วันศุกร์ที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
“อินุยามะ” เมืองปราสาทเก่าแก่ อนุสรณ์สถานแห่ง...มุโรมาจิ

“อินุยามะ” เมืองปราสาทเก่าแก่ อนุสรณ์สถานแห่ง...มุโรมาจิ

  • Share:

ปราสาทอินุยามะ...

สัปดาห์นี้ยังอยู่กันในเส้นทางโชริวโด หลังจากชมวิถีนินจาอิงะ และทดลองกินอาหารเรียบง่าย เบาๆแบบนินจาแล้ว ก็ได้เวลาเดินทางต่อไปยัง สวนดอกไม้นาบานะ โนะ ซาโตะ (Nabana No Sato) ซึ่งอยู่ในบริเวณเดียวกับ Nagashima Resort

สำหรับคนรักดอกไม้ ไม่ควรพลาด เพราะที่นี่เขามีดอกไม้สวยๆจัดโชว์ไว้ในเรือนกระจกถึง 4 โซน ทั้งดอกไม้กระถาง และดอกไม้แขวน โดยเฉพาะบีโกเนีย ดอกโตๆหลากสีที่ปลูกได้อย่างสวยงาม เดินกันเพลินเลยทีเดียว พอเหนื่อยได้ที่ ก็มาถึงโซนสุดท้าย ที่จัดไว้เป็นที่นั่งจิบกาแฟ ชา หรือเครื่องดื่มเย็นๆ พร้อมชมสวน ก่อนที่ทางเจ้าภาพญี่ปุ่นและการบินไทย จะพาไปช็อปปิ้งกันต่อที่ มิตซุย เอาต์เลต พาร์ค เอาต์เลตที่ใหญ่ที่สุดของญี่ปุ่น

บิโกเนีย...สีสวยสดที่สวนดอกไม้ นาบานะ โนะ ซาโตะ


เสียดายเวลามีจำกัด แค่เดินชมยังไม่ทันได้ช็อปก็หมดเวลาแล้ว เพราะที่นี่มีร้านแบรนด์ดังๆมากกว่า 200 ร้านค้า เรียกว่าถ้ามาเที่ยวแล้วมีแผนว่าจะช็อปปิ้งคงต้องใช้เวลาอย่างน้อย 1 วันที่นี่ถึงจะเดินได้ครบ แต่ถึงจะมีเวลาน้อย คราวนี้ ยังอุตส่าห์สอยโอนิซูกะ ไทเกอร์ คู่เก่งมาได้อีก 1 คู่ ด้วยความรวดเร็ว

วันที่สองในญี่ปุ่น ตามกำหนดการคือ เดินทางสู่เมืองอินุยามะ จังหวัดไอจิ ซึ่งถ้านั่งรถบัสไปจากนาโกยาก็ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง แต่ถ้านั่งรถไฟชินคันเซ็นจากโตเกียวจะใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมง 40 นาที ส่วนถ้ามาจากโอซากานั่งชินคันเซ็นก็ประมาณ 50 นาที

สถานที่ท่องเที่ยวสำคัญของเมืองนี้ ที่ไม่ควรพลาด คือ ปราสาทอินุยามะ 1 ใน 4 ปราสาทที่เป็นสมบัติประจำชาติของญี่ปุ่น ซึ่งประกอบด้วย ปราสาทฮิเมจิ, ปราสาทฮิโคเนะ และปราสาทมัตสึโมโตะ และยังเป็นปราสาทเดียวที่ไม่ถูกทำลายในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2

ทางเดินเข้าวัดซังโกอินาริ


ปราสาทอินุยามะ เป็นปราสาทเดียวที่มีหอคอยไม้เก่าแก่ที่สุดในญี่ปุ่น ตั้งอยู่ริมแม่น้ำคิโซะ ระหว่างทางเดินขึ้นไปยังปราสาทจะต้องผ่าน วัดซังโกอินาริ ที่ว่ากันว่าเป็นวัดศักดิ์สิทธิ์ โดยเฉพาะคำอธิษฐานเรื่องเงินๆทองๆถ้ามาอธิษฐานที่วัดนี้แล้ว มักจะประสบความสำเร็จ ภายในวัดมีลำรางเล็กๆสำหรับให้นำเงินใส่ตะกร้าเพื่ออธิษฐานล้างน้ำ โดยมีความเชื่อว่าถ้านำเงินล้างไปเท่าไหร่ก็จะได้กลับคืนมาเป็นทวีคูณ

ด้านหน้าศาลเทพเจ้าหมาป่า.
แผ่นป้ายอธิษฐานขอพรเรื่องความรัก


และเพราะที่ตั้งของทั้งวัดและปราสาทตั้งอยู่บนภูเขาหมาป่า หลังจากทำพิธีกรรมล้างเงินอธิษฐานขอความร่ำรวยเสร็จแล้ว เจ้าหน้าที่ของวัดแนะนำให้ไปขอพรจากเทพเจ้าหมาป่าที่อยู่ในศาลใกล้ๆกัน ที่เขามีป้ายสำหรับเขียนขอพรเรื่องความรัก ความผูกพันเอาไว้ด้วย เหมือนเวลาไปวัดทางเหนือแล้วเขียนชื่อใส่ป้าย ใส่ระฆังไปแขวนไว้นั่นล่ะ ความเชื่อแบบนี้ เอาเข้าจริงๆแล้ว ไม่ว่าญี่ปุ่นหรือไทย ก็ไม่เข้าใครออกใครเลยจริงๆ

พิธีล้างเงิน..ขอความร่ำรวย ที่วัดซังโกอินาริ


หลังขอพรเรื่องเงิน เรื่องความรักเสร็จก็ได้เวลาเดินขึ้นไปชมปราสาท ซึ่งถ้ามองข้างนอกจะเห็นว่าปราสาทมี 3 ชั้น แต่พอเข้าไปข้างในจะกลายเป็น 4 ชั้น

ตอนแรกคิดว่าจะไม่ขึ้น เพราะต้องถอดรองเท้าใส่ถุง แถมบันไดก็แคบเล็ก และชัน แต่พอเห็นคุณปู่ คุณย่า ชาวญี่ปุ่น พากันเกาะราวบันไดไต่ขึ้นไปชมความงดงาม ซึมซับประวัติศาสตร์กันอย่างไม่สะทกสะท้านแล้ว คนหนุ่มสาวอย่างเรา เลยไม่กล้า ต้องพาสังขารอันอวบอ้วนไต่บันไดตามคุณยาย คุณย่าขึ้นไปแบบไม่ทุลักทุเลนัก

แล้วก็ไม่ผิดหวังจริงๆ เพราะ โอดะ โนบุยาสุ ซึ่งเป็นผู้สร้างปราสาทหลังนี้เมื่อ 470 ปีก่อน ก่อนสมัยของเอโดะ เลือกทำเลที่เป็นจุดยุทธศาสตร์ไว้ได้อย่างสวยงาม และดูเหมือนจะเป็นสมบัติชิ้นเดียวที่เป็นอนุสรณ์ของมุโรมาจิที่ยังเหลืออยู่

มุมสวยของแม่น้ำคิโสะ ถ่ายจากชั้นบนสุดของปราสาท


เราไต่บันไดขึ้นไปจนถึงชั้นบนสุดของปราสาท ซึ่งเป็นจุดชมวิวสามารถมองเห็นความงามของแม่น้ำคิโซะ และพื้นที่ของจังหวัด ไอจิ นาโกยา และ กิฟุ ได้อย่างชัดเจน แถมด้วยวิวเครื่องบินขึ้นลงของสนามบินชูบุด้วย

สะพาน line Bridge ถ่ายจากปราสาทอินุยามะ


ด้านหนึ่งของแม่น้ำเป็นสะพานรูปร่างคล้ายเขื่อน เรียกว่า Line Bridge ส่วนอีกด้านเป็นสะพาน Twin Bridge หรือสะพานคู่แฝด ซึ่งมาจากการที่รถยนต์และรถไฟวิ่งอยู่บนสะพานเดียวกันได้

ช่วงที่เราไปเป็นช่วงฤดูร้อน จึงไม่มีโอกาสได้เห็นดอกซากุระ ที่ว่ากันว่า ถ้ามาเที่ยวปราสาทอินุยามะในช่วงฤดูใบไม้ผลิ จะเห็นดอกซากุระมากกว่า 400 ต้นที่ปลูกเรียงรายสองข้างทางเลียบแม่น้ำคิโซะบานสะพรั่ง โรแมนติกแบบสุดๆเลยล่ะ

ลงจากปราสาทข้ามถนนมาอีกด้านหนึ่งเป็นที่ตั้งของ พิพิธภัณฑ์คติชนวิทยา ของเมือง ที่รวบรวมเอาเสื้อผ้า เครื่องใช้ และสิ่งของสำคัญต่างๆสมัยนั้นไว้ให้ชม รวมทั้งภาพ Dondenkan หรือเกี้ยว ที่จะใช้ในพิธีแห่เกี้ยวเพื่อบูชาเทพเจ้า ซึ่งถือว่าเป็นประเพณีสำคัญของจังหวัดไอจิ ซึ่งหลังจากดูภาพแล้ว เจ้าบ้านชาวญี่ปุ่นก็พาเราไปดู Dondenkan ของจริงที่เก็บอยู่ในโรงเก็บของหมู่บ้านไม่ไกลจากพิพิธภัณฑ์มากนัก

พิธีแห่เกี้ยวขอพรเทพเจ้า “อินุยามะ มัดสุริ”



พิธีแห่เกี้ยวในเมืองอินุยามะนี้ เรียกว่า พิธีอินุยามะ มัตสุริ จะมีขึ้นในวันเสาร์-อาทิตย์แรกของเดือนเมษายน ของทุกปี เป็นเทศกาลที่คึกคักมาก จัดขึ้นพร้อมๆกับงาน Inuyama Festival ซึ่งจะมีคนจากเมืองต่างๆมาร่วมงานเป็นจำนวนมาก

นอกจากปราสาทและพิพิธภัณฑ์ที่น่าสนใจแล้ว นั่งรถไปอีกประมาณ 30 นาที จะมีพิพิธภัณฑ์หมู่บ้านสมัยเมจิ ซึ่งรวบรวมมรดกทางวัฒนธรรมที่สำคัญๆ สมัยเมจิไว้แบบที่เรียกว่าครบถ้วนที่สุด รวมถึงรถจักรไอน้ำที่ใช้ฟืนและถ่านเป็นเชื้อเพลิง ที่ยังคงวิ่งได้จนถึงปัจจุบัน รวมทั้งสวนสนุกลิงแห่งญี่ปุ่น ซึ่งเป็น สวนสัตว์ที่มีจำนวนชนิดของลิงมากที่สุดในโลกทั้งลิงจากเอเชีย แอฟริกา อเมริกากลาง อเมริกาใต้ มากกว่า 73 ชนิด ประมาณ 600 ตัว น่าตื่นตาตื่นใจมากๆ

ร้านขายอาหารเล็กๆในเมืองอินุยามะ.


ก่อนออกจากเมืองอินุยามะ พลาดไม่ได้ที่ต้องแวะชิมอาหารขึ้นชื่อของเมือง ที่นอกจากจะมีข้าวพื้นเมืองพันธุ์ดีเป็นสินค้าส่งออกของเมืองแล้ว ที่นี่ยังมีอาหารชนิดพิเศษ ที่ชื่อว่า “ยูเมะโทโรโระ” ลักษณะคล้ายหัวบุก แต่เป็นมันที่มีคุณสมบัติ คือ ยืดๆ เหนียวๆ นำมาทำเป็นอาหารและของหวานกินได้ รสชาติอย่าให้อธิบายไปชิมเองดีกว่า ร้านเก่าแก่ในเมืองอยู่ไม่ไกลจากพิพิธภัณฑ์มากนัก

หลังซดอุด้งชามโตกับยูเมะโทโรโระจนอิ่มแปล้...ก็ได้เวลาเดินทางต่อไปยังเมืองทาคายามา อีกเมืองต้องห้ามพลาดสำหรับเส้นทางมังกร...ในญี่ปุ่น

โปรดติดตามด้วยใจระทึกพลัน.....!!!!

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้