วันจันทร์ที่ 20 สิงหาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ


ส่องที่เที่ยวสุดจี๊ด! 7 ดินแดนมหัศจรรย์เมืองไทย ไม่ไปไม่ได้แล้ว!

ใครว่าสิ่งมหัศจรรย์มีแต่ในต่างประเทศ? จริงๆ แล้วในเมืองไทยบ้านเรา ก็มีสถานที่ท่องเที่ยวที่สวยงามจนได้รับการยกย่องว่าเป็นสิ่งมหัศจรรย์ที่น่าเดินทางมาชมเช่นกัน ไม่ได้พูดลอยๆ นะ แต่การันตีด้วยผลโหวตประจำปี 2558 เลยเชียว

วันนี้ ไทยรัฐออนไลน์ มีข้อมูลดีๆ จากกิจกรรม 7 Wonders THAILAND 2015 มาบอกต่อ เป็นกิจกรรมที่รวบรวมเอาสถานที่ท่องเที่ยวสวยงามทั่วประเทศไทย มาจากหลากหลายแห่งด้วยกัน และเปิดช่องทางให้มีการโหวตจากผู้เข้าเยี่ยมชม เกี่ยวกับความคิดเห็นส่วนตัวที่ว่า 'สถานที่ท่องเที่ยวใดในประเทศไทยที่คุณคิดว่ามีความมหัศจรรย์ที่สุด' โดยโหวตผ่านการคลิกที่ I Vote ทางหน้าเว็บไซต์ 7wondersthailand.com

จากการรวบรวมข้อมูลตลอดระยะเวลา 1 ปี ก็ได้ผลโหวต 7 สถานที่มหัศจรรย์ที่เที่ยวไทย ครั้งที่ 8 ประจำปี 2558 ออกมาแล้ว (ประกาศผลเมื่อวันที่ 7 ก.ค.) เป็นเครื่องยืนยันว่าสถานที่ต่างๆ เหล่านี้สวยงาม มีเสน่ห์ โดนใจนักเดินทางที่สุด ถ้าอยากรู้ว่ามีที่ไหนบ้าง ตามมาชมกันเลย

7. อันดับที่ 7 เกาะล้าน

ขอเริ่มจากอันดับสุดท้ายก่อนก็แล้วกัน โดยผลโหวตอันดับที่ 7 ในปีนี้ ก็คือ เกาะล้าน เมืองพัทยา จ.ชลบุรี ที่นี่ได้รับการขนานนามว่า เป็นสิมิลัน ของคนกรุงเทพฯ ด้วยความสวยของหาดทรายขาวละเอียดที่ทอดตัวยาว อีกทั้งน้ำทะเลสวยใส สามารถดำน้ำตื้นชมหมู่ปลาและสัตว์ทะเลต่างๆ ได้ จึงไม่น่าแปลกใจที่เกาะล้านยังคงความฮอตฮิตติดอันดับอยู่ไม่เปลี่ยนแปลง นอกจากนี้ ยังถูกใจขาเที่ยวคนกรุงในเรื่องการเดินทางด้วย เพราะนั่งรถเพียงประมาณ 1.30-2 ชั่วโมง ก็ถึงชายหาดพัทยา และนั่งสปีดโบ๊ตต่ออีกประมาณ 25 นาที ก็ถึงแล้ว

6. อันดับที่ 6 เกาะพีพี

ต่อกันด้วยอันดับที่ 6 ได้แก่ เกาะพีพี จ.กระบี่ ซึ่งมีพื้นที่เพียง 6.6 ตร.กม. มีลักษณะเป็นเกาะภูเขาหินปูนที่มีหน้าผาสูงชัน ตั้งฉากกับผิวทะเลโดยรอบเกือบทั้งเกาะ และมีพื้นน้ำลึกเฉลี่ยประมาณ 20 เมตร ในพื้นที่แห่งนี้ประกอบไปด้วย 3 อ่าวด้วยกัน โดยอ่าวที่ขึ้นชื่อว่าสวยที่สุดและมีชื่อเสียงโด่งดังไปทั่วโลก ก็คือ อ่าวมาหยา นอกจากนี้ยังมี อ่าวปิเละ และอ่าวโละซามะ ที่ขึ้นชื่อเรื่องความงดงามไม่แพ้กัน

5. อันดับที่ 5 น้ำตกเอราวัณ

น้ำตกเอราวัณ จ.กาญจนบุรี เป็นน้ำตกที่มีความสูงถึง 7 ชั้น โดยมีความยาวประมาณ 1,500 เมตร ซึ่งชั้นสูงสุดของน้ำตกมีลักษณะคล้ายหัวช้างเอราวัณ จึงเป็นที่มาของชื่อนี้ และน้ำตกทั้ง 7 ชั้นนี้ก็มีชื่อเรียกแตกต่างกันออกไป ตามจินตนาการของผู้ตั้งชื่อในสมัยก่อน คือ

ชั้นที่ 1  ไหลคืนรัง
ชั้นที่ 2  วังมัจฉา
ชั้นที่ 3  ผาน้ำตก
ชั้นที่ 4  อกผีเสื้อ
ชั้นที่ 5  เบื่อไม่ลง
ชั้นที่ 6  ดงพฤกษา                                           
ชั้นที่ 7  ภูผาเอราวัณ

4. อันดับที่ 4 สระมรกต

ส่วนอันดับ 4 ได้แก่ สระมรกต จ.กระบี่ อีกเช่นกัน ที่นี่มีจุดเด่นที่แตกต่าง แปลก และน่าสนใจมากๆ นั่นคือ น้ำในสระมีความเขียวใสผิดแปลกจากที่อื่น เป็นที่น่าพิศวงอย่างมาก รวมทั้งยังเป็นสระน้ำกลางป่าที่โอบล้อมไปด้วยวิวทิวทัศน์ของต้นไม้และพืชพรรณในแถบป่าดิบชื้นของภาคใต้นานาชนิด

3. อันดับที่ 3 เกาะตาชัย

มาต่อกันที่อันดับ 3 ได้แก่ เกาะตาชัย จ.พังงา ที่นี่เป็นเกาะที่อยู่ทางตอนเหนือของอุทยานแห่งชาติสิมิลัน และด้วยความที่มีลักษณะทางกายภาพที่คล้ายคลึงกับเกาะสิมิลันมาก ถือว่าเป็นเกาะคู่แฝดกับเกาะสิมิลันเลยก็ว่าได้ โดยการเยี่ยมชมจะเที่ยวแบบไปเช้าเย็นกลับได้เท่านั้น ไม่สามารถพักค้างคืนได้ เนื่องจากที่นี่มีทัศนียภาพสวยงามเป็นอย่างมาก จึงสามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวให้เดินทางมาเที่ยวและเยี่ยมชมอย่างล้นหลาม ถึงแม้เพิ่งจะเปิดต้อนรับนักท่องเที่ยวเพียงไม่กี่ปีที่ผ่านมาก็ตาม

2. อันดับที่ 2 เกาะหลีเป๊ะ

มากันที่อันดับ 2 ได้แก่ เกาะหลีเป๊ะ จ.สตูล ที่นี่ขึ้นชื่อในเรื่องของน้ำทะเลที่สวยและหาดทรายที่ขาว เนียน ละเอียดเหมือนแป้ง ไม่ว่าใครก็ตามเมื่อได้มาเที่ยวที่นี่ ต่างก็หลงใหลในความสวยงามของหลีเป๊ะจนถอนตัวไม่ขึ้น

1. อันดับที่ 1 ทะเลแหวก

มาปิดท้ายกันกับผู้รั้งอันดับ 1 โดยได้รับคะแนนโหวตอย่างท่วมท้นในปี 2558 นี้ นั่นคือ ทะเลแหวก จ.กระบี่ บริเวณนี้เป็นจุดท่องเที่ยวซึ่งเป็นที่ตั้งของเกาะ 3 เกาะ คือ เกาะทับ เกาะไก่ และเกาะหม้อ ซึ่งเวลาน้ำลงจะเห็นสันทรายเป็นทางเชื่อมระหว่าง 3 เกาะ สามารถเดินข้ามไปมาระหว่างเกาะได้ การเดินเที่ยวชมแต่ละเกาะก็จะได้ชมวิวสวยๆ ในมุมมองที่แตกต่างกันไป น่าประทับใจสุดๆ
 

สำหรับใครที่อยากติดตามผลโหวตสถานที่ท่องเที่ยวอื่นๆ ก็เข้าไปดูเพิ่มเติมได้ที่ 7wondersthailand

ใครว่าสิ่งมหัศจรรย์มีแต่ในต่างประเทศ? จริงๆ แล้วในเมืองไทยบ้านเรา ก็มีสถานที่ท่องเที่ยวที่สวยงามจนได้รับการยกย่องว่าเป็นสิ่งมหัศจรรย์ที่น่าเดินทางมาชมเช่นกัน ไม่ได้พูดลอยๆ นะ แต่การันตีด้วยผลโหวตประจำปี 2558 เลยเชียว 17 ก.ค. 2558 17:42 23 ก.ค. 2558 10:46 ไทยรัฐ