วันพุธที่ 17 ตุลาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
รัฐดันแผนฯฉบับ 12 เป็นกฎหมาย

รัฐดันแผนฯฉบับ 12 เป็นกฎหมาย

  • Share:

นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รมช.คมนาคม และเลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) กล่าวในงานประชุมระดมความคิดเห็นกลุ่มสื่อมวลชน เรื่องสถานภาพของประเทศและแนวคิดทิศทางการพัฒนาประเทศในช่วงแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับที่ 12 ว่า แผนพัฒนาฯฉบับที่ 11 กำลังจะสิ้นสุดในเดือน ก.ย.2559 จึงต้องทำแผนพัฒนาฯฉบับที่ 12 ขึ้นมา โดยน้อมนำปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงมาใช้ในการพัฒนาประเทศ ยึดคนเป็นศูนย์กลางการพัฒนา และการพัฒนาที่ยึดหลักสมดุลและยั่งยืน ให้ความสำคัญกับการกำหนดทิศทางการพัฒนาที่มุ่งสู่การเปลี่ยนผ่านประเทศไทยจากประเทศที่มีรายได้ปานกลางไปสู่ประเทศที่มีรายได้สูง นำไปสู่วิสัยทัศน์ความมั่นคง มั่งคั่งและยั่งยืน ของประเทศในระยะยาว

ทั้งนี้ หลังระดมความเห็นการทำแผนพัฒนาฯฉบับที่ 12 แล้ว จะประมวลความเห็นเสนอในการประชุมประจำปีของ สศช.ในเดือน ก.ย.นี้ จากนั้นจะยกร่างแผนขึ้นมาและเปิดรับฟังความเห็นอีกครั้งก่อนที่จะนำเข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรี (ครม.) ต่อไป และตามข้อกำหนดในร่างรัฐธรรมนูญปี 2558 ที่อยู่ระหว่างการพิจารณาปรับปรุงแก้ไขกันอยู่ในขณะนี้ ระบุให้นำแผนพัฒนาฯฉบับที่ 12 เข้าสู่การพิจารณาของสภาด้วย เป็นครั้งแรกที่มีการกำหนดให้นำแผนพัฒนาฯเป็นกฎหมาย และรัฐบาลจะต้องนำไปปฏิบัติ ต่างจากรัฐบาลที่ผ่านมาที่ไม่สนใจทำตามแผนพัฒนาฯ แต่ทำตามนโยบายของพรรคการเมืองตามที่หาเสียงไว้

ขณะเดียวกัน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) มอบหมายให้เลขาธิการนายกรัฐมนตรีเป็นประธานยกร่างยุทธศาสตร์ชาติระยะ 20 ปี คาดว่าจะเสร็จภายในเดือนก.ค.นี้ เพื่อเสนอ ครม.และสภาปฏิรูปต่อไป ซึ่งยุทธศาสตร์ประเทศระยะเวลา 20 ปี สามารถย่อมาเป็นแผนพัฒนาฯ ซึ่งถือเป็นแผนกึ่งปฏิบัติเป็นคราวละ 5 ปีได้ ถ้าต้องการให้ประเทศไทยหลุดพ้นกับดักประเทศรายได้ปานกลางสู่ประเทศร่ำรวย จะใช้แผนพัฒนาฯ 3 แผน แผนละ 5 ปี รวมเวลา 15 ปี ซึ่งตามสมมติฐานผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) ของไทยจะต้องขยายตัวอย่างต่ำปีละ 3.7% ถ้าต่ำกว่านี้ต้องใช้เวลามากกว่า 15 ปี.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้