วันจันทร์ที่ 15 ตุลาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
‘บรรยิน’พบผบ.ตร. ปัดพัวพัน อุ้มฆ่า‘เสี่ยชูวงษ์’

‘บรรยิน’พบผบ.ตร. ปัดพัวพัน อุ้มฆ่า‘เสี่ยชูวงษ์’

  • Share:

โต้กลับลูกเมียผู้ตายยันสนิทกัน ถ้าจะฆ่าจ้างคนทำไม่ง่ายกว่าหรือ ญาติเหยื่อเข้าร้องนายกฯช่วยสืบ

พ.ต.ท.บรรยิน ตั้งภากรณ์ อดีต รมช.พาณิชย์ โร่พบ ผบ.ตร. เพื่อขอความเป็นธรรมและแสดงความบริสุทธิ์ใจ กรณีการเสียชีวิตของนักธุรกิจอสังหาริมทรัพย์พันล้าน อ้างซี้ปึ้กรู้เรื่องส่วนตัวทุกเรื่อง ส่วนหุ้นมูลค่า 300 ล้านบาท ที่โอนไปให้คนอื่นแค่ฝากไว้ เพราะไม่ต้องการให้เมียรู้ ยันถ้าจะฆ่าจริง จ้างคนมาทำไม่ง่ายกว่าหรือ ขณะที่ญาติ “ชูวงษ์ แซ่ตั๊ง” เปิดโต๊ะแถลงข่าว แฉมีหลักฐานเอกสารสำคัญที่พบบนโต๊ะทำงานคนตาย ทำให้รู้ถึงผู้ร่วมขบวนการทั้งหมด นอกจากนี้ยังตรวจสอบพบว่า ผู้ที่รับโอนหุ้นไปไม่ได้จ่ายเงินซื้อ แถมปล่อยขายหุ้นไปแล้ว 2 ลอต รวมมูลค่าประมาณ 80 ล้านบาท ขณะที่เลขาส่วนตัวผู้ตายเข้าให้การตำรวจ ยันลายเซ็นโอนหุ้นไม่ใช่ของผู้ตาย ทำให้กองปราบฯถึงกับเต้น เร่งประสานตลาดหลักทรัพย์อายัดหุ้นทั้งหมด

ด้าน “ศรีวราห์” รับคดีมีพิรุธเพียบ ต้องตรวจสอบอย่าง ละเอียด ส่วนผลนิติเวช รพ.ตร.เริ่มแพลมออกมาว่า สภาพศพยับเยินทั้งคอหัก ซี่โครงหัก สมองบวม แต่ไม่มีเลือดในปอด แสดงว่าเสียชีวิตก่อนซี่โครงหัก ขณะที่ พฐ.เร่งตรวจรถคันเกิดเหตุอย่างละเอียด พบเลือดทั้งด้านหน้าและหลังรถ ขอดีเอ็นเอญาติเปรียบเทียบ พร้อมขอความเห็นผู้เชี่ยวชาญมาวิเคราะห์ความเร็วและแรงกระแทกประกอบสภาพรถหลังเกิดเหตุ

กรณีการเสียชีวิตของนายชูวงษ์ แซ่ตั๊ง อายุ 51 ปี นักธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ขณะนั่งรถยนต์เล็กซัส สีดำ แอลเอ็กซ์ 470 ทะเบียน ภฉ 1889 กรุงเทพมหานคร ที่มี พ.ต.ท.บรรยิน ตั้งภากรณ์ อดีต รมช.พาณิชย์ และอดีต ส.ส.นครสวรรค์ เป็นคนขับเกิดอุบัติเหตุชนต้นไม้ตรงข้ามซอย 61 ถนนเฉลิมพระเกียรติ ร.9 แขวงและเขตสวนหลวง เมื่อคืนวันที่ 26 มิ.ย. ต่อมาญาติผู้ตายตรวจสอบพบว่า นายชูวงษ์โอนหุ้นมูลค่า 300 ล้านบาทให้กับผู้หญิง 2 คน ที่ญาติเชื่อว่าเป็นคนใกล้ชิดของ พ.ต.ท.บรรยิน จึงเข้าร้องเรียน พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ผบ.ตร. ให้สืบสวนคลี่คลายคดี เนื่องจากการเสียชีวิตของนายชูวงษ์มีเงื่อนงำ เบื้องต้นพนักงานสอบสวน สน.อุดมสุข แจ้งข้อหาขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นเสียชีวิตกับ พ.ต.ท.บรรยินไปแล้ว ขณะที่เจ้าตัวยืนยันว่า การเสียชีวิตของนายชูวงษ์เป็นอุบัติเหตุ ส่วนสาเหตุการเสียชีวิตและหลักฐานอื่น ต้องรอผลพิสูจน์จากนิติเวช รพ.ตำรวจและกองพิสูจน์หลักฐาน (พฐ.) อีกครั้ง

ความคืบหน้าเมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 16 ก.ค. ที่บริษัทแสตนดาร์ด เพอร์ฟอร์แม้นซ์ จำกัด แขวงลาดพร้าว เขตลาดพร้าว กรุงเทพฯ นางวันเพ็ญ ธนธรรมศิริ อายุ 54 ปี พี่สาวนายชูวงษ์ นายกันต์ แซ่ตั๊ง อายุ 22 ปี ลูกชาย พร้อมด้วยนายอเนก คำชุ่ม ทนายความร่วมกันแถลงข่าวการเสียชีวิตอย่างมีเงื่อนงำของนายชูวงษ์ นายอเนกกล่าวว่า หลังได้รับแจ้งว่านายชูวงษ์ประสบอุบัติเหตุเสียชีวิตได้เดินทางไปตรวจสอบสถานที่เกิดเหตุอยู่ริมถนนและเป็นช่องว่างของทางเท้าพอดีกับตัวรถ มีรอยยางรถยนต์เลี้ยวเข้าไป หลังทางเท้ามีลวดหนามกั้นอยู่ ส่วนต้นไม้ที่รถพุ่งชนห่างจากทางเท้า 50 เมตร ก่อนจะถึงต้นไม้มีกองขยะกับที่ลุ่มดอน จึงทำให้สงสัยการเกิดอุบัติเหตุในครั้งนี้


นายอเนกกล่าวต่อว่า หลังจากงานศพได้ตรวจ สอบเอกสารทางการเงินและหุ้นพบว่า ก่อนนายชูวงษ์จะเสียชีวิต 4 วัน ได้รับเอกสาร 2 ฉบับ ในเอกสารระบุว่า ได้โอนหุ้นมูลค่ารวมเกือบ 300 ล้านบาทไปยังบุคคลภายนอก เมื่อวันที่ 8 มิ.ย.58 จำนวน 3 ตัวมูลค่าประมาณ 40 ล้านบาท และวันที่ 22 มิ.ย.58 อีก 10 ล้านหุ้น มูลค่าประมาณ 250 ล้านบาท ครั้งแรกโอนไปยังบริษัทหลักทรัพย์เออีซี จำกัด (มหาชน) ครั้งที่สองโอนไปยังบริษัทหลักทรัพย์อาร์เอชบี โอเอสเค (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) เอกสารดังกล่าวมาพบในวันที่ 8 ก.ค. จึงเกิดความสงสัย เมื่อไปขอตรวจสอบพบว่ามีการโอนไปยังบุคคลภายนอกโดยไม่มีการซื้อขายและไม่มีหลักฐานการชำระเงิน จึงเข้าร้องเรียนเจ้าหน้าที่ตำรวจ

“ตอนนี้ครอบครัวแยกเรื่องนี้เป็น 2 ส่วนคือ 1.อุบัติเหตุ และ 2.เรื่องทรัพย์สิน หลังเจ้าหน้าที่ตรวจสอบพบว่า รถที่เกิดอุบัติเหตุผู้ครอบครองคือ ห้างหุ้นส่วนจำกัด บีดับบลิวบี เทรดดิ้ง และเมื่อวานนี้ (15 ก.ค.) ช่วง 20.00 น. พานายกันต์บุตรชายเข้าพบพนักงานสอบสวนเพื่อสอบปากคำเพิ่มเติมที่ สน.อุดมสุข คาดว่าผลชันสูตรการเสียชีวิตจากนิติเวชน่าจะออกภายในอาทิตย์นี้ และหลังจากพนักงานสอบสวนเรียกผู้ที่เกี่ยวข้องกับการโอนขายหุ้นมาสอบปากคำพบข้อพิรุธหลายอย่าง เพราะหุ้นถูกขายออกไปตลอดเวลาจำนวนกว่า 2 ล้านหุ้น ทั้งที่ราคาตก การขายหุ้นไปจำนวน 2.5 ล้านหุ้น คิดเป็นเงินประมาณ 70-80 ล้านบาท จากหุ้นทั้งหมด 9.5 ล้านหุ้น หลังจากถูกโอนขายไปแล้วเหลืออยู่ประมาณ 7.5 ล้านหุ้นมูลค่ารวมกว่า 200 ล้านบาท” นายอเนกกล่าว



นายอเนกกล่าวต่อไปว่า เมื่อตรวจสอบบุคคลที่ได้รับการโอนหุ้นพบว่า ครอบครัวไม่มีใครรู้จัก หุ้นที่ถูกโอนไปก่อนหน้านี้ก็ไม่เคยซื้อขาย เพราะเป็นหุ้นที่นายชูวงษ์รักมาก จึงทำให้เกิดข้อสงสัยเพราะเอกสารส่งมอบหุ้นผิดปกติ อย่างไรก็ตาม มีเอกสารสำคัญชิ้นหนึ่งที่ถูกวางไว้บนโต๊ะทำงานนายชูวงษ์ก่อนเสียชีวิต ในเอกสารเป็นหลักฐานชิ้นสำคัญนำไปสู่บุคคลที่เกี่ยวข้องทั้งหมด จะแถลงข่าวอีกครั้งเร็วๆนี้ ส่วนประเด็นที่ตั้งข้อสงสัยเรื่องทรัพย์สินที่ดินจำนวน 2 รายการ แปลงแรกอยู่ในจังหวัดนครสวรรค์ แปลงที่สองในจังหวัดพิษณุโลก ที่ร่วมลงทุนกับ พ.ต.ท.บรรยินไม่พบความผิดปกติ นายชูวงษ์ดำเนินธุรกิจเกี่ยวกับการรับเหมาก่อสร้างมาตลอด ไม่เคยมีเรื่องโกรธเคืองกับใคร

ด้านนางวันเพ็ญ พี่สาว กล่าวว่า ปกตินิสัยของน้องชายก่อนจะทำธุรกรรมหรือซื้อขายหุ้นต่างๆ จะต้องปรึกษากับครอบครัวมาโดยตลอด เพราะน้องชายเล่นหุ้นไม่เป็น หุ้นที่มีส่วนใหญ่จะเล่นมานานแล้ว ไม่ใช่พวกนักลงทุนที่ซื้อมาและขายไป ส่วนนายกันต์ ลูกชาย กล่าวว่า หลังจากได้รับแจ้งว่าคุณพ่อประสบอุบัติเหตุรีบเดินทางไปที่เกิดเหตุ

เมื่อไปถึงพบว่า ศีรษะพ่อมุดอยู่ใต้คอนโซลรถโดยลำตัวนั่งอยู่บนเบาะข้างคนขับ เมื่อจับตัวดูพบว่า ตัวคุณพ่อเริ่มเย็นแล้ว อีกทั้งท้องยังบวมผิดปกติ ส่วน พ.ต.ท.บรรยินนั้นไม่ได้รับบาดเจ็บ จึงทำให้เกิดความสงสัยอุบัติเหตุครั้งนี้

ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.ต.ท.ประวุฒิ ถาวรศิริ โฆษก ตร.เผยถึงความคืบหน้าการเสียชีวิตของนายชูวงษ์ว่า ขอให้ได้ผลการตรวจพิสูจน์จากสถาบันนิติเวชฯ รพ.ตร.และสำนักงานพิสูจน์หลักฐานกลาง ตร.ที่สมบูรณ์ จะมีความชัดเจนในเรื่องนี้ และประสานผู้เชี่ยวชาญตรวจสอบความแรงของรถยนต์เพื่อประเมินกับสภาพศพว่าสอดคล้องกันหรือไม่ ขณะนี้มีหลายอย่างที่ผิดปกติในสาเหตุเสียชีวิต ถ้าผลเป็นแบบนี้ก็เป็นเรื่องที่น่าแปลก สาเหตุการเสียชีวิตไม่น่าจะเกิดจากอุบัติเหตุ ทั้งนี้ ต้องรอฟังผลสรุปของผู้เชี่ยวชาญ ไม่อยากรีบสรุปต้องให้ความเป็นธรรมทุกฝ่าย

ส่วน พล.ต.ต.ธวัชชัย เมฆประเสริฐสุข ผบก.กองพิสูจน์หลักฐานกลาง กล่าวว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างการประสานกับผู้เชี่ยวชาญด้านรถยนต์เพื่อตรวจพิสูจน์ความเร็ว ความแรงของตัวรถว่า การเกิดอุบัติเหตุในครั้งนี้จะส่งผลให้เกิดอะไรขึ้นได้บ้าง ขณะนี้จึงยัง ตอบอะไรไม่ได้ คงต้องรอผลการตรวจพิสูจน์ออกมาก่อน

ด้าน พล.ต.ต.พรชัย สุธีรคุณ ผบก.นิติเวชฯ รพ.ตร.กล่าวว่า เมื่อส่งศพเข้ามาที่สถาบันนิติเวชฯ เจ้าหน้าที่จะตรวจอย่างละเอียดทุกประเด็น เช่น สาเหตุการเสียชีวิต สารพิษในร่างกาย ทุกอย่างจะดำเนินการตามมาตรฐาน ผลการตรวจจะออกมาอย่างไรว่ากันไปตามข้อเท็จจริง เพียงแต่ต้องรอผลการตรวจจากแพทย์ผู้ตรวจจะรายงานขึ้นมา

มีรายงานด้วยว่า กองพิสูจน์หลักฐานกลาง (พฐ.) ตรวจสภาพรถพบว่า ในรถมีคราบเลือดหลายจุดทั้งเบาะหน้าเบาะหลัง และพบเส้นผมบางส่วนติดอยู่ที่หลังคาและไฟที่ติดหลังคาด้านหลังคนขับ จึงประสานญาติมาตรวจดีเอ็นเอเปรียบเทียบ หากผลตรวจยืนยันเป็นเลือดของนายชูวงษ์จะสอดรับ ส่วนผลการตรวจศพมีข้อสงสัยคือ ไม่มีรายงานเลือดในช่องปอด แสดงว่าผู้ตายหยุดหายใจก่อนซี่โครงหัก จึงต้องสืบสวนสาเหตุการตาย ขณะนี้ประสานสถาบันมีชื่อด้านวิทยาศาสตร์มาวิเคราะห์ความเร็วและแรงกระแทกเปรียบเทียบกับสภาพรถ ส่วนผลชันสูตรศพระบุว่า มีบาดแผลช้ำบวมที่ศีรษะด้านหลังซ้ายและขวา สมองบวม กระดูกสันหลังส่วนคอซี่ที่ 6-7 หัก กระดูกซี่โครงด้านขวาด้านหน้าหัก 6-7 ท่อน กระดูกซี่โครงซ้ายด้านหน้าซี่ที่ 2-6 หัก ปอดขวากลีบบนกลางช้ำ ปอดซ้ายกลีบบนช้ำ หัวใจคั่งเลือด

ด้าน พล.ต.ท.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล ผบช.น. กล่าวว่า สั่งการให้ พล.ต.ต.ชาญเทพ เสสะเวช รอง ผบช.น.ลงไปดูคดี หลังญาติติดใจสาเหตุการเสียชีวิตและเข้ายื่นหนังสือกับ พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ผบ.ตร. เนื่องจากการเสียชีวิตของนายชูวงษ์มีพิรุธหลายอย่าง อาทิ พฤติกรรมขัดแย้งกับการตาย รวมทั้งบาดแผลและสภาพความเสียหายของรถยนต์ก็ผิดปกติ สั่งการให้ดำเนินการอย่างรอบคอบ ต้องตรวจสอบทั้งพยานบุคคลและนิติวิทยาศาสตร์ เพราะสามารถชี้ชัดถึงสาเหตุการเสียชีวิตได้ ยืนยันว่าการตรวจสอบจะเป็นไปอย่างโปร่งใสและให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย

ที่ บช.น. เวลา 11.30 น. พล.ต.ต.ชาญเทพ เสสะเวช รอง ผบช.น. กล่าวว่า เบื้องต้นสั่งการให้ พ.ต.อ.นิธิศ บุญเจริญ ผกก.สน.อุดมสุข พร้อมพนักงานสอบสวน รวบรวมข้อมูลรายละเอียดคดีที่เกิดขึ้น ก่อนจะนัดประชุมวิเคราะห์คดีในวันที่ 17 ก.ค.ที่ สน.อุดมสุข คดีต้องตรวจสอบความเร็วของรถก่อนชนต้นไม้ว่าเป็นเหตุทำให้ผู้ตายเสียชีวิตได้หรือไม่ รวมทั้งเดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุด้วย ทั้งนี้ ต้องรอผลชันสูตรศพจากสถาบันนิติเวชวิทยา รพ.ตำรวจ และผลตรวจกองพิสูจน์หลักฐานกลาง เพื่อนำมาประกอบคดีถึงจะทราบว่าเป็นเหตุฆาตกรรมอำพรางหรือไม่

มีรายงานว่า เจ้าหน้าที่ได้บันทึกภาพสภาพศพนายชูวงษ์ แซ่ตั๊ง หลังนำส่งโรงพยาบาลสิรินธรให้พนักงานสอบสวนไว้เป็นหลักฐาน นายชูวงษ์สวมเสื้อคนไข้สีน้ำเงินของโรงพยาบาล สภาพศพบริเวณตาซ้ายบวมเปลือกตาเขียวคล้ำจนดำลักษณะเหมือนถูกของแข็งกระแทก และหัวตาข้างขวามีรอยเขียวช้ำ แพทย์ใช้ผ้าก๊อซปิดบริเวณคางยาวถึงแก้มทั้ง 2 ข้าง นอกจากนี้ ยังใช้ผ้าก๊อซปิดบริเวณริมฝีปากใต้จมูก หู และหัวไหล่ข้างซ้ายด้วย เบื้องต้นแพทย์รายงานว่า การเสียชีวิตของนายชูวงษ์เนื่องจากคอหัก ส่วนหลักฐานภาพถ่ายที่เกิดเหตุ สภาพหน้ารถด้านขวายุบ พ.ต.ท.บรรยินให้การด้วยว่า ขณะเกิดเหตุขับรถมาด้วยความเร็ว 80 กม.ต่อ ชม.แล้วมีรถปาดหน้า

ขณะที่กองปราบปรามรับหน้าเสื่อตรวจสอบการโอนหุ้นที่นายชูวงษ์โอนให้ผู้หญิง 2 คน มูลค่าประมาณ 300 ล้านบาท พ.ต.อ.อัคราเดช พิมลศรี รรท.ผบก.ป.กล่าวว่า เบื้องต้นสั่งการให้พนักงานสอบสวนสอบปากคำผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหมด รวมทั้งตรวจสอบทุกประเด็นที่ฝั่งครอบครัวของนายชูวงษ์ตั้งข้อสงสัย ทั้งในส่วนประเด็นการทำธุรกรรมการโอนหุ้นและเอกสารต่างๆ ทั้งนี้ มอบหมายให้ พ.ต.อ.ประเสริฐ พัฒนาดี รอง ผบก.ป. เป็นผู้รับผิดชอบในภาพรวม เพื่อให้การดำเนินการเป็นไปอย่างถูกต้อง และให้ความเป็นธรรมแก่ทุกฝ่าย

รายงานข่าวแจ้งว่า หลังจากเมื่อวานนี้ (15 ก.ค.) ผู้เสียหายพร้อมด้วยทนาย นำเอกสารหลักฐานการโอนหุ้นมูลค่าประมาณ 300 ล้านบาท มามอบให้พนักงานสอบสวน รวมทั้งสอบปากคำถึงที่มาของเอกสาร เบื้องต้นเลขาส่วนตัวนายชูวงษ์ให้การว่า ลายเซ็นในเอกสารโอนหุ้นที่เซ็นไว้ไม่ใช่ลายเซ็นของนายชูวงษ์ พนักงานสอบสวน กก.1 บก.ป. จึงไปตรวจสอบเอกสารการทำธุรกรรมของนายชูวงษ์ที่บริษัทมาเปรียบเทียบ ขณะเดียวกัน ประสานไปยังโบรกเกอร์ให้นำเอกสารการโอนหุ้นตัวจริงมาตรวจสอบ นอกจากนี้ ยังพบว่าบุคคลที่นายชูวงษ์โอนหุ้นไปให้ขายหุ้นไปแล้ว 2 ครั้ง และล่าสุดเมื่อวานขายหุ้นไปอีก 40 ล้านบาท ขณะนี้ตำรวจประสานตลาดหลักทรัพย์เพื่ออายัดการทำธุรกรรมแล้ว

ที่ศูนย์บริการประชาชน สำนักงาน ก.พ. เมื่อเวลา 12.30 น. นายกันต์ แซ่ตั๊ง ลูกชายนายชูวงษ์ พร้อมด้วยมารดานางศิริรัตน์ แซ่ตั๊ง และนางวันเพ็ญ ธนธรรมศิริ พี่สาว พร้อมทนาย เข้ายื่นหนังสือถึง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ขอให้สืบสวนข้อเท็จจริงกรณีการตายของนายชูวงษ์ เนื่องจากยังมีข้อสงสัยสาเหตุการตายว่าเป็นการประสบอุบัติเหตุหรือตายเพราะแรงจูงใจในเรื่องทรัพย์สินเงินทองของผู้ตาย เพราะก่อนหน้านี้ 10 วันบริษัทหลักทรัพย์แจ้งว่าผู้ตายโอนหุ้นในนามผู้ตายเข้าบัญชีของผู้หญิง 2 คน ตัวแทนของ พ.ต.ท.บรรยิน เป็นเงินประมาณ 300 ล้านบาท จึงเป็นชนวนให้เกิดความเคลือบแคลงว่าการตายเป็นการกระทำโดยประมาทหรือจงใจ

ต่อมาเวลา 13.30 น. พ.ต.ท.บรรยิน ตั้งภากรณ์ อดีต รมช.พาณิชย์ เข้าพบ พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ผบ.ตร. ที่สำนักงาน ผบ.ตร. เพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจกรณีถูกกล่าวหาว่าเกี่ยวข้องกับการเสียชีวิตของนายชูวงษ์ แซ่ตั๊ง ใช้เวลาประมาณ 30 นาที พ.ต.ท.บรรยินเผยว่า เข้าพบ ผบ.ตร. เพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจและขอความเป็นธรรมในคดีที่เกิดขึ้น มีสื่อมวลชนบางสื่อไปรายงานไม่ตรงกับข้อเท็จจริง จึงจำเป็นต้องมาเล่าให้ ผบ.ตร.ฟัง ที่ผ่านมาตนไม่มีโอกาสชี้แจง ส่วนรายละเอียดวันเกิดเหตุปรากฏอยู่สำนวนหมดแล้ว ความจริงมีแค่นั้นและยืนยันว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องโอนหุ้นหรือผลประโยชน์ของนายชูวงษ์ ส่วนกรณีครอบครัวนายชูวงษ์ติดใจสาเหตุการเสียชีวิต ยอมรับว่าวันนั้นเป็นคนขับรถจริง แต่ไม่ได้ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ส่วนนายชูวงษ์ก็ไม่ได้คาดเข็มขัดนิรภัย

พ.ต.ท.บรรยินกล่าวต่อว่า ที่ครอบครัวนายชูวงษ์สงสัยตนเพราะรู้เรื่องในครอบครัวเยอะ รู้ทุกเรื่องว่าเขาทำอะไร ทรัพย์สินทั้งหมดนายชูวงษ์ปิดบังไม่ให้เมียรู้ ส่วนผู้หญิงทั้ง 2 คน พี่สาวนายชูวงษ์ก็รู้จัก ส่วนการเอาหุ้นไปให้คนอื่นเพราะไม่ต้องการให้ใครรู้ว่ามีทรัพย์สินเท่าไหร่ เป็นเพียงเอาไปฝากไว้ ส่วนที่มีสื่อมวลชนบอกว่าสาเหตุเกิดจากตนไปยืมเงินนายชูวงษ์ 5 ล้านบาท ข้อเท็จจริงคือ เงินจำนวนนี้เป็นเงินทำธุรกิจที่ดินในจังหวัดพิษณุโลกร่วมกัน ตนไม่ต้องการอะไรแค่ให้ทุกอย่างดำเนินการตามกฎหมาย ได้เล่าเหตุการณ์ให้ญาติฟังหมดแล้ว หลักฐานทุกอย่างพนักงานสอบสวนตรวจหมด รถคันเกิดเหตุตรวจสอบไปแล้ว 5 ครั้ง แต่ต้องไม่ใช่พยายามสร้างประเด็นขึ้นมาว่ามันไม่ใช่คดีอุบัติเหตุ คดีนี้ใครก็ได้เป็นพนักงานสอบสวน ตนพร้อมสู้คดี ที่ผ่านมาไปงานศพทุกวัน ของชำร่วยในงานรับผิดชอบทั้งหมดประมาณ 2 แสนกว่า และยังเสนอพนักงานสอบสวนว่ายินดีชดใช้อีก 1 ล้านบาท เพื่อบรรเทาความเดือดร้อน

“ที่ผ่านมาไม่เคยมีปัญหาความขัดแย้งกับนายชูวงษ์ และไม่เคยมีความคิดที่จะฆ่านายชูวงษ์ เพราะหากคิดจะทำจริง คงไม่เอาตัวเองเข้าไปพันอยู่ด้วย ผมกับนายชูวงษ์สนิทกันมาก เป็นไปไม่ได้ที่จะทำอย่างนั้น และที่สำคัญถ้าจะทำอย่างนั้นจริง ไม่จำเป็นที่จะต้องทำอย่างนี้ จะเอาตัวเองไปเป็นผู้ต้องหาร่วมทำไม ถ้าคิดจะฆ่าเขาไปจ้างใครมาทำอะไรโดยไม่มีหลักฐานมาถึงผม มันง่ายกว่าด้วยซ้ำ” พ.ต.ท.บรรยินกล่าว

เย็นวันเดียวกัน พ.ต.อ.จิรภพ ภูริเดช ผกก.1 บก.ป.กล่าวว่า หลังผู้เสียหายเข้ามาร้องทุกข์ที่กองปราบฯแล้ว พบว่า ส่วนการโอนหุ้นเบื้องต้นเหมือนจะมีพิรุธ แต่ต้องตรวจสอบข้อเท็จจริงให้ได้ก่อน ยังไม่สามารถบอกได้ว่าใครผิดใครถูก ทั้งนี้ได้ออกหมายเรียกผู้หญิงที่นายชูวงษ์โอนหุ้นให้มาพบเพื่อสอบปากคำวันที่ 18 ก.ค.นี้ ส่วนเรื่องคดีการตายของนายชูวงษ์ยังประสานกับตำรวจ สน.อุดมสุขอยู่ว่า คดีมีความซับซ้อนอย่างไร เป็นอุบัติเหตุหรือไม่

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้เจ้าหน้าที่ไปตรวจสอบเอกสารทางธุรกรรมต่างๆของนายชูวงษ์ที่สำนักงาน พร้อมสอบปากคำพนักงานโบรกเกอร์โอนหุ้น 4 ราย เพื่อตรวจสอบหาความผิดปกติการทำธุรกรรม โดยเฉพาะลายเซ็นในเอกสารการโอนหุ้นที่นายชูวงษ์เซ็นไว้เป็นลายเซ็นจริงหรือไม่ ตามที่ญาติและครอบครัวของผู้ตายติดใจสงสัย เบื้องต้นการตรวจสอบยังไม่พบความผิดปกติ ส่วนกรณีลายเซ็นจากการประเมินเบื้องต้นพบว่า ลายเซ็นมีลักษณะคล้ายกับลายเซ็นของผู้ตายจริง แต่ยังไม่สามารถสรุปได้แน่ชัด อาจต้องส่งให้ผู้เชี่ยวชาญตรวจสอบดูว่า เป็นลายเซ็นเดียวกันหรือไม่

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้