วันพุธที่ 12 ธันวาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
กุญแจมือ ผ้าคลุมหัว พันธนาการผู้ต้องหา ป้องกันภัยหรือละเมิดสิทธิ ?

กุญแจมือ ผ้าคลุมหัว พันธนาการผู้ต้องหา ป้องกันภัยหรือละเมิดสิทธิ ?

  • Share:

มือไพล่หลัง ใส่กุญแจ ผ้าคลุมหัว เจ้าหน้าที่ประกบชิด ภาพที่อยู่ในใจของใครหลายคน ขณะที่ผู้กระทำผิดถูกยักย้ายถ่ายเทไปยังที่ต่างๆ นั้น คุณเคยสงสัยกันบ้างไหมว่า สิ่งที่ได้เห็นนั้นถูกต้องตามกฎหมายและหลักมนุษยธรรมหรือไม่ ? ขณะที่แท้จริงแล้วสิ่งที่ถูกต้องควรทำอย่างไร ขอบเขตของการควบคุมตัวทำได้แค่ไหนโดยที่ไม่ไปละเมิดสิทธิมนุษยชนของผู้ต้องหา วันนี้ ทีมข่าวเฉพาะกิจไทยรัฐออนไลน์ จะพาไปค้นหาคำตอบจากผู้เชี่ยวชาญด้านสิทธิมนุษยชนและนายตำรวจผู้เชี่ยวชาญ

ที่มาภาพจาก สำนักข่าวซินหัว

พันธนาการผู้ต้องหา ตามสมควรแก่เหตุ !?

ทีมข่าวได้ติดต่อไปยังนายตำรวจสากลท่านหนึ่ง (ไม่ขอเปิดเผยชื่อ) ซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญในด้านต่างประเทศ ได้ให้ข้อมูลในเรื่องการควบคุมตัวผู้ต้องหาตามหลักกฎหมาย โดยได้อธิบายว่า ตามกฎหมาย ป.วิ อาญา ระบุไว้ว่า เจ้าหน้าที่สามารถพันธนาการคนร้ายได้ตามสมควรแก่เหตุ ไม่มาเกินไปหรือไม่น้อยเกินไป เช่น มีตำรวจ 5 นาย ผู้ต้องหา 1 คน จะใส่กุญแจมือด้านหลังก็เพียงพอ หรือหากผู้ต้องหาเป็นผู้หญิงและมีตำรวจตั้ง 5 นาย จะไม่ใส่กุญแจมือก็ได้ การพันธนาการผู้ต้องหาจะต้องสมควรแก่เหตุ หรือหากผู้ต้องหามีจำนวนมากก็เป็นตัวแปรสำคัญที่อาจมีโอกาสเกิดภัยคุกคามได้

“ไม่จำเป็นว่าผู้ต้องหา 1 คน จะต้องมีเจ้าหน้าที่ควบคุม 1 คน ไม่ได้มีกฎหมายระเบียบอะไรกำหนดไว้ แต่โดยหลักควรจะมีตำรวจจำนวนมากกว่าผู้ต้องหา เพราะว่าหากมีอะไรเกิดขึ้นจะสามารถใช้กำลังควบคุมสถานการณ์ได้ แต่ถ้าตำรวจน้อยกว่าโอกาสในการเพลี้ยงพล้ำจะสูง มันเป็นหลักปฏิบัตินิยม โดยหลักแล้วควรจะต้องมีจำนวนเจ้าหน้าที่มากกว่าผู้ต้องหา แต่ถ้าจำเป็นและมีจำนวนเจ้าหน้าที่ไม่พอจริงๆ ก็ต้องพันธนาการให้แน่นหนา ผู้ต้องหา 10 คน ตำรวจ 5 คนจะคุมกันได้อย่างไร” นายตำรวจสายต่างประเทศระบุ

คลุมหัวได้ก็ต้องพิจารณาว่าอาจจะมีภัยคุกคาม ที่มาภาพจาก สำนักข่าวซินหัว

กฎการบิน ต้องให้โอกาสทุกคนช่วยชีวิตตัวเองเมื่อเกิดอันตราย !

ผู้เชี่ยวชาญตำรวจสากล อธิบายต่อว่า การโดยสารอากาศยานระหว่างประเทศ บางครั้งต้องให้โอกาสกับผู้โดยสารทุกคนที่จะช่วยเหลือตัวเองได้ เพราะเมื่อเกิดอุบัติเหตุทุกคนควรจะมีโอกาสที่จะช่วยเหลือตัวเองได้ ซึ่งถ้าพันธนาการก็อาจเกิดปัญหาทำให้ผู้โดยสารไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้ ซึ่งเป็นกฎของการบินระหว่างประเทศ

แต่ทั้งนี้ เมื่อตำรวจควบคุมตัวผู้ก่อการร้ายจำนวนมาก การที่จะยึดตามกฎการบินคงจะไม่ได้ เนื่องจากมีโอกาสที่ผู้ก่อการร้ายลุกขึ้นพร้อมๆ กันหลายสิบคน และเทไปข้างใดข้างหนึ่ง รุมทำร้ายเจ้าหน้าที่ แย่งอาวุธ จนเกิดการต่อสู้กัน ซึ่งมีโอกาสทำให้อากาศยานเกิดความไม่ปลอดภัยได้ กรณีเช่นนี้อาจจะต้องชั่งน้ำหนักระหว่างกฎการบิน หรือ ชีวิตของคนในเครื่องบินทั้งลำ ไม่ว่าจะเป็นผู้ต้องหา เจ้าหน้าที่ ลูกเรือ กัปตัน ซึ่งอาจตายไปพร้อมๆ กันได้ ถ้าไม่พันธนาการผู้ต้องหาให้ดีพอ

คลุมหัว ป้องกันการส่งสัญญาณของกลุ่มผู้ต้องหา

ผ้าคลุมหัว ป้องกันการส่งสัญญาณก่อความวุ่นวาย ?

การใช้ผ้าคลุมหัวขณะที่อยู่บนเครื่องบิน เป็นสิทธิที่ตำรวจทำได้จริงหรือ ? ตำรวจสากล ระบุว่า การคลุมหัวผู้ต้องหา จะทำให้ไม่สามารถที่จะเคลื่อนไหวได้อย่างอิสระ ซึ่งหากจะคลุมหัวได้ก็ต้องพิจารณาว่าอาจจะมีภัยคุกคาม เช่น ผู้ก่อการร้ายหลายคน ส่งสัญญาณกันให้ลุกฮือพร้อมๆ กัน ถึงแม้จะใส่กุญแจมืออยู่ก็อาจเกิดความวุ่นวายบนอากาศยานได้ และทำให้เครื่องบินเสียการทรงตัวหรือเกิดอุบัติเหตุอะไรขึ้นได้ง่ายๆ เมื่อมีคนลุกฮือขึ้นมาพร้อมๆ กัน เทไปข้างใดข้างหนึ่งก็มีอันตรายเกิดขึ้นได้ ฉะนั้น ในการควบคุมไม่ให้ผู้ก่อการร้ายใช้สายตามองได้อย่างอิสระก็สมเหตุสมผลที่จะทำได้เพื่อความปลอดภัย

หลายคนต่างเพศต่างวัย อาจก่อให้เกิดความวุ่นวายบนเครื่องบิน ที่มาภาพจาก สำนักข่าวซินหัว

มองต่างมุม อย่าคำนึงแต่สิทธิผู้ต้องหา นึกถึงตำรวจหรือผู้เกี่ยวข้องด้วย !

หลายคนเกิดคำถามมากมายถึงสิทธิมนุษยชนที่ผู้ต้องหาควรได้รับ การพันธนาการมากเกินไปบนอากาศยาน ทำให้คนเหล่านั้นไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้หากเกิดอันตราย เป็นการละเมิดสิทธิของคนเหล่านี้หรือไม่นั้น ตำรวจผู้เชี่ยวชาญด้านต่างประเทศ ให้ความเห็นว่า “สิทธิของตำรวจ นักบิน เขาควรจะได้รับการคุ้มครองสิทธิที่จะได้รับการมีชีวิตอยู่ของเขาด้วย การควบคุมตัวผู้ต้องหาไม่ได้แปลว่าเขาจะต้องตายด้วย เราคิดถึงแต่สิทธิของผู้ต้องหา แต่ไม่ได้คิดถึงสิทธิของตำรวจ ลูกเรือ นักบิน หากเครื่องตกลงไปไม่ได้ตายแค่ผู้ต้องหานะ แต่รวมถึงทุกคนบนเครื่องบินด้วย คิดถึงสิทธิของคนเหล่านี้ด้วย”

ตามกฎหมาย เจ้าหน้าที่สามารถพันธนาการคนร้ายได้ตามสมควรแก่เหตุ

ใส่กุญแจมือ ผ้าคลุมหัว ต้องมีเหตุผลเพียงพอ ?

ขณะเดียวกัน ทีมข่าวได้ติดต่อไปยัง พล.ต.อ.วันชัย ศรีนวลนัด กรรมการสิทธิมนุษยชน เพื่อมาไขข้อข้องใจในฐานะผู้เชี่ยวชาญด้านสิทธิมนุษยชน โดย พล.ต.อ.วันชัย อธิบายเรื่องดังกล่าวว่า ในแง่ของสิทธิมนุษยธรรมต้องให้อาหาร น้ำ ยารักษาโรค และตรวจสอบดูว่าคนเหล่านั้นมาจากประเทศไหนก็ต้องให้กลับไปประเทศนั้น

หากเป็นการหนีคดีมาก็ต้องมาว่ากันในเรื่องหลักการส่งตัวผู้ร้ายข้ามแดนหรือการร่วมมือระหว่างตำรวจสากล แต่หากเป็นกรณีผู้อพยพที่หลบหนีมา ซึ่งการหลบเข้ามามีหลายสาเหตุ ถ้าโดยทั่วไปไม่เกี่ยวกับภัยสงคราม การเมือง หรือการลงโทษต่างๆ ก็ต้องส่งกลับไปยังประเทศต้นทางหรือประเทศที่ 3 ที่อ้าแขนรับเข้ามา

ถ้าไม่ใช่ผู้กระทำ ใช้วิธีอื่นที่เหมาะสมกว่าการคลุมหัวและใส่กุญแจมือ

สำหรับการควบคุมตัวโดยการใส่กุญแจมือ หมายถึง การจำกัดสิทธิเสรีภาพขั้นพื้นฐาน ขั้นที่จะทำอะไรได้โดยอิสระจะต้องถูกจำกัด ซึ่งส่วนนี้จะต้องมีเหตุผลเพียงพอจึงจะไปจำกัดสิทธิได้ หลักการคือต้องเป็นผู้ต้องหา ไม่ใช่คนที่ถูกกล่าวหาว่ากระทำผิด นอกจากแสดงอาการรุนแรง ทำร้ายคนอื่น

“หากเป็นกรณีที่ไม่ใช่ผู้กระทำผิด ไม่น่าจะต้องถึงขั้นใส่กุญแจมือ สามารถใช้วิธีอื่นที่เหมาะสมกว่า หรือถ้าใส่กุญแจมือต้องเป็นผู้ต้องหาหรือผู้กระทำผิด จึงจะทำให้สูญเสียอิสรภาพได้ หรือมีพฤติกรรมที่แสดงให้เห็นว่าต้องการหลบหนีหรือทำร้ายผู้อื่น เช่น เจ้าหน้าที่หรือบุคคลภายนอก ถ้าไม่ถึงขั้นเป็นผู้กระทำผิด การที่จะใส่กุญแจมือคงจะเกินความจำเป็น การปิดตายิ่งไม่มีเหตุผล” กรรมการสิทธิมนุษยชน ทิ้งท้าย.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้