วันจันทร์ที่ 20 สิงหาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

รวบแก๊งอดีตด.ต.

อ้างกองปราบปล้น ท้องที่เคยจับผิดตัว บก.ป.ลุยสางคดีเอง

จับอดีต ด.ต.บช.ภ.1 ร่วมกับพวกตั้งแก๊งปล้นทรัพย์ โดยอ้างเป็นตำรวจกองปราบฯ ขอเข้าตรวจค้นยาเสพติดในบ้านเหยื่อเจ้าของฟาร์มหมู ที่ จ.สระแก้ว เมื่อต้นปีที่ผ่านมา ก่อนจับ 2 ผัวเมียเจ้าของบ้านใส่กุญแจมือ และรื้อค้นทรัพย์สิน เผยอดีต ถูกไล่ออกจากราชการเมื่อปี 57 ขณะเดียวกัน แพะดาบตำรวจ สน.มีนบุรี ที่ถูกออกหมายจับในคดีนี้ และถูกสั่งให้ออกจากราชการและต้องติดคุกอยู่ในเรือนจำ 16 วัน ก่อนได้ประกันตัว โวยแหลก ขอฟ้องกลับพนักงานสอบสวนทั้งหมด

เหตุ ป.จับโจรตัวจริง ช่วยเหลือแพะตำรวจ นครบาล เปิดเผยขึ้นเมื่อเวลา 13.30 น. วันที่ 17 ก.ค. ที่กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) พ.ต.อ.อัคราเดช พิมลศรี รรท.ผบก.ป. พ.ต.อ.สุทิน ทรัพย์พ่วง รอง ผบก.ป. พ.ต.อ.ไพโรจน์ โรจนขจร ผกก.2 บก.ป. พ.ต.ต.กรกช ยงยืน สว.กก.2 บก.ป. และเจ้าหน้าที่ กก.2 บก.ป.ร่วมกันแถลงข่าวจับกุมนายเสรี หรือ แห้ง จันทร์นวล อายุ 49 ปี อยู่บ้านเลขที่ 380 ถนนลำมะเขือขื่น แขวงและเขตคลองสามวา นายสมประสงค์ หรือบิ๊ก พรหมผล อายุ 43 ปี อยู่บ้านเลขที่ 31/2 หมู่ 1 ต.บึงสนั่น อ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี นายไพฑูรย์ พรมรอด อายุ 40 ปี อยู่บ้านเลขที่ 134 หมู่ 3 ต.โนนพะยอม อ.ชนบท จ.ขอนแก่น และนายสุชาติ ประวิทย์ อายุ 48 ปี อยู่บ้านเลขที่ 35/211 หมู่ 1 ต.บึงคำพร้อย อ.ลำลูกกา จ.ปทุมธานี พร้อมของกลาง ปืน 9 มม. 1 กระบอก พร้อมกระสุน 54 นัด รถกระบะ ยี่ห้อมิตซูบิชิ สีน้ำเงิน ทะเบียน ปย 5422 กรุงเทพ-มหานคร รถมิตซูบิชิ สีดำ ทะเบียน 3 กภ 302 กรุงเทพมหานคร ป้ายทะเบียนปลอม 2 แผ่น วิทยุสื่อสาร และเสื้อคลุมตำรวจ

พ.ต.อ.อัคราเดชกล่าวว่า ก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 11 ก.พ.ที่ผ่านมา กลุ่มผู้ต้องหาได้ร่วมกันก่อเหตุปล้นทรัพย์ที่บ้านเลขที่ 64 หมู่ 11 ต.ซับมะกรุด อ.คลองหาด จ.สระแก้ว ของนายนิพนธ์ อินทร์สืบวงศ์ และ น.ส.นุจรินทร์ โกเกตุ 2 ผัวเมียเจ้าของฟาร์มหมู ได้ทรัพย์สินเป็นปืนและเครื่องกระสุน เงินสด 5,000 บาท กลุ่มคนร้ายอ้างเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ บก.ป. หลังก่อเหตุ กลุ่มผู้ต้องหาได้ทำแฟ้มงานคล้ายเจ้าหน้าที่ตกอยู่ แฟ้มดังกล่าวปรากฏชื่อ พ.ต.อ.อัคราเดช พิมลศรี รรท.ผบก.ป. เป็นหัวหน้าชุด หลังเกิดเหตุ บก.ป. ได้ประสานข้อมูลร่วมกับ บก.ภ.จ.สระแก้ว สืบสวนจนทราบว่าผู้ต้องหาทั้ง 4 คนเป็นผู้ก่อเหตุ ก่อนติดตามจับกุมนายเสรี จันทร์นวล ได้ในบ้านเลขที่ 72/30 หมู่ 4 ต.บึงยี่โถ อ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี นายสมประสงค์ พรหมผล จับได้ที่บริเวณ กม.7 ถนนคลองสิบตะวันตก ต.บึงเบา อ.หนองเสือ จ.ปทุมธานี นายไพฑูรย์ พรมรอด จับกุมได้หน้าบริษัท ไทเหอ ถนนเลียบทางด่วนคลอง 5 ต.บึงคำพร้อย อ.ลำลูกกา จ.ปทุมธานี ส่วนนายสุชาติ ประวิทย์ จับกุมได้ที่ปั๊มน้ำมันซัสโก้ ถนนเส้นตัดลำลูกกา-ธัญบุรี คลอง 7 ต.บึงคำพร้อย อ.ลำลูกกา จ.ปทุมธานี

จากการสอบสวน นายเสรีรับสารภาพได้ร่วมกันก่อเหตุจริง เพราะทราบมาว่า ผู้เสียหายมักจะเก็บเงินสดไว้ที่บ้าน วันเกิดเหตุได้ใช้รถกระบะคันดังกล่าวขับไปดูเป้าหมายรวมทั้งเส้นทางหลบหนี จากนั้นใช้รถยนต์เป็นพาหนะในการก่อเหตุ นายสมประสงค์จะแสดงตัวเป็นตำรวจกองปราบปราม ขอเข้าตรวจค้นยาเสพติด ก่อนจับเจ้าของบ้านใส่กุญแจมือและรื้อค้นหาทรัพย์สิน อย่างไรก็ตาม จากการตรวจสอบพบว่า นายสมประสงค์นั้นเคยเป็นตำรวจยศ ด.ต.สังกัด กก.วิเคราะห์ข่าวและเครื่องมือพิเศษของ บช.ภ.1 แต่ถูกให้ออกจากราชการเมื่อปี 57 หลังก่อเหตุกรรโชกทรัพย์ โดยพฤติกรรมนั้นจะเลือกบ้านเป้าหมายที่มีทรัพย์สิน หรือคาดว่ามีประวัติเกี่ยวข้องกับยาเสพติด เบื้องต้นเจ้าหน้าที่แจ้งข้อหาร่วมกันปล้นทรัพย์ แต่งกายให้เข้าใจว่าเป็นทหารหรือตำรวจมีอาวุธปืน ใช้พาหนะเพื่อสะดวกแก่การกระทำความผิด หรือการพาทรัพย์นั้นไป หรือให้พ้นการจับกุม และร่วมกันหน่วงเหนี่ยว กักขังหรือกระทำการให้ผู้อื่นปราศจากเสรีภาพในร่างกาย นำตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.คลองหาด ดำเนินคดีตามกฎหมาย

สำหรับคดีนี้ หลังเกิดเหตุ พนักงานสอบสวน สภ.คลองหาด ออกหมายจับ ด.ต.รังสรรค์ ตีเวียง ผู้ช่วยพนักงานสอบสวน สน.มีนบุรี ตามที่ผู้เสียหายชี้ตัว พร้อมนำตัวไปสอบปากคำ โดยเชิญตัว ร.ต.ท.ของ สน.มีนบุรี 1 นาย และตำรวจชั้นประทวนอีก 2 นาย ไปให้ผู้เสียหายดูตัวด้วย แต่ตำรวจ 3 นาย ผู้เสียหายไม่ชี้ตัว พล.ต.ท.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล ผบช.น.มีคำสั่งให้ ด.ต.รังสรรค์ ออกจากราชการไว้ก่อน

เย็นวันเดียวกัน หลังทราบข่าวการจับกุมคนร้ายตัวจริง พ.ต.อ.กัญชล อินทาราม ผกก.สน.มีนบุรี กล่าวว่า ระหว่างเกิดเหตุ เป็นช่วงบ่ายวันที่ 11 ก.พ. ด.ต.รังสรรค์เข้าเวรเป็นผู้ช่วยร้อยเวร และออกเวรยังไปเบิกเงินที่ธนาคารมีกล้องวงจรปิด และสลิปการโอนเงินเป็นหลักฐาน แต่พนักงานสอบสวนท้องที่ไม่ฟังอ้างว่ามีหลักฐาน เรื่องนี้ทาง สน.มีนบุรีได้มอบหมายให้พนักงานสอบสวนตั้งทนายความช่วยต่อสู้ให้กับผู้ใต้บังคับบัญชาแล้วยืนยันว่าไม่ได้เข้าข้างลูกน้อง ต้องฟังหลักฐานทั้งสองฝ่ายเพื่อหาตัวคนผิดที่แท้จริงมาลงโทษ ทางผู้บังคับบัญชาเข้าใจดีตนไม่ห่วงเรื่องการต่อสู้คดี ส่วนที่จะฟ้องกลับหรือไม่ต้องดูการตัดสินของศาลก่อน

ต่อมาผู้สื่อข่าวเดินทางไปยังบริษัทตีเวียง–นำพาสุข ตั้งอยู่ในหมู่บ้านรังสิยา ถนนรามอินทรา แขวงและเขตมีนบุรี ของ ด.ต.รังสรรค์ ตีเวียง ผช.ร้อยเวร สน.มีนบุรี แพะตำรวจที่ถูกออกจากราชการมาทำงานส่วนตัวเปิดบริษัทเกี่ยวกับรับทำเรื่องหนังสือเดินทางของแรงงานคนต่างด้าว โดย ด.ต.รังสรรค์เปิดเผยว่า งงมากกับเรื่องนี้ ตอนที่ผู้เสียหายเข้าแจ้งความ ตนอยู่กรุงเทพฯ จะไปก่อคดีที่ จ.สระแก้ว ได้อย่างไร พ.ต.ท.ดรุณี ศรีประเสริฐ พนักงานสอบสวน สน.มีนบุรี และพยานได้พาตนไปแสดงความบริสุทธิ์ที่ สภ.คลองหาด กลับถูกสอบสวนเกือบทั้งวันยันเย็น ก่อนนำตนเข้าห้องชี้ตัว มีผู้เสียหาย 4 คน ชี้ 2 คน อีก 2 คนบอกไม่ใช่ จากนั้นนำตนเข้าห้องขัง แล้วนำมาสอบสวนต่อจนส่งศาลแทบไม่ทัน ภรรยาตนต้องวิ่งหาเงิน 5 แสนบาท มาประกันตัวก็ไม่พอ ต้องหา 8 แสนบาท ยังประกันไม่ได้ ต้องเข้าไปอยู่ในเรือนจำถึง 16 วัน ก่อนที่จะนำเงินสดและตำแหน่งญาติไปประกันตัวออกมาสู้คดี รู้สึกท้อใจขนาดเป็นตำรวจเหมือนกัน เราเอาทั้งพยานบุคคลทั้งพยานวัตถุไปให้ก็ไม่สน และถ้าเป็นอย่างนี้ตนพร้อมที่จะฟ้องกลับพนักงานสอบสวนที่ทำคดีทั้งหมด

จับอดีต ด.ต.บช.ภ.1 ร่วมกับพวกตั้งแก๊งปล้นทรัพย์ โดยอ้างเป็นตำรวจกองปราบฯ ขอเข้าตรวจค้นยา เสพติดในบ้านเหยื่อเจ้าของฟาร์มหมู ที่ จ.สระแก้ว เมื่อต้นปีที่ผ่านมา ก่อนจับ 2 ผัวเมียเจ้าของบ้านใส่กุญแจมือ 18 ก.ค. 2558 03:51 18 ก.ค. 2558 03:51 ไทยรัฐ