วันอาทิตย์ที่ 19 สิงหาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

"เจ๊ติ๋ม" ลั่นพร้อมล้มละลาย ทวงสัญญา กสทช.คืนลมหายใจไทยทีวี

“เจ๊ติ๋ม” เปิดใจสู้ กสทช.เตรียมขึ้นศาล 21 ก.ค.นี้ บอกไม่มีอะไรจะเสีย ทั้งบ้าน ออฟฟิศ รีสอร์ต นำมาค้ำประกันแบงก์ หากถูกยึดก็หมดตัว พร้อมล้มละลาย ย้ำมีความเป็นไปได้ที่ไทยทีวีจะออกอากาศอีกครั้ง แต่ กสทช.ต้องทำตามที่สัญญาไว้และต้องหาพันธมิตรให้ ด้าน กสทช.เคาะยุติอนาล็อกภายในปี 2561

นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ (กสท.) ได้เห็นชอบแผนยุติการออกอากาศทีวีอนาล็อก โดยจะทยอยปิดระบบในพื้นที่มีความพร้อมและรับสัญญาณทีวีดิจิตอลได้แล้ว ตั้งแต่ไตรมาส 4 ของปี 2558 ไปจนถึงสิ้นปี 2561 ซึ่งสถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอสมีความพร้อมก่อนเป็นรายแรก โดยจะทยอยปิดระบบในพื้นที่เกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี อ.ไชยปราการ จ.เชียงใหม่ และ จ.อุบลราชธานีทั้งจังหวัด ส่วนสถานีวิทยุโทรทัศน์กองทัพบกช่อง 5 จะทยอยยุติในปี 2560 ไปสิ้นสุดในปี 2561 สถานีโทรทัศน์แห่งประเทศไทยช่อง 11 จะยุติพร้อมกันภายในปี 2560 ขณะที่บริษัท อสมท จำกัด (มหาชน) จะยุติพร้อมกันทั้งประเทศในปี 2561 ส่วนสถานีโทรทัศน์ช่อง 7 และช่อง 3 นั้นอยู่ระหว่างการเจรจา เนื่องจากทั้งสองรายยังอยู่ในสัญญาสัมปทานที่กฎหมายให้การคุ้มครอง โดยช่อง 7 สัญญาจะสิ้นสุดในปี 2566 ช่อง 3 สัญญาจะสิ้นสุดเดือน มี.ค.2562 ซึ่งเชื่อว่าผลการเจรจาดังกล่าวจะมีความชัดเจนในเร็วๆนี้และมีความเป็นไปได้ที่จะยุติระบบอนาล็อกในปี 2561

นางพันธุ์ทิพา ศกุนต์ไชย ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ไทยทีวีพูล จำกัด และ บริษัท ไทยทีวี จำกัด หรือเจ๊ติ๋ม ทีวีพูล เปิดเผยว่า วันที่ 21 ก.ค.ที่จะถึงนี้ ตนจะเดินทางไปไกล่เกลี่ยกรณีคดีฟ้องร้องคณะกรรมการ กสทช. ซึ่งไทยทีวีเป็นฝ่ายโจทก์ยื่นฟ้องข้อหา กสทช.ละเลยการปฏิบัติหน้าที่ เนื่องจากศาลมีคำสั่งให้เดินทางไปด้วยตัวเอง โดยหวังว่าเรื่องนี้จะจบลงด้วยดี แต่จะเป็นการจบแบบที่ตนจะต่อสู้ จะไม่ยอมแพ้อีกต่อไป

“พี่ยินดีที่จะยอมรับตามข้อเสนอของ กสทช. ที่บอกให้พี่ขายหุ้นออกไป 40% หรือขายเวลาให้พันธมิตรวันละ 9 ชั่วโมง เพื่อหาทางทำรายได้และเดินหน้าธุรกิจทีวีดิจิตอลต่อไป แต่ กสทช.ต้องการันตีทำตามข้อเสนอของพี่ทั้งหมด ซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นข้อเสนอที่ กสทช.เคยให้คำมั่นเอาไว้ แต่ทำไม่ได้ นอกจากนั้นยังต้องหาพันธมิตรให้พี่ด้วย เพราะ กสทช.ยิ่งใหญ่คับฟ้า สามารถการันตีกับพันธมิตรใหม่ของพี่ได้ว่า เขาเข้ามาถือหุ้นแล้วจะไม่เจอสภาพเดิมๆ ไม่โดนหลอกให้ทำธุรกิจ ไม่อย่างนั้นก็เหมือนหลอกเขามา พี่ไม่อยากให้ใครเจ๊งอีก”

ทั้งนี้ ไทยทีวีมีข้อพิสูจน์ที่เสนอต่อศาลปกครองว่า กสทช.ไม่ปฏิบัติตามหนังสือชี้ชวน อันมีส่วนให้ผู้ประกอบการทีวีดิจิตอลต้องเผชิญกับความยากลำบากในการดำเนินธุรกิจ อันได้แก่ 1. จำนวนคูปองทีวีดิจิตอลที่บอกจะแจก 22.5 ล้านครัวเรือน แต่แจกจริง 14 ล้านครัวเรือน ทำให้ทีวีดิจิตอลเข้าไม่ถึงคนไทยทั้งประเทศ 2.คูปองที่แจกให้กล่องดาวเทียมด้วย ทำให้ช่องดาวเทียมได้ประโยชน์ทั้งที่เสียค่าใบอนุญาตปีละ 5,350 บาท แต่ช่องดิจิตอลมีต้นทุนหลายพันล้านบาท 3.ยอมให้ช่อง 3 อนาล็อกออกอากาศคู่ขนาน ทำให้ช่อง 3 ยังครองส่วนแบ่งเม็ดเงินโฆษณาได้ในสัดส่วนสูง เพราะมีผู้ชมมาก เกิดการได้เปรียบทางธุรกิจ 4.การติดตั้งเสาสัญญาณล่าช้ากว่าแผนแม่บท 5.กสทช.ไม่ประชาสัมพันธ์อย่างจริงจัง 6.เคเบิลทีวีไม่ต้องออกอากาศช่องดิจิตอล 24 ช่องตามกฎมัสต์แครี่ ทั้งที่ กสทช.บอกว่าช่องดิจิตอลต้องอยู่ในทุกแพลตฟอร์ม 7.กสทช.ไม่ยอมรับว่าข่าวบันเทิงเป็นข่าว ทำให้ไทยทีวีไม่สามารถนำจุดแข็งมาสร้างรายได้ได้ 8.กสทช.ไม่สามารถยึดคืนช่อง 1-10 จากทีวีดาวเทียมและเคเบิลทีวีตามที่เคยให้คำมั่นไว้ 9.กสทช.ไม่กำหนดเกณฑ์การให้เงินสนับสนุนการทำรายการข่าวและสาระ รวมทั้งเรื่องเด็กและประชาชนอย่างชัดเจน

นางพันธุ์ทิพากล่าวว่า หาก กสทช.ปฏิบัติได้ทุกข้อที่เคยให้สัญญาไว้ รวมทั้งหาพันธมิตรให้ ช่องไทยทีวี 17 และโลก้า 15 ก็อาจกลับมาออกอากาศต่อได้ แต่คงไม่ใช่ในเร็ววันนี้ โดยวันที่ 26 ก.ค.ที่จะถึงนี้ ก็ยังยืนยันยุติการออกอากาศบนแพลต-ฟอร์มดิจิตอล หันไปออกอากาศผ่านดาวเทียมอย่างเดียว โดยทันทีที่ยุติการออกอากาศผ่านช่องดิจิตอล ไทยทีวีจะสามารถหยุดค่าใช้จ่ายได้ทันทีเดือนละเกือบ 10 ล้านบาท

“นับจากนี้พี่จะต่อสู้กับ กสทช. พี่ไม่มีอะไรต้องกลัว ไม่มีอะไรจะเสียแล้ว จะไม่ยอมถูกข่มเหงอีกต่อไป อย่างเลวร้ายที่สุด หากพี่ต้องเสียหลักทรัพย์ที่ค้ำประกันแบงก์การันตีเอาไว้ตามมูลค่าเงินประมูลที่ยังเหลือค้างชำระ 1,700 ล้านบาท พี่ก็พร้อมยอมล้มละลาย พี่ทำใจหมดแล้ว คุยกับลูกๆแล้ว ถือเสียว่าเราถูกหลอก หลักทรัพย์ค้ำประกันก็คือทรัพย์สินทั้งหมดที่พี่มี ทั้งบ้าน ออฟฟิศ และรีสอร์ตเดอะบลูมที่เขาใหญ่ พร้อมหมดตัว เฉพาะปีแรกพี่หมดไป 1,000 ล้านแล้ว เป็นเงินที่ถอนมาจากสิงคโปร์ ขายบ้าน 5 หลังที่อเมริกาและ 1 หลังที่อังกฤษ เพราะคิดว่าทีวีดิจิตอลจะสดใส ซึ่งความจริงมันก็ดี แต่ กสทช.ต้องทำให้ได้ตามที่เชิญชวนเอกชนให้เข้ามาร่วมประมูล ไม่ใช่หลอกให้เข้ามา”.

“เจ๊ติ๋ม” เปิดใจสู้ กสทช.เตรียมขึ้นศาล 21 ก.ค.นี้ บอกไม่มีอะไรจะเสีย ทั้งบ้าน ออฟฟิศ รีสอร์ต นำมาค้ำประกันแบงก์ หากถูกยึดก็หมดตัว พร้อมล้มละลาย ย้ำมีความเป็นไปได้ที่ไทยทีวีจะออกอากาศอีกครั้ง แต่ กสทช.ต้องทำตามที่สัญญาไว้ 18 ก.ค. 2558 04:12 18 ก.ค. 2558 04:13 ไทยรัฐ