วันเสาร์ที่ 18 สิงหาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ


ก้อนเมฆพาเที่ยว: คุณปู่พาหลานเที่ยวบางลำพู

โดย น้าเมฆ

ผมเล็งที่จะพาลูกไป “พิพิธบางลำพู” ตั้งแต่ปิดเทอม แต่ชีวิตวุ่นวายจนในที่สุดลูกเปิดเทอมจนได้ เราเลยหาเวลาช่วงสุดสัปดาห์ไปแถวๆ ย่านบางพูก็แล้วกัน เที่ยวครั้งนี้ ผมกำหนดเลยว่าต้องพาคุณปู่คุณย่าไปด้วยเพราะคุณปู่ของเจ้าลูกชายหรือคุณพ่อของผมเป็นชาวบางลำพู เกิดและโตที่นี่ อยากให้คุณปู่ได้ไปรำลึกความหลังและเป็นไกด์กิตติมศักดิ์ให้กับทริปของเรานี้

เมื่อเช็กวันเวลาเรียบร้อยแล้ว พิพิธบางลำพูปิดเฉพาะวันจันทร์เหมือนพิพิธภัณฑ์ทั่วไป เริ่มเปิดตั้งแต่ 10 โมงเช้า ถึง 6 โมงเย็น ผมเลือกไปวันอาทิตย์เพราะรถราน่าจะน้อยดี ความจริงผมขับวนไปหน้าอาคารแล้วหนึ่งรอบ อยากจะจอดข้างถนนเพราะเห็นป้ายห้ามจอดบอกว่า “ยกเว้นวันอาทิตย์” แต่ผมก็เห็นรถถูกล็อกล้อกันหลายคัน จึงเปลี่ยนใจไปจอดที่จอดรถของ กทม. ที่ตลาดบางลำพู แล้วเดินมาดีกว่า เดินไปแถวป้อมพระสุเมรุไม่ถึง 10 นาทีเองครับ สบายอยู่แล้ว

เมื่อไปถึงกรุณาถอดรองเท้า แล้วถือเข้าไปด้วยเพราะมีที่เก็บรองเท้าด้านใน เข้าไปในตัวอาคารแล้วเย็นสบายเพราะเป็นพิพิธภัณฑ์ติดแอร์ ลูกชายผมยิ้มเลย (เด็กสมัยนี้นะอยู่กับแอร์จนเป็นนิสัย) เก็บรองเท้าเรียบร้อย แล้วเข้าไปกรอกข้อมูลเล็กน้อยที่เคาน์เตอร์ ส่วนเด็กก็ไปเซ็นในสมุดเล่มเล็กของนักเรียนนักศึกษา ไม่ว่าจะเป็นผู้ใหญ่หรือเด็กต่างก็เข้าฟรี ไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายครับ

พิพิธบางลำพู เกิดขึ้นจากการที่กรมธนารักษ์มีนโยบายในการอนุรักษ์อาคารเก่าของโรงเรียนช่างพิมพ์วัดสังเวชเอาไว้ (ต่อมาได้กลายเป็นโรงพิมพ์คุรุสภา ก่อนจะถูกปล่อยทิ้งร้างไว้สิบกว่าปีต่อมา) จึงปรับปรุงมาเป็นพิพิธภัณฑ์กรมธนารักษ์ เพราะฉะนั้นช่วงแรกทุกคนไปชมนิทรรศการ ทุกคนจะได้ทราบถึงประวัติและภารกิจของกรมธนารักษ์ก่อน รอบการเข้าชมจะมีทุกๆ ครึ่งชั่วโมง เจ้าหน้าที่พาเราขึ้นไปชั้น 2 เข้าไปในห้องฉายหนังเล็กๆ

ผมว่าส่วนนี้ก็ดีครับเพราะถ้านึกถึงกรมธนารักษ์ทีไร ผมก็จะคิดถึงแต่การผลิตเหรียญกษาปณ์อย่างเดียว ดูหนังแล้วทำให้ทราบว่ากรมธนารักษ์มีหน้าที่มากกว่านั้น ไม่ว่าจะเป็นการดูแลที่ราชพัสดุ ด้านบริหารเงินตรา ด้านทรัพย์สินมีค่าของแผ่นดินและเครื่องราชอิสริยาภรณ์ ด้านการประเมินราคาที่ดินและทรัพย์สิน

พอออกจากห้องฉายหนัง ก็จะเป็นการให้ข้อมูลเกี่ยวกับเหรียญ เช่น ขั้นตอนการผลิตเหรียญตั้งแต่ทำแม่แบบ ปั้นรูป ทำดวงตรา หล่อหลอม ตัดเหรียญ ฯลฯ ประโยชน์ของเหรียญในชีวิตประจำวัน สถิติของการใช้เหรียญ แต่ละหัวข้อจะถูกนำเสนออย่างน่าสนใจ มีภาพเคลื่อนไหว เด็กๆ เข้าไปเล่นได้ ไม่ใช่มีแต่ภาพติดบอร์ดให้อ่าน

พอเดินต่อมาอีกห้อง จะเกี่ยวข้องกับทรัพย์สินมีค่าของแผ่นดิน จัดแสดงเป็นหีบสมบัติแล้วเปิดออกมาเป็นภาพและเสียง ได้เห็นอุปกรณ์และเครื่องมือการทำงานในการเก็บทรัพย์สินต่างๆ

ห้องถัดไป จะเป็นที่ของราชพัสดุและการประเมินราคาที่ดิน โดยมีโมเดลเมืองขนาดยักษ์ใจกลางกรุง เมื่อเรายื่นมือเข้าไปตรงที่ไหน จะมีราคาประเมินออกมาเป็นตัวเลขให้เห็น

เมื่อดูอาคารหลังแรกเกี่ยวกับกรมธนารักษ์เสร็จ ก็จะข้ามไปอาคารไม้หลังที่สอง เข้าไปชมนิทรรศการบางลำพู แค่เปิดประตูออกไป คุณปู่เห็นคลองบางลำพูและสะพานฮงอุทิศที่ข้ามไปวัดสังเวช ก็เรียกลูกชายผมมาดูแล้วบอกว่า “สะพานนี้คุณปู่เคยกระโดดลงคลองตอนเด็กๆ หัดว่ายน้ำเป็นก็เพราะคลองบางลำพูนี่แหละ” ลูกชายผมดูแล้วก็หันไปถามคุณปู่ว่า “คุณปู่กระโดดลงมาจริงๆ เหรอ มันสูงมากเลยนะครับ” คุณปู่บอกว่า “กระโดดได้ สนุกจะตาย” ลูกชายผมถามต่อว่า “แล้วน้ำอย่างนี้คุณปู่กล้าว่ายน้ำได้ยังไง อี๋…ดำ ดูสกปรก” คุณปู่หัวเราะ “ก็สมัยนั้นน้ำคลองสะอาดกว่านี้ ถ้าเป็นน้ำแบบตอนนี้คงไม่มีใครลงไปว่ายหรอก”

เมื่อเข้าไปในอาคารแล้ว ทุกคนจะถูกขอให้นั่งพื้นชิดผนัง อารมณ์เหมือนนั่งในบ้านเรือนไม้ ส่วนผนังอีกด้านหนังจะเป็นฉากสำหรับเล่าเรื่องราวที่ผ่านมา

ดูจบผนังถูกเปิดออกให้เดินไปที่ชานบ้าน เราเห็นคลองอยู่ข้างบ้าน น่าสนใจมากๆ ครับ เพราะพูดถึงประวัติตั้งแต่การขุดคลองย้อนเล่าไปถึงสมัยสร้างกรุงรัตนโกสินทร์เลยทีเดียว

เดินข้ามสะพานเข้าในย่านบางลำพู ต้องเรียกว่าเป็นย่านแห่งความบันเทิงอย่างครบครัน ไม่ว่าจะเป็นละคร ลิเก โรงหนัง ร้านขายแผ่นเสียง ลูกชายผมสนใจว่ารูปปั้นเด็กผู้หญิงแอบดูอะไร เจ้าหน้าที่บรรยายว่า สมัยก่อนจะมีการแสดงละคร ใครมีเงินก็เสียเงินเข้าไปดู แต่ถ้าใครไม่มีเงิน ก็เจาะรูที่สังกะสีแล้วแอบดูไม่เสียเงิน

ส่วนคุณปู่คิดถึงรถรางสมัยนั้น ผมได้ยินเรื่องนี้ตั้งแต่เด็กเลยเล่าให้ลูกชายฟังว่า “สมัยที่คุณปู่เรียนอยู่ที่โรงเรียนวัดบวรฯ วันไหนคุณปู่นึกสนุกจะเกาะรถรางไปโรงเรียน ถ้านายตั๋วมาเก็บตั๋วจากด้านหน้าก็จะวิ่งลงข้างหลังรถ” ลูกชายเคยขึ้นแต่รถไฟและรถไฟฟ้า ไม่เคยขึ้นรถรางเลยไม่รู้ว่ามันเร็วช้าต่างกันขนาดไหน



คุณปู่เห็นโรงหนังบุศยพรรณก็บอกว่า “เป็นโรงหนังที่คุณปู่มาดูประจำ” แถมยังบอกตำแหน่งว่าเคยตั้งอยู่ตรงไหน ลูกชายผมเข้าไปดูเห็นเก้าอี้เป็นไม้แข็งๆ “คุณปู่นั่งเก้าอี้แบบนี้ดูหนังเหรอครับ” คุณปู่บอกว่า “สมัยนั้นก็นั่งกันแบบนี้แหละ” แถมลูกชายยังสนใจโปสเตอร์ “อวสานอินทรีแดง” ซะด้วย เพราะเห็นหน้ากากเท่ดี ผมเลยต้องเล่าเรื่องดาราดังชื่อมิตร ชัยบัญชา ที่แสดงโดยไม่ใช้สตั๊นต์แมน แล้วตกเฮลิคอปเตอร์เสียชีวิต

โซนนี้เด็กๆ จะชอบมากครับ เพราะมีอะไรให้เล่นเยอะ เช่น ไปโรงลิเกคณะหอมหวล เวลาเด็กเดินเข้าไปในฉาก จะมีชุดลิเกขึ้นที่หน้าจอให้อัตโนมัติ บางคนได้ใส่ชุดพระเอกลิเก บางคนได้เป็นนางเอก ดูแล้วฮาดีครับ หรือไปห้าง ต.เง๊กชวน ที่คุณปู่ก็รู้จัก เด็กๆ ก็จะได้อัดเสียงตัวเอง แล้วเปิดฟังได้ด้วย

ถัดเข้าไปด้านใน มีร้านกาแฟนันทิยา คุณปู่บอกหลานว่ามานั่งกินประจำ ในนั้นทำเป็นร้านจำลองมีหม้อกาแฟและที่นั่งให้คนนั่งเล่นหมากรุกกันด้วย

ไปต่อมีห้างแก้วฟ้า มีห้างตั้งฮั่วเส็ง นำสินค้าต่างชาติมาขาย ผมเห็นน้ำหอม 4711 แล้วคิดถึงที่บ้านคุณยาย กลิ่นแทบจะลอยมา แถมจำเลขรหัสสี่ตัวนี้ได้แม่นเลยครับเพราะเป็นน้ำหอมยอดนิยมของคนสมัยนั้น

เข้าไปด้านใน พูดถึงอาชีพของชุมชนบางลำพู ที่บางบ้านยังทำอยู่ แต่เป็นคนสุดท้ายที่จะทำแล้ว บางบ้านลูกหลานไม่ได้รับช่วงต่อ เลยนำโต๊ะและอุปกรณ์มาให้ทางพิพิธภัณฑ์ เช่น การแทงหยวกกล้วย คุณปู่เรียกหลานมาดู บอกว่าหยวกกล้วยที่แทงออกมาเป็นลวดลายสวยงาม จะนำไปใช้ในงานศพ

มีบ้านที่ทำข้าวต้มน้ำวุ้นได้อร่อยมาก ทำเป็นข้าวเหนียวสามเหลี่ยม ราดน้ำเชื่อม แล้วใส่น้ำแข็ง ไม่น่าเชื่อ เด็กสมัยนี้ไม่เคยเห็น อยากชิมกันใหญ่เลยครับ (แต่ที่จัดแสดงอยู่นั่นเป็นของปลอม กินไม่ได้นะครับ)

มีบ้านที่ทำงานฝีมือด้านงานปักชุดโขน ชุดละคร ปักดิ้นทองสวยงาม ลูกชายผมสนใจมากคือ คนที่ตีทองคำเปลว เพราะปกติเคยแต่ปิดทอง ไม่เคยทราบที่มาว่าคนตี ต้องตีทองคำให้เป็นแผ่นบางๆ ใช้เวลาถึง 4 ชั่วโมง



ส่วนคุณปู่เดินไปฟังดนตรีของบ้าน “ดุริยประณีต” คุณปู่บอกว่าอยู่บ้านใกล้ๆ กัน ชื่นชมบ้านนี้มากเพราะเล่นดนตรีไทยได้ทุกประเภท ร้องเพลงไทยเดิมได้เพราะมาก วิทยากรเสริมว่าคุณสุดจิตต์ ดุริยประณีต เป็นศิลปินแห่งชาติด้วย แต่ท่านเสียชีวิตไปเมื่อ 3 ปีที่แล้ว ปัจจุบันบ้านดุริยประณีตสอนดนตรีไทย เพียงเดือนละ 500 บาทเท่านั้น

ร้านลานทองที่ทำหมวกใบลานและพัดใบลานซึ่งปัจจุบันไม่ได้ดำเนินกิจการต่อแล้ว ทายาทได้มอบโต๊ะทำงานอายุกว่าร้อยปีให้กับทางพิพิธภัณฑ์ คุณปู่เล่าให้ฟังว่าพี่ชายคุณปู่เคยมาหารายได้พิเศษทำงานที่ร้านนี้ โดยมีหม่อมเจ้าสิทธิพร กฤดากร เป็นเจ้าของ

มาถึงห้องบุคคลสำคัญของบางลำพู คุณปู่ชี้ให้หลานดูชื่อคุณทวด “พระยาอนุศาสน์จิตรกร (จันทร์ จิตรกร) เป็นจิตรกรแห่งกรุงรัตนโกสินทร์สมัยรัชกาลที่ 5 ถึงรัชกาลที่ 7 ท่านเคยวาดภาพจิตรกรรมฝาผนังด้วยสีน้ำมันพระราชประวัติสมเด็จพระนเรศวรมหาราชที่วัดสุวรรณดาราราม จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ซึ่งผมเคยพาลูกชายไปดูมาแล้ว 

อย่างไรก็ตาม คุณปู่บอกว่ามีบุคคลสำคัญอีกท่านที่ควรจะมีชื่ออยู่ในนี้ ถ้าอยากรู้ข้อมูลพร้อมจะให้สัมภาษณ์เพิ่มเติม ซึ่งทางเจ้าหน้าที่จะให้ทีมงานติดต่อไป

ก่อนทางออกมีการย้ำถึงชื่อ “บางลำพู” ที่หลายคนสับสนเพราะเคยเห็นคำว่า “บางลำภู” เจ้าหน้าที่เลยเล่าว่า แต่ก่อนย่านนี้เคยปลูกต้นลำพูมาก่อน แล้วก็ชี้ต้นลำพูให้ดู ส่วนคำว่า “ลำภู” ไม่มีความหมาย

เมื่อดูจบแล้ว ผมขอไปถ่ายกับเคาน์เตอร์เพราะทำได้สวยงามดี และก็สนใจเรื่องโลโก้ด้วย เพราะเห็นวางอยู่ในทุกๆ ที่ ผมดูแล้วมันเหมือนดอกไม้ เจ้าหน้าที่ก็บอกว่าใช่ นั่นคือ ดอกลำพู คนทำโลโก้ได้ให้ความหมายไว้ว่า วงกลมคือความเคลื่อนไหว ความมีชีวิต และวงทั้งหมดที่ซ้อนกัน เปรียบเสมือนชุมชนที่เกื้อหนุน สามัคคีช่วยเหลือกัน พอมองโดยรวมแล้ว คือดอกลำพูที่กำลังผลิแย้ม เต็มไปด้วยสีสันที่งดงามและทรงคุณค่า

ออกไปด้านนอก ผมเห็นมีพื้นที่โล่งใต้ถุนอาคารไม้ มีสนาม และมีห้องสมุดชุมชนบางลำพู เจ้าหน้าที่บอกว่า เป็นที่เปิดให้เด็กๆ ได้มาทำกิจกรรมสร้างสรรค์ในวันหยุด บางคนมาอ่านหนังสือ บางคนได้มาทำงานศิลปะ เล่นกีฬา ดูหนัง ฟังนิทานที่นี่ได้ เพิ่งเริ่มทำกิจกรรมในวันเสาร์ที่ 11 กรกฎาคม ที่ผ่านมา เด็กๆ คนไหนที่สนใจเข้ามาร่วมได้เลยครับ

ผมใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง ออกมาก็ได้เวลารับประทานอาหารเที่ยงพอดี แถวบางลำพูมีร้านอาหารน่าอร่อยมากมาย แต่ที่อิ่มอกอิ่มใจไปก่อนหน้านั้นแล้วก็คือการได้พาลูกมาเที่ยวโดยมีคุณปู่เป็นคนเล่าเรื่องให้ฟัง คุณพ่อผมบอกว่าอยากจะชวนเพื่อนๆ และญาติๆ ให้ได้มาดูเพื่อรำลึกความหลัง นิทรรศการทำได้ดีไม่น่าเบื่อ ทางเจ้าหน้าที่เลยขอเชิญให้คุณพ่อผมในฐานะเป็นคนบางลำพูมางานเปิดพิพิธภัณฑ์อย่างเป็นทางการและมาร่วมรับเสด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ ในวันศุกร์ที่ 21 สิงหาคมนี้ด้วย


ถ้าใครสนใจศึกษาชุมชนเก่าของพระนคร ผมว่าพิพิธบางลำพู เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่เดินดูสบายๆ ได้ความรู้และน่าสนใจ สนุกสำหรับทั้งเด็กและผู้ใหญ่เลยครับ 


น้าเมฆ

http://www.facebook.com/cloudbookfanpage

ผมเล็งที่จะพาลูกไป “พิพิธบางลำพู” ตั้งแต่ปิดเทอม แต่ชีวิตวุ่นวายจนในที่สุดลูกเปิดเทอมจนได้ เราเลยหาเวลาช่วงสุดสัปดาห์ไปแถวๆ ย่านบางพูก็แล้วกัน เที่ยวครั้งนี้ ผมกำหนดเลยว่าต้องพาคุณปู่คุณย่าไปด้วยเพราะคุณปู่ของเจ้าลูกชาย 16 ก.ค. 2558 15:00 16 ก.ค. 2558 17:43 ไทยรัฐ