วันพฤหัสบดีที่ 16 สิงหาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

อุ้ม เปิดตัวลูก-สามีฝรั่ง ลาวงการบันเทิงถาวร

อุ้ม สิริยากร เปิดตัวหนังสือพร้อมควงสามีฝรั่งและลูกสาวมาร่วมงาน เผยไปอยู่อเมริกา 3 ปี เป็นแม่บ้านเลี้ยงลูกและเขียนหนังสือส่งมาที่สำนักพิมพ์ที่เมืองไทย เผยอาจจะลาวงการบันเทิงโดยถาวร เพราะอยู่ที่อเมริกาเต็มตัวอาจทำให้ลำบากต่อการทำงาน โอดคิดถึงงานและทุกคนที่เมืองไทย...

หายหน้าไปนานพอสมควรสำหรับสาว อุ้ม สิริยากร พุกกะเวส ที่ตอนนี้เจ้าตัวได้ลาวงการบันเทิงเต็มตัวแล้ว พร้อมทั้งย้ายไปอยู่ที่อเมริกากับสามี คริสโตเฟอร์ มาร์ควอร์ท และเลี้ยงลูกสาววัย 2 ขวบ น้องเมตตา รูธ มาร์ควอร์ท แต่ล่าสุด เจ้าตัวก็ได้กลับมาเมืองไทย พร้อมทั้งจัดงานเปิดตัวหนังสือ หนูจิ๋วกับเจ้าสีรุ้ง ที่เขียนขึ้นมาเองเพื่อลูกน้อย และหนังสือ Life is a Journey ชีวิตคือการเดินทาง หนังสือที่รวบรวมบันทึกของการเดินทางจากหลากหลายอาชีพ โดยได้เจอสาวอุ้มพร้อมทั้งสามีและลูกสาว ที่ร้านซีเอ็ดบุ๊คเซ็นเตอร์ ชั้น 4 ศูนย์การค้าสยามพารากอน เจ้าตัวก็ให้สัมภาษณ์ถึงช่วงที่หายหน้าหายตาไปว่า ไปทำอะไรมาบ้าง

วันนี้มาเปิดตัวหนังสือ เราหายจากวงการบันเทิงไปนานขนาดไหน? "ไม่ได้อยู่เมืองไทย ย้ายไปอยู่อเมริกา 3 ปีกว่าแล้วค่ะ นี้กลับมาเมืองไทยเป็นครั้งที่ 2 ค่ะ แล้วก็มาอยู่เดือนนึงค่ะ ตอนนี้เมตตา 2 ขวบแล้ว" มาเปิดตัวหนังสือ? "มาเปิดตัวหนังสือค่ะ แต่ว่าหนังสือทำตอนอยู่ที่โน่น พอกลับมาเมืองไทยจะได้เจอพี่ๆ สื่อมวลชน เลยจัดงานเปิดตัวหนังสือหน่อยค่ะ" หนังสือนี่เราทำเกี่ยวกับหนังสือเด็กด้วย และหนังสือเกี่ยวกับการเดินทางด้วย? "ใช่ค่ะ คือหนังสือที่เกี่ยวกับการเดินทางปกติ สำนักพิมพ์มีอยู่แล้วค่ะ แล้วก็หนังสือ หนูจิ๋วกับเจ้าสีรุ้ง อันนี้เป็นหนังสือเด็กเล่มแรกของสำนักพิมพ์ คิดจะทำหนังสือเด็กเพราะว่าอยากทำให้ลูกและอันนี้ก็เป็นแรงบันดาลใจมาจากลูกค่ะ" ตอนนี้น้องกี่ขวบแล้ว? "เมตตา 2 ขวบแล้วค่ะ" น้องเป็นยังไงบ้าง? "พูดเก่งมาก แล้วก็ชอบร้องเพลงเต้นระบำ อันนี้อาจจะงงๆ นิดนึง เพราะว่าอยู่บ้านเป็นเงียบๆ แต่มาวันนี้มีกล้องเต็มไปหมดเลย"

เพิ่งพาน้องกลับมาเมืองไทยรึเปล่า? "กลับมาตอนเค้า 6 เดือนครั้งหนึ่งค่ะ แต่ว่าตอนนั้นเค้าคงยังจำอะไรไม่ได้ ตอนนี้ 2 ขวบแล้วก็เริ่มรู้อะไรมากขึ้นค่ะ ได้เจอคุณตาคุณยาย" น้องพูดภาษาไทยได้ไหม? "ฟังภาษาไทยรู้เรื่อง เพราะแม่พูดภาษาไทยด้วยตลอด แต่ว่าเค้าจะตอบเป็นภาษาอังกฤษมากกว่า เพราะว่าชิน แต่อยู่ที่โน่นก็มีแต่ฝรั่งค่ะ ก็พูดได้บางคำค่ะ" จะพาน้องมาอยู่ที่ไทยหรือที่โน่น? "คิดว่าตอนนี้ก็คงจะให้อยู่ที่โน่นจนเรียนจบมหาวิทยาลัยน่ะค่ะ เพราะว่าจะสะดวกกว่า อยู่ที่โน่นก็ทำงานและสะดวกดีค่ะ" มีวางแผนทำโครงการอะไรในประเทศไทยบ้างไหม ไหนๆ ก็กลับมาแล้ว? "ที่ในเมืองไทยคือคงทำได้แค่ทำหนังสือหรือเขียนคอลัมน์ส่งมา แต่ว่าถ้าจะให้ทำโปรเจกต์จริงจังเลย อย่างมาเป็นนักแสดงหรือทำรายการคงจะลำบากนิดนึง แต่ก็คิดถึงเมืองไทยเสมอ กับเมตตาก็อ่านหนังสือภาษาไทยให้ฟังตลอดเวลาแล้วก็บอกเค้าว่า เมตตาเป็นคนไทยด้วยนะลูก คุณแม่เป็นคนไทย"

ได้สอนความเป็นไทยให้กับน้องไหม? "อีกหน่อยก็จะสอนให้หัดรำไทยค่ะ แต่ไม่แน่ใจว่าจะพูดไทยได้รึเปล่า (ยิ้ม)" อยู่ที่อเมริกาทำอะไรอยู่ตอนนี้?​ "อยู่โน่นก็เลี้ยงลูกค่ะ เป็นแม่บ้านเต็มตัวเลยค่ะ แต่ก็สนุกดีเพราะว่ามีอะไรให้ทำเยอะ และเลี้ยงลูก คือคุณพ่อคุณแม่จะทราบดีว่าแทบจะหมดเวลาวันหนึ่งไปกับลูก ยิ่งไม่มีพี่เลี้ยงหรือไม่มีคนช่วยก็เลี้ยงอยู่คนเดียว แต่ก็ดีที่ได้ใกล้ชิดเค้าและได้โตมาด้วยกัน" อยากมีลูกอีกคนไหม? "มีค่ะ ก็ตั้งใจว่าจะมีอีกคนนึง อยากให้เป็นเพื่อนกัน เพราะว่าเราก็โตมาแบบมีพี่น้อง จะได้ไม่เหงา แล้วก็ยังไม่รู้ว่าจะมารึเปล่า" ตอนนี้ปล่อยตามธรรมชาติ? "ปล่อยตามธรรมชาติค่ะ" กลับมาได้เจอเพื่อนในวงการบ้างไหม? "ก็เจอบ้างนิดๆ หน่อยๆ แต่ว่าหลักกลับมาเจอคุณตาคุณยาย คุณพ่อคุณแม่ แล้วก็เลยถือโอกาสงานนี้เชิญเพื่อนๆ มาด้วย เพราะว่ามีเวลาจำกัด ให้ไปไล่เจออาจจะยากนิดนึง วันนี้ก็เลยได้เจอค่ะ" สำนักพิมพ์เป็นยังไงบ้าง? "สำนักพิมพ์ก็ดีค่ะ สนุกดี ก็ยังสนุกกับการทำหนังสืออยู่แล้วก็คิดว่าเราก็ยังอยากทำหนังสือที่มีประโยชน์ให้กับสังคมไทยค่ะ ถึงแม้เราจะไม่ได้อยู่ที่เมืองไทย คิดว่าทำอะไรที่ให้คุณพ่อคุณแม่ เพราะตอนนี้เราก็เป็นแม่แล้ว เราก็ทำหนังสือเด็กเพิ่มขึ้น หรือว่าหนังสือที่เกี่ยวกับการท่องเที่ยวการเดินทางก็ยังชอบอยู่"

ธุรกิจสำนักพิมพ์เป็นธุรกิจเต็มตัวของเราเลย? "ใช่ค่ะ เวลาที่ลูกหลับอ่ะค่ะ หลักๆ ก็ได้ทำงานตอนที่เมตตาหลับ (ยิ้ม)" อย่างงานในวงการจะได้มีติดต่อหวนคืนบ้างไหม?​ "ก็ไม่ได้ติดต่อ เพราะว่าเราอยู่ไกลด้วย หลายๆ คนอาจจะยังไม่ทราบด้วยซ้ำว่าไปอยู่อเมริกา พอเจอก็มีหลายคนถามว่าหายไปไหนมาตั้งนาน เราก็บอกว่าไปอยู่ที่โน่นค่ะ แต่ก็มีนิตยสารมาสัมภาษณ์บ้าง เล่มที่เค้าไปอเมริกานะคะ แต่งานอื่นๆ ถ้าเกิดจะมีกองถ่ายไหนไปถ่ายที่อเมริกาก็รับเชิญได้ค่ะ" มีรับงานครอบครัวบ้างไหม อย่างเช่นถ่ายแบบ? "ครั้งที่แล้วตอนนี้เมตตาตัวเล็กกว่านี้ก็มีถ่ายปกหนังสือไป แต่เราก็ไม่ได้บอกใครเท่าไหร่ค่ะ"

มาเมืองไทยครั้งนี้มานานไหม? "เดือนนึงค่ะ กลับต้นเดือนสิงหา" ไปๆ มาๆ เหนื่อยนะ? "ค่ะ เหนื่อยมากค่ะ ก็เลยไม่ค่อยได้บินมา เหนื่อยมากค่ะ แล้วยิ่งน้องเล็กๆ อย่างนี้ เค้าก็ไม่ค่อยชอบบินนาน ตอนนี้ก็ดีขึ้น ให้แวะไปเที่ยวญี่ปุ่นอาทิตย์นึงก่อนแล้วค่อยมานี่ค่ะ ก็ปรับเวลาหน่อย พอมีลูกการเดินทางเปลี่ยนไปมากค่ะ" น้องมีฉายแววอยากเข้าวงการไหม? "ยังไม่ฉายแววค่ะ คุณแม่ยังไม่ให้ฉาย (หัวเราะ) ให้อยู่บ้านก่อน ให้เค้าโตตามธรรมชาติค่ะ" ในอนาคตอยากให้น้องพูดภาษาไทยด้วย? "พยายามค่ะ มานี่ก็ดีเค้าได้ยินภาษาไทยมากขึ้น เค้าก็พูดมากขึ้นค่ะ แต่อยู่โน่นเนี่ยคือสอนให้พูดภาษาไทย แล้วเค้าไปพูดกับคนอื่น คนอื่นก็ไม่เข้าใจ เค้าก็เลยเลิกพูดค่ะ แต่ว่าคุณแม่ก็ยังพยายามอยู่ค่ะ ขอบคุณมากนะคะที่ยังคิดถึงกันเกี่ยวกับการแสดงที่เคยเล่นเอาไว้ ทุกวันนี้ก็ยังมีแต่คนถามค่ะว่าเมื่อไหร่จะกลับมาเล่นอีก คือก็คิดถึงการแสดงนะคะ ก็รู้สึกว่ายังไงเราก็มีช่วงเวลาที่ดีมากๆ ในชีวิตช่วงหนึ่งที่เป็นนักแสดง ได้เจอผู้ใหญ่และเพื่อนๆ ที่ดีมากค่ะ แต่ก็ไม่ได้เล่นมานานมากแล้ว ตอนนี้มีน้องๆ เยอะมากเลย สวยๆ หล่อๆ ทั้งนั้น ก็ดีค่ะ ให้น้องๆ เล่นไป ส่วนอุ้มก็ทำหนังสือ ถ้าใครคิดถึงก็อ่านหนังสือแล้วกัน ก็ใส่ใจทำทุกเล่มค่ะ ถ้าหยิบหนังสืออ่านก็เหมือนได้สื่อถึงกันค่ะ แล้วก็มีโอกาสก็จะกลับมาเยี่ยมแบบนี้ มาสวัสดีทักทายผ่านหน้าจอโทรทัศน์ หรือว่านิตยสารหนังสือสิ่งพิมพ์นะคะ ก็คงทำได้ดีที่สุดเท่านี้ แต่ยังไงก็คิดถึงเมืองไทยตลอดค่ะ ยังภูมิใจที่เราเป็นคนไทย ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหน อยู่ที่โน่นก็กินข้าวทุกวันค่ะ".

อุ้ม สิริยากร เปิดตัวหนังสือพร้อมควงสามีฝรั่งและลูกสาวมาร่วมงาน เผยไปอยู่อเมริกา 3 ปี เป็นแม่บ้านเลี้ยงลูกและเขียนหนังสือส่งมาที่สำนักพิมพ์ที่เมืองไทย เผยอาจจะลาวงการบันเทิงโดยถาวร เพราะอยู่ที่อเมริกาเต็มตัวอาจทำให้ 16 ก.ค. 2558 17:25 16 ก.ค. 2558 20:34 ไทยรัฐ