ฝ่ายหนึ่งมองโลกสวยว่า จะหลีกเลี่ยงการสร้างสมอาวุธนิวเคลียร์ ทำให้ภูมิภาคตะวันออก กลางมีสันติภาพและเสถียรภาพมากขึ้น แต่อีกฝ่ายนำโดย “อิสราเอล” ศัตรูผูกชาติของโลกอาหรับและ “ซาอุดีอาระเบีย” ขาใหญ่แห่งอาหรับ ซึ่งช่วงชิงอิทธิพลกับอิหร่านอยู่อย่างเข้มข้นมองว่า การยกเลิกคว่ำบาตรคือข้อผิดพลาด จะช่วย “ติดปีก” ให้อิหร่านเข้มแข็งขึ้น เพราะจะปลดล็อกทรัพย์สินมูลค่าหลายพันล้านดอลลาร์ของอิหร่านที่ถูกอายัด จะเปิดตลาด อิหร่านให้ค้าขายได้เสรีขึ้น มีรายได้มากขึ้น เป็นภัยคุกคามต่อภูมิภาคยิ่งขึ้น

เป็นที่รู้กันว่ารัฐบาลอิหร่านเป็นชาว “ชีอะห์” ส่วนคณะผู้ปกครองซาอุฯ และพันธมิตรอาหรับอื่นๆ เป็นชาว “สุหนี่” ซึ่งเป็นปรปักษ์กัน โดยในสงครามกลาง เมืองซีเรียซึ่งยืดเยื้อมา 5 ปี อิหร่านลอบช่วยเหลือรัฐบาลประธานาธิบดีบาชาร์ อัล-อัสซาด สู้รบกับกบฏ ชาวสุหนี่หลายกลุ่มที่ชาติอาหรับสนับสนุน

ส่วนในเยเมน ซาอุฯ และพันธมิตรเปิดศึกโจมตีทางอากาศถล่มกบฏ “ฮูธี” ชาวชีอะห์ ซึ่งอิหร่านลอบหนุนหลังอยู่ ขณะที่ในอิรัก อิหร่านก็แผ่อิทธิพลเข้าไปมากขึ้นเรื่อยๆ ตั้งแต่อิรักได้รัฐบาลสายชีอะห์ หลังซัดดัม ฮุสเซน อดีตผู้นำจอมเผด็จการซึ่งเป็นชาวสุหนี่ ถูกสหรัฐฯและพันธมิตรบุกโค่นล้มฝ่ายที่หวาดระแวงยังชี้ว่า การที่ข้อตกลง

ล่าสุดควบคุมโครงการนิวเคลียร์ของอิหร่านแค่ 10 ปี ไม่สามารถหยุดยั้งการพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์ได้ เพราะหลัง 10 ปี อิหร่านมีสิทธิ์วิจัยและพัฒนาเครื่องหมุนเหวี่ยงเพิ่มสมรรถนะแร่ยูเรเนียมแห่งอนาคต รุ่น “ไออาร์-6” และ “ไออาร์-8” ที่ล้ำสมัยและมีประสิทธิภาพสูงกว่ารุ่น “ไออาร์-1” อันล้าสมัยที่ใช้อยู่ในปัจจุบันถึง 24 เท่า!

ถ้าพัฒนาไออาร์-6 และไออาร์-8 สำเร็จ ซึ่ง อาจใช้เวลา 8-10 ปี อิหร่านก็สามารถใช้เครื่องหมุนเหวี่ยงน้อยลงมาก แต่เพิ่มสมรรถนะแร่ยูเรเนียมเพื่อผลิตอาวุธนิวเคลียร์ได้เร็วขึ้น จากเดิมที่ใช้เวลาถึง 1 ปี ก็อาจเหลือไม่กี่สัปดาห์ สำหรับระเบิดนิวเคลียร์ 1 ลูก นอกจากนี้ ถ้าการปิดกั้นด้านอาวุธและขีปนาวุธหมดอายุลงใน 5 และ 8 ปีด้วยแล้ว อิหร่านก็อาจซื้อหาอาวุธยุทโธปกรณ์ได้มากขึ้น เกิดการแข่งขันสร้างสมอาวุธในภูมิภาครุนแรงขึ้น

อย่างไรก็ตาม อิหร่านยืนยันมาตลอดว่า โครงการนิวเคลียร์ของตนเป็นเชิงพลเรือน ไม่ใช่เชิงการทหาร มีเป้าหมายผลิตเชื้อเพลิงสำหรับโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ “บูเชอร์” บนชายฝั่งอ่าวอาหรับเท่านั้น

แต่ศัตรูที่หวาดระแวงซึมลึกกันมายาวนานจะเชื่อหรือไม่ เป็นอีกเรื่องหนึ่ง!

บวร โทศรีแก้ว

18 ก.ค. 2558 08:30 18 ก.ค. 2558 08:31 ไทยรัฐ


advertisement