วันจันทร์ที่ 20 สิงหาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

จากใบเหลืองถึงใบส้ม

ปัญหาใบเหลืองใบแดงในรัฐธรรมนูญ ยังเถียงกันไม่จบ ล่าสุดคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) มีมติให้เสนอความเห็นต่อคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ ถ้ามีการทำผิดก่อนการเลือกตั้ง ให้ กกต.มีอำนาจให้ใบแดง ถ้าหลังการเลือกตั้ง ให้มีอำนาจให้ใบเหลือง แต่ให้ใบเหลืองแล้วยังมีการทุจริต ให้ กกต.ชักใบเหลืองที่ 2 เท่ากับให้ “ใบส้ม”

กกต.เสนอด้วยว่า ก่อนประกาศผลการเลือกตั้ง ถ้าพบการทุจริตและเชื่อมโยงถึงผู้สมัคร ให้ กกต.มีอำนาจแจกใบแดง เพื่อตัดสิทธิผู้สมัคร 1 ปี แต่หลังประกาศผลเลือกตั้งแล้วและพบการทุจริต ต้องส่งให้ศาลอุทธรณ์ตัดสิน แต่คณะกรรมาธิการฯยืนยันว่า กกต.มีอำนาจให้ใบเหลือง เฉพาะก่อนประกาศผลเลือกตั้ง ส่วนใบแดงเป็นอำนาจของศาลอุทธรณ์

กกต.แสดงหลักฐานผลการเลือกตั้งที่ผ่านมา 10 ปี กกต.เคยให้ใบเหลืองผู้สมัคร 82 คน ให้มีการเลือกตั้งใหม่และผู้สมัครที่โดนใบเหลืองยังมีสิทธิลงแข่งขันได้ ปรากฏว่ามีผู้สมัครถึง 78 คน หรือ 95% ที่ได้รับเลือกตั้งเป็น ส.ส.ผู้ทรงเกียรติในสภา เป็นหลักฐานแสดงว่าใบเหลืองไร้ประสิทธิภาพ ไม่อาจทำให้การเลือกตั้งเป็นไปโดยสุจริตและเที่ยงธรรม

กกต.จึงยังต้องการอำนาจให้ใบแดง โดยเฉพาะก่อนประกาศผลการเลือกตั้ง เพื่อตัดสิทธิผู้สมัครไม่ให้ลงแข่งขันได้อีก 1 ปี เพราะถ้าให้แค่ใบเหลือง ส่วนใหญ่ก็จะกลายเป็นผู้ชนะการเลือกตั้ง และ กกต.ยังต้องการอำนาจออก “ใบส้ม” คือใบเหลืองที่ 2 ในกรณีที่ให้ใบเหลืองแล้ว ยังมีการทุจริตในกลุ่มเดิม ใบส้มจะทำให้ผู้สมัครลงสมัครรับเลือกตั้งได้อีก

จากข้อเสนอของ กกต.จะมองได้ว่า “ใบแดง” มี 2 ประเภท ประเภทแรก กกต.เป็นผู้ให้ก่อนประกาศผลการเลือกตั้ง เพื่อตัดสิทธิผู้สมัครแค่ 1 ปี ส่วนใบแดงประเภทที่ 2 เป็นอำนาจของศาลอุทธรณ์ หลังประกาศผลการเลือกตั้งเป็น ส.ส.แล้วสอบทีหลัง ใบแดงประเภทนี้ จะมีผลเป็นการตัดสิทธิทางการเมืองตลอดชีวิต ตามร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่

แม้คณะกรรมาธิการยกร่างฯ จะไม่ยอมตามใจ กกต.เรื่องอำนาจในการให้ใบเหลืองใบแดง แต่ กกต.ก็ไม่ควรน้อยใจ เพราะดูเหมือนว่าคณะกรรมาธิการฯ จะยอมให้อย่างหนึ่ง คือเลิกล้มความคิดเรื่องการจัดตั้ง “คณะกรรมการจัดการเลือกตั้ง” (กจต.) ประกอบด้วยข้าราชการเกือบจะล้วนๆ เป็นผู้จัดการเลือกตั้งแทน กกต. ที่เป็นการก้าวถอยหลัง

ประเทศไทยมีองค์กรอิสระเป็นผู้รับผิดชอบ ในการจัดการเลือกตั้งมานานกว่าสิบปี แต่ยังมีปัญหาความทุจริตและไม่เที่ยงธรรม ที่ยังแก้ไม่ตก แม้แต่สภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) ก็คิดไม่ออกจะทำอย่างไร การที่ผู้สมัครที่โดนใบเหลืองส่วนใหญ่เป็นผู้ชนะ สะท้อนถึงค่านิยมของผู้เลือกตั้ง ถึงจะโกงก็ไม่ว่าขอให้จ่ายเงิน การเมืองไทยจึงเป็นปัญหาต่อไป เริ่มตั้งแต่การเข้าสู่อำนาจ.

17 ก.ค. 2558 08:49 17 ก.ค. 2558 08:49 ไทยรัฐ