วันพุธที่ 14 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
วิกฤติน้ำ58! 'ปทุม'ปิดคลองสูบน้ำ เมินคำสั่งรัฐ กลัวข้าวตายมากกว่า

วิกฤติน้ำ58! 'ปทุม'ปิดคลองสูบน้ำ เมินคำสั่งรัฐ กลัวข้าวตายมากกว่า

  • Share:

“บิ๊กตู่” ห่วงภัยแล้งสั่งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งแก้ปัญหา “บิ๊กป๊อก” ปัดห้ามเกษตรกรสูบน้ำ รอประเมินผลหลังลดการระบายน้ำ “หม่อมอุ๋ย” เล็งอุ้มชาวนา 1 ล้านไร่ ผุดทำบ่อกลางนาแก้แล้งซ้ำซาก เจียดงบฯให้ตำบลละ 1 ล้านบาท ปธ.บอร์ด กปภ.ยันน้ำประปาเพียงพอ วอนอย่ากักตุนเกินความจำเป็น เขื่อนภูมิพลเริ่มลดการระบายน้ำ ชี้น้ำน้อยไม่กระทบโครงสร้างเขื่อน ชาวนาหลายจังหวัดไม่สนคำสั่งรัฐบาล เดินหน้าสูบน้ำหวั่นแล้ง นาข้าวเสียหาย อยุธยาถนนเลียบคลองพระยาบันลือทรุดตัวยาวกว่า 120 เมตร รถวิ่งผ่านไม่ได้

สถานการณ์ภัยแล้งยังขยายวงกว้าง สร้างความเดือดร้อนในพื้นที่ภาคเหนือ อีสาน และภาคกลางอย่างต่อเนื่อง ขณะที่น้ำในเขื่อนหลักลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยาทั้ง 4 แห่ง ปริมาณน้ำไหลเข้ายังน้อยกว่าน้ำที่ระบายออกไป ครม.มีมติให้ลดการระบายน้ำตั้งแต่วันที่ 16 ก.ค.เป็นต้นไป จากวันละ 28 ล้าน ลบ.ม. เหลือ18 ล้าน ลบ.ม. และห้ามสูบน้ำเข้าพื้นที่การเกษตร เพื่อสำรองน้ำไว้ใช้อุปโภคและบริโภค

เมื่อเวลา 10.40 น. วันที่ 16 ก.ค. ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.ต.สรรเสริญ แก้วกำเนิด รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงการแก้ปัญหาภัยแล้งว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. ได้สั่งการให้ พล.อ.อนุพงษ์เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย นายปีติพงษ์ พึ่งบุญ ณ อยุธยา รมว.เกษตรและสหกรณ์ เร่งแก้ปัญหาภัยแล้งโดยนายกฯเป็นห่วง 2 กรณี คือ 1.ปริมาณน้ำที่มีน้อยการจัดลำดับความเร่งด่วนในการใช้น้ำ และ 2.ความรู้สึกของเกษตรกร โดย พล.อ.อนุพงษ์ได้สั่งการไปยังผู้ว่าราชการทุกจังหวัดให้ประสานงานกับพนักงานฝ่ายปกครองและเจ้าหน้าที่ทหารในการให้ความช่วยเหลือประชาชนในทุกภูมิภาครวมถึงการใช้น้ำบาดาล

อย่างไรก็ตาม เมื่อวันที่ 15 ก.ค.ที่ผ่านมาเจ้าหน้าที่ทหารลงพื้นที่ชี้แจงประชาชนถือว่ามีสัญญาณที่ดี เพราะเกษตรกรมีความเข้าใจและแสดงความเสียใจที่เคยสูบน้ำไปใช้ในการเกษตร น้ำกินน้ำใช้ มีความสำคัญมากกว่าน้ำภาคการเกษตร ในอนาคตภาคเกษตรเกิดความเสียหาย รัฐบาลพร้อมที่จะรับผิดชอบ ส่วนชาวนาบางพื้นที่ที่ไม่เข้าใจว่ารัฐบาลไม่ให้สูบน้ำ พล.อ.อนุพงษ์ได้สั่งการให้ผู้ว่าฯ ฝ่ายปกครองและเจ้าหน้าที่ทหารให้ชี้แจงเป็นรายครอบครัว

ที่โรงแรมรามาการ์เด้นส์ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย เปิดเผยการแก้ปัญหาภัยแล้ง ว่า วันนี้เป็นวันแรกของการลดการระบายน้ำ และไม่ให้ประชาชนสูบน้ำเข้าพื้นที่เกษตรของตนเอง โดยเฉพาะลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยา แต่ยืนยันไม่ได้ห้ามเกษตรกรสูบน้ำ แต่ขอให้รอการประเมินของคณะกรรมการบริหารจัดการน้ำก่อน หากน้ำที่เอาไปใช้อุปโภคบริโภคมีเพียงพอ จะพิจารณาให้เกษตรกรสูบเข้าไร่สวนเป็นอันดับแรก และพื้นที่นาเป็นลำดับถัดไป

ทั้งนี้ จากการให้เจ้าหน้าที่ลงพื้นที่สำรวจพบว่าเกษตรกรที่ยังคงสูบน้ำเข้าพื้นที่นั้นมีจำนวนไม่มาก เพราะส่วนใหญ่มีความเข้าใจ และรอการดำเนินการของรัฐบาล แต่ยังมีปัญหาเช่นบางพื้นที่ข้าวตั้งท้องแล้วเกษตรกรขอสูบน้ำต่อ 2 วัน ปัญหาดังกล่าวต้องให้กรมชลประทานประเมินว่าจะสามารถให้น้ำได้หรือไม่ ถ้ากรมชลประทานบอกไม่ได้คือต้องยุติ

ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล รองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ภาพรวมของภัยแล้งไม่กระทบต่อเศรษฐกิจมากนัก เพราะพื้นที่นาทั้งหมดในประเทศมีอยู่63 ล้านไร่ ที่เป็นปัญหามีประมาณ 4.5 ล้านไร่ อยู่ในเขตชลประทาน ตั้งแต่รัฐบาลเข้ามารู้สถานการณ์น้ำมาตั้งแต่ต้นว่ามีน้ำน้อย จึงมีมาตรการงดการปลูกข้าวนาปรัง และมีมาตรการช่วยเหลือชาวนาโดยการจ้างทำงาน 40,000 คน รวมถึงจัดการฝึกอบรม จากการงดทำนาปรังในปี 57 ทำให้ปริมาณข้าวนาปรังลดไปประมาณ 40 เปอร์เซ็นต์ การทำนาในรอบนี้มาตรการช่วยเหลือจะไม่เหมือนเดิม เพราะไม่ได้ขอให้งด แต่ขอให้เลื่อนการทำนาออกไปก่อน เพื่อรอดูสถานการณ์ฝนที่จะตกลงมา คิดว่าพื้นที่ที่ประสบปัญหาและต้องชดเชยจริงๆประมาณ 1 ล้านไร่

ม.ร.ว.ปรีดิยาธรกล่าวต่อว่า สำหรับมาตรการแก้ปัญหาที่สำคัญคือการทำบ่อกลางนา ที่เป็นบ่อน้ำไว้สำหรับกักเก็บน้ำผิวดิน โดยจะเป็นพื้นที่รับน้ำจากฝนที่ตกลงมารวมถึงรองรับการส่งน้ำของชลประทานอีกส่วนหนึ่ง ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับความเต็มใจของเกษตรกร รัฐบาลจะสนับสนุนเงินให้ทางกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นผู้รับผิดชอบ รวมถึงจะพิจารณาพื้นที่แล้งซ้ำซาก 3,511 ตำบลเป็นสำคัญ จะให้งบประมาณตำบลละ 1 ล้านบาท และมีการกำหนดว่า 50 เปอร์เซ็นต์ของการใช้เงินต้องเป็นส่วนของค่าจ้างแรงงาน สิ่งที่สำคัญคือจะต้องมีกระบวนการเก็บกักน้ำผิวดินให้มากขึ้น

ด้าน พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม เปิดเผยว่า รัฐบาลให้ ความสำคัญให้แก้ไขปัญหาและให้ความช่วยเหลือประชาชนที่ประสบภัยอย่างเร่งด่วน โดยมอบหมายให้กระทรวงมหาดไทยเป็นผู้ดำเนินการ

นายจีรชัย มูลทองโร่ย ประธานบอร์ดการประปาส่วนภูมิภาค เปิดเผยว่า สถานการณ์ภัยแล้งอยู่ในขั้น วิกฤติรุนแรง ส่งผลให้แหล่งน้ำดิบที่ใช้ผลิตน้ำประปาของ กปภ.สาขาหลายแห่งแห้งขอด กปภ. มีมาตรการรับมือไว้หลายด้าน ทั้งการประสานงานกับกรมชลประทาน หน่วยงานท้องถิ่น และเอกชน ในการหา แหล่งน้ำดิบสำรอง และเจาะบ่อบาดาลเพิ่ม รวมถึงจ่าย น้ำเป็นช่วงเวลา เพื่อรักษาปริมาณน้ำดิบให้สามารถผลิตน้ำประปาได้อย่างเพียงพอต่อการอุปโภค บริโภค ขอความร่วมมือให้ประชาชนใช้น้ำอย่างประหยัด ไม่กักตุนน้ำประปาไว้ใช้เกินความจำเป็น

นายณัฐวุฒิ แจ่งแจ้ง ผู้อำนวยการเขื่อนภูมิพล อ.สามเงา จ.ตาก เปิดเผยว่า เขื่อนภูมิพลเริ่มลดการระบายน้ำลงท้ายเขื่อนจาก 8 ล้าน ลบ.ม. เหลือ 7 ล้าน ลบ.ม. และจะลดต่อเนื่องไปจนถึงวันที่ 18 ก.ค.นี้ เหลือวันละ 5 ล้าน ลบ.ม. ปัจจุบันอ่างเก็บน้ำเขื่อน ภูมิพล เหลือน้ำใช้การได้ 135 ล้าน ลบ.ม. หรือคิดเป็น 1.41 เปอร์เซ็นต์ เมื่อวันที่ 15 ก.ค.ที่ผ่านมา มีน้ำไหลเข้า 8.9 แสน ลบ.ม. อย่างไรก็ตาม แม้น้ำในเขื่อน ภูมิพลจะเหลือน้ำน้อยสุดในรอบ 51 ปี แต่โครงสร้างของเขื่อนไม่มีผลกระทบแต่อย่างใด
จ.พิจิตร ชาวนาในพื้นที่ ต.ไผ่ขวาง อ.เมือง พิจิตร ยังคงนำเครื่องสูบน้ำสูบน้ำจากคลองชลประทานเข้าคลองสาขา เพื่อนำน้ำไปใส่นาข้าวที่ประสบภัยแล้งนับหมื่นไร่ แม้รัฐบาลจะห้ามสูบน้ำเข้าพื้นที่การ เกษตร เพราะอาจทำให้น้ำดิบไม่พอผลิตน้ำประปาแจกจ่ายประชาชน นายห้อง แก้วกำพล ชาวนา หมู่ 8 ต.ไผ่ขวาง เปิดเผยว่า ทราบข่าวจากสื่อมวลชนว่ารัฐบาลประกาศห้ามสูบน้ำเพื่อใช้ในการเกษตร แต่ยัง ไม่มีหน่วยงานใดมาแจ้งให้หยุด จึงทำการสูบน้ำต่อไป แต่หากมาแจ้งจะให้ความร่วมมือด้วยการหยุดสูบน้ำทันที

ที่ จ.อุตรดิตถ์ ชาวนา ต.บ้านเกาะ ต.วังกะพี้ ต.ไผ่ล้อม อ.ลับแล นำเครื่องสูบน้ำสูบน้ำจากคลอง ที่รับน้ำมาจากแม่น้ำน่าน เพื่อนำน้ำเข้าที่นาของตนเอง หลังทราบข่าวรัฐบาลมีการสั่งลดการระบายน้ำ ทำให้เกษตรกรเกรงว่าต้นข้าวจะขาดน้ำและยืนต้นตายในที่สุด

ส่วนชาวนาในพื้นที่ ต.หูกวาง ต.อ่างทอง ต.บรรพตพิสัย อ.บรรพตพิสัย จ.นครสวรรค์ ยังคงเดิน เครื่องสูบน้ำกว่า 60 เครื่อง สูบน้ำจากแม่น้ำปิงเข้าคลอง สาขา เพื่อนำน้ำไปใช้ในการเกษตร โดยชาวนาให้เหตุผลว่าหากไม่สูบน้ำจะทำให้นาข้าวได้รับความเสียหาย นายชินกร เกรียงยะกุล นายก อบต.ท่างิ้ว เปิดเผยว่า ชาวนาในพื้นที่ได้รับความเดือดร้อน เนื่องจาก ต้นข้าวมีอายุประมาณ 1-2 เดือน ขณะนี้เกิดภัยแล้งทำให้ต้นข้าวกำลังยืนต้นตาย แต่รัฐบาลมีคำสั่งให้หยุดสูบน้ำ อยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องลงพื้นที่เพื่อ รับทราบปัญหาและหาข้อยุติร่วมกัน

นางสุชีรา จรเทศ อายุ 60 ปี ชาวสวนมะนาว หมู่ 1 ต.ศาลาแดง อ.เมืองอ่างทอง เปิดเผยว่า หลังเกิดภัยแล้งทำให้น้ำในคลองชลประทานแห้งขอด ไม่มีน้ำมารดสวนมะนาว ทำให้ต้นมะนาวขาดน้ำหล่อเลี้ยง ลูกมะนาวเหี่ยวเฉาหลุดร่วงมาจากขั้วได้รับความเสียหาย ตนต้องติดตั้งปั๊มและถังเก็บน้ำ เพื่อดึงน้ำจากบ่อน้ำบาดาลที่ได้ขุดเจาะไว้ นำไปใช้รดต้นมะนาวในสวนที่กำลังใกล้ตาย เนื่องจากผลมะนาวสุกเร็วทั้งที่ยังโตไม่ได้ขนาด คาดว่าหากตนเองไม่ลงทุนหาแหล่งน้ำมาทดแทนน้ำตามธรรมชาติ ภายใน 3 วันต้นมะนาวจะพากันแห้งเหี่ยวเฉาตายอย่างแน่นอน

นายนพพร สายพันธ์ หัวหน้าฝ่ายบริหารงานทั่วไป อบต.วัดยางงาม อ.ปากท่อ จ.ราชบุรี เปิดเผยว่า จากสถานการณ์ภัยแล้ง น้ำในลำคลองแห้งขอดส่งผลให้ถนนหลายสายทรุดตัวและมีรอยแตกร้าว อาทิ ถนนภายในหมู่บ้านยางงาม หมู่ 1 ต.บ้านยางงาม ถนนแตกร้าวประมาณ 500 เมตร บ้านหัวป่า หมู่ 2 ต.บ้านยางงาม ถนนแตกร้าวประมาณ 1 กม. บ้านก่อไผ่ หมู่ 3 ต.บ้านยางงาม ถนนแตกร้าวและทรุดตัวประมาณ 1 กม. และบ้านเหมืองพ่อนาค หมู่ 5 ต.บ้านยางงาม ถนนแตกร้าวประมาณ 800 เมตร อย่างไรก็ตาม จะประสานให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งซ่อมแซมถนนที่ชำรุดต่อไป

ด้านนายสมศักดิ์ แซ่โล้ นายก อบต.วัดเพลง อ.วัดเพลง จ.ราชบุรี เปิดเผยว่า ถนนในหมู่บ้านนางสูญ หมู่ 8 ต.วัดเพลง ผิวถนนแตกและสไลด์ลงข้างทาง ส่วนถนนภายในหมู่บ้านไร่ลึก หมู่ 6 ต.วัดเพลง ถนนแตกร้าวเป็นระยะทางประมาณ 300 เมตร ส่วนสาเหตุมาจากสถานการณ์ภัยแล้ง น้ำในคลองแห้งขอดทำให้ถนนแตกร้าวและทรุดตัว เบื้องต้นมีการซ่อมแซมถนนที่ชำรุดเสียหายแล้ว และจะปรับปรุงแก้ไขให้เป็นการถาวรต่อไป

วันเดียวกัน เกิดเหตุถนนสายตำบลสิงหนาท-ตำบลพระยาบันลือ ถนนเลียบคลองพระยาบันลือ บริเวณหน้าวัดโพธิ์ประสิทธิ์ หมู่ 3 ต.สิงหนาท อ.ลาดบัวหลวง จ.พระนครศรีอยุธยา ทรุดตัวลึก 2.7 เมตร เป็นระยะทางกว่า 120 เมตร ทำให้รถไม่สามารถสัญจรผ่านไปมาได้ นายชัยวิทย์ พีเทียรพงศ์ นายก อบต. สิงหนาท เปิดเผยว่า ถนนเริ่มทรุดตัวเล็กน้อยตั้งแต่วันที่ 15 ก.ค. ที่ผ่านมา ส่วนสาเหตุคาดว่าน่าจะเกิดจากสภาพภัยแล้ง น้ำในคลองได้ลดลงอย่างมาก ทำให้ดินสไลด์ตัวจนทำให้ถนนทรุด ขณะนี้รายงานนายฤทธิ์สรรค์ เทพพิทักษ์ นายอำเภอลาดบัวหลวง ให้ช่วยประสานศูนย์บำรุงทางหลวงชนบทลาดบัวหลวง สำนักงานทางหลวงชนบท จ.พระนครศรีอยุธยา เพื่อให้เข้ามาดูความเสียหายและทำการซ่อมแซมโดยเร็ว

จ.ปทุมธานี ถนนเลียบคลองขุนศรีบน หมายเลข นบ.5036 ต.ไทรใหญ่ อ.ไทรน้อย ทรุดตัวลึกกว่า 2 เมตร เป็นระยะทางยาวกว่า 150 เมตร นายไพรัตน์ จันทร์ผลหอม นายอำเภอไทรน้อย เปิดเผยว่า ถนนเส้นดังกล่าวอยู่ในความดูแลของทางหลวงชนบท เริ่มทรุดตัวทีละน้อยตั้งแต่วันที่ 9 ก.ค.ที่ผ่านมา เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ทางหลวงชนบททำการซ่อมแซม เพื่อให้ประชาชนสามารถสัญจรผ่านไปมาได้ ส่วนสาเหตุคาดว่ามาจากระดับน้ำในคลองลดทำให้ถนนทรุด

ที่บริเวณถนนรังสิต-นครนายก คลอง 7 ต. ลำผักกูด อ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี ชาวบ้านจาก ต.คลอง 7 ต.บึงชำอ้อ และ ต.บึงบอน อ.หนองเสือ จำนวนกว่า 100 คน นำกระสอบทรายปิดกั้นปากคลอง 7 ที่อยู่ติดกับคลองรังสิตประยูรศักดิ์ และตั้งเครื่องสูบน้ำเพื่อสูบน้ำเข้าคลองไปใช้ในการเกษตร โดยชาวบ้านระบุว่าพื้นที่การเกษตรโดยเฉพาะนาข้าวเริ่มตั้งท้อง หากไม่มีน้ำจะทำให้ต้นข้าวตายหมด แม้รัฐบาลสั่งให้งดสูบน้ำ แต่ชาวบ้านไม่อยากขาดทุนและเป็นหนี้ โดยจะมีการสูบน้ำ 3 วัน จะมีชาวบ้านคอยเฝ้าตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อป้องกันไม่ให้เจ้าหน้าที่มาปิดเครื่องสูบน้ำ

นายธนศักดิ์ วัฒนฐานะ ผู้ว่าการการประปานครหลวง (กปน.) เปิดเผยว่า ขณะนี้ยังมีน้ำประปาบริการอย่างทั่วถึงและเพียงพอ อย่างไรก็ตาม ช่วงนี้น้ำทะเลหนุนสูงกว่าปกติ ส่งผลให้น้ำทะเลหนุนขึ้นมาถึงจุดรับน้ำดิบของ กปน. บริเวณสถานีสูบน้ำดิบสำแล อ.เมืองปทุมธานี พบว่าค่าความเค็มในแม่น้ำเจ้าพระยาขยับสูงขึ้นเกิน 0.5 กรัม/ลิตร แม้จะหลีกเลี่ยงการสูบน้ำดิบในช่วงเวลาดังกล่าว แต่เนื่องจากภาวะน้ำทะเลหนุนสูงต่อเนื่องหลายวัน จำเป็นต้องสูบน้ำดิบที่มีลิ่มความเค็มดังกล่าวมาผลิตน้ำประปาด้วย ส่งผลให้น้ำประปาในช่วงนี้มีรสชาติเปลี่ยนไปจากเดิมในบางช่วงเวลา ในพื้นที่ฝั่งตะวันออกของแม่น้ำเจ้าพระยา ได้แก่ สำนักงานประปาสาขาสุขุมวิท พระโขนง สมุทรปราการ แม้นศรี ทุ่งมหาเมฆ ลาดพร้าว พญาไท มีนบุรี สุวรรณภูมิ ประชาชื่น และบางเขน แต่คุณภาพน้ำประปาในด้านอื่นๆ ยังได้มาตรฐานองค์การอนามัยโลก (WHO) ทุกประการ และสามารถดื่มได้อย่างปลอดภัย

นายดิสธร วัชโรทัย รองเลขาธิการพระราชวัง ในฐานะประธานกรรมการบริหาร มูลนิธิราชประชานุเคราะห์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ เปิดเผยว่า พระบาท สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงห่วงใยราษฎรที่ได้รับความทุกข์ยากจากสถานการณ์ภัยแล้งที่เกิดขึ้นในขณะนี้ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้มูลนิธิราชประชานุเคราะห์ในพระบรมราชูปถัมภ์ จัดศูนย์บริการน้ำเพื่อการอุปโภคบริโภคพระราชทาน ในการบรรเทาทุกข์แก่ราษฎรที่ประสบภาวะภัยแล้ง โดยร่วมกับสำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กระทรวงมหาดไทย สำนักบริหารงานการศึกษาพิเศษ และสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ ดำเนินการให้ความช่วยเหลือราษฎรที่ขาดแคลนน้ำ โดยจัดศูนย์บริการน้ำอุปโภคบริโภคพระราชทาน ณ โรงเรียนราชประชานุเคราะห์ และสถานศึกษาในสังกัดสำนักบริหารงานการศึกษาพิเศษ จำนวน 122 แห่ง ในท้องที่ภาคกลาง ภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคตะวันออก รวมทั้งหมด 53 จังหวัด เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนเป็นการเร่งด่วนในขณะนี้ ตั้งแต่ที่ 17 ก.ค.เป็นต้นไป

ทั้งนี้ มูลนิธิราชประชานุเคราะห์ในพระบรมราชูปถัมภ์ มอบหมายให้โรงเรียนราชประชานุเคราะห์ และสถานศึกษาในสังกัดสำนักบริหารงานการศึกษาพิเศษ ตั้งศูนย์บริการน้ำเพื่อการอุปโภคบริโภคพระราชทานแก่ราษฎรที่ประสบภัยแล้ง ราษฎรสามารถเตรียมภาชนะไปรับน้ำได้ที่โรงเรียนที่จัดตั้งศูนย์บริการน้ำใกล้บ้านในท้องที่ภาคต่างๆ ตามวันเวลาราชการ จนกว่าสถานการณ์ภัยแล้งจะยุติ ราษฎรต่างซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระเจ้า อยู่หัว ที่ทรงห่วงใยราษฎรที่กำลังทุกข์ยาก และได้รับความเดือดร้อนจากภัยธรรมชาติที่เกิดขึ้น โดยทรงพระราชทานความช่วยเหลือ เพื่อเป็นขวัญกำลังใจผ่านมูลนิธิราชประชานุเคราะห์ในพระบรมราชูปถัมภ์ตลอดมา

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้