วันเสาร์ที่ 18 สิงหาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ


ล้อมวงกินกลางสมุทร


วาฬเพชฌฆาตไม่เคยโลดแล่นอยู่ในวรรณกรรมตะวันตก แม้พวกมันจะดูคล้ายสัตว์ในตำนาน เจ้าของรูปร่างปราดเปรียว สีขาวดำตัดกันเหมือนแพนด้า และฟันแหลมคม แต่กลับไม่เคยได้รับบทตัวละครในวรรณกรรม ชิ้นเอกเรื่องใดเลย ไม่มีเรื่องราวของวาฬเพชฌฆาตที่เทียบได้กับโมบี ดิก วาฬสีขาวในวรรณกรรมคลาสสิก ก้องโลก ถึงกระนั้น พวกเราไม่น้อยก็มีภาพพวกมันอยู่ในใจ เพราะเคยเห็นจากภาพยนตร์ที่มีฉากการแสดงโชว์ของวาฬเพชฌฆาตตามสวนหรือพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำ บางคนมองว่า วาฬเพชฌฆาตในสถานเพาะเลี้ยงต้องทนทุกข์กับความบอบช้ำทางจิตใจเพราะไม่ได้ใช้ชีวิตอยู่ในธรรมชาติอย่างที่ควรจะเป็น

ความคิดอย่างหลังนี้ช่างน่าปวดใจ เพราะถ้าคุณมีโอกาสได้สัมผัสกับวาฬเพชฌฆาตในธรรมชาติ คุณจะสัมผัสได้ถึงสิ่งที่ขาดหายไปในการแสดงโชว์ นั่นคือจิตวิญญาณ ความฉลาดหลักแหลม ความสุข และปฏิภาณไหวพริบ

วันหนึ่งของเดือนมกราคมที่อากาศหนาวเหน็บ ฉันมีโอกาสได้อยู่ท่ามกลางเหล่าวาฬเพชฌฆาต (Orcinus orca) สีขาวสลับดำหลายร้อยตัว จริงๆ แล้วพวกมันไม่ใช่วาฬ หากเป็นโลมาขนาดใหญ่ที่สุดมากกว่า พวกมันแหวกว่ายตามกันอย่างรวดเร็วราวกับฝูงหมาป่าไปตามท้องน้ำของอันด์ฟยอร์ดเดนในนอร์เวย์ หลังและครีบหลังสูงตระหง่านทอประกายในแสงอาทิตย์อัสดงของดินแดนอาร์กติก ขณะที่พวกมันดำผุดดำว่ายและทำงานเป็นทีมเพื่อล้อมฝูงปลาเฮอร์ริงไว้ ก่อนจะทำให้มึนงงและจับกินเป็นอาหาร

นานๆ ครั้งวาฬเพชฌฆาตตัวหนึ่งจะใช้หางฟาดผิวน้ำ พวกมันทำเช่นเดียวกันเวลาอยู่ใต้น้ำซึ่งเปรียบเหมือนสัญญาณมรณะสำหรับปลาเฮอร์ริง ตามคำอธิบายของทีอู ซีมีแล นักชีววิทยาด้านซีเทเชียน (Cetacean) หรือสัตว์ทะเลเลี้ยงลูกด้วยนม และมีส่วนในการบุกเบิกการศึกษาวาฬเพชฌฆาตในนอร์เวย์ ทั้งยังเป็นผู้เชี่ยวชาญเกี่ยวกับกลยุทธ์การล่าที่เรียกว่า การล้อมวงกินแบบม้าหมุน (carousel feeding) ของวาฬเพชฌฆาต เธอขยายความว่า แรงกระแทกจากการฟาดหางไม่ได้ทำให้ปลาเฮอร์ริงตายเสมอไป แต่ก็อาจทำให้มึนงงจนกลายเป็นเป้านิ่งให้ถูกจับกินได้ง่ายๆ “สิ่งที่เราเห็นบนผิวน้ำเป็นเพียงเบาะแสที่บ่งบอกว่าเกิดอะไรขึ้นใต้ผิวน้ำ

“วาฬแต่ละตัวมีหน้าที่ของตัวเอง จะว่าไปก็เหมือนการเต้นบัลเลต์ พวกมันเคลื่อนไหวสอดประสานกันอย่างดี ต้องสื่อสารและตัดสินใจร่วมกันว่าจะทำอะไรต่อไป”

ทั้งๆ ที่ปลาเฮอร์ริงมีจำนวนมากมายมหาศาล แต่ก็ใช่ว่าวาฬเพชฌฆาตจะจับกินได้ง่ายๆ เพราะปลาเฮอร์ริงว่ายน้ำเร็วกว่าและเกาะกันเป็นกลุ่มก้อนแน่นหนาเหมือนกำแพงป้องกันการโจมตี วาฬเพชฌฆาตไม่สามารถทำแบบเดียวกับวาฬกรองกินที่พุ่งเข้าชาร์จเหยื่อพร้อมอ้าปากกว้างกลืนทั้งปลาและน้ำเข้าไปพร้อมกันได้ แต่พวกมันใช้วิธีต้อนเหยื่อให้เกาะกลุ่มกันแน่นเพื่อให้ง่ายต่อการควบคุมลักษณะเดียวกับสุนัขเลี้ยงแกะต้อนฝูงแกะ ซีมีแล อธิบายว่า “วาฬเพชฌฆาตต้องพยายามกันไม่ให้ปลาเฮอร์ริงดำหนีลงไปใต้น้ำ พวกมันจึงต้องคอยต้อนให้ปลาเฮอร์ริงว่ายขึ้นสู่ผิวน้ำและเกาะกลุ่มกันเหมือนลูกบอลยักษ์ด้วยการว่ายวนไปรอบๆ”

สมาชิกในฝูงวาฬเพชฌฆาตจะผลัดกันว่ายลงไปใต้ฝูงปลาเฮอร์ริงและว่ายวนเวียนขึ้นๆ ลงๆ เหมือนม้าหมุน พร้อมพ่นฟองอากาศออกมา ส่งเสียงร้อง และตีลังกาหงายท้องสีขาวเพื่อขู่ให้เหยื่อตกใจ ซึ่งทำให้ฝูงปลาเฮอร์ริงยิ่งว่ายเกาะกลุ่มกันแน่นขึ้น เมื่อฝูงวาฬเพชฌฆาตบีบวงล้อมเข้ามาเต็มพิกัด ปลาเฮอร์ริงจะพยายามหนีตายด้วยการกระโดดขึ้นมาเหนือผิวน้ำ “จนดูเหมือนทะเลกำลังเดือดปุดๆ เลยล่ะค่ะ” ซีมีแลบอก

เมื่อฝูงวาฬควบคุมฝูงปลาเฮอร์ริงได้อยู่หมัดแล้ว วาฬตัวหนึ่งในฝูงจะใช้หางฟาดเข้าที่บริเวณรอบนอกของฝูงปลาเฮอร์ริงเพื่อทลายปราการป้องกัน ก่อนจะลงมือกินอย่างเอร็ดอร่อย

การล้อมวงกินแบบม้าหมุนเป็นหนึ่งในหลายเทคนิคที่วาฬเพชฌฆาตใช้ล่าเหยื่อ นักวิทยาศาสตร์ บางคนรวมถึงซีมีแลมองว่า นี่เป็นแง่มุมหนึ่งใน “วัฒนธรรม” ของสัตว์ชนิดนี้ซึ่งรวมถึงกลยุทธ์หลายอย่างสำหรับใช้ล่าเหยื่อแต่ละชนิด ในอาร์เจนตินา วาฬเพชฌฆาตใช้วิธีพุ่งตัวขึ้นไปบนฝั่งเพื่อจับลูกสิงโตทะเลที่ไม่ทันระวังตัว ขณะที่ฝูงวาฬเพชฌฆาตในแถบแอนตาร์กติกาช่วยกันทำให้เกิดคลื่นลูกใหญ่จนซัดแมวน้ำตกลงมาจากแพน้ำแข็ง วาฬที่อายุน้อยกว่าจะเรียนรู้เทคนิคเหล่านี้จากวาฬที่อาวุโสกว่า

วาฬเพชฌฆาตเป็นสัตว์ในวงศ์เดลฟินิดี (Delphinidae) และเป็นซีเทเชียนที่อาศัยอยู่กระจัดกระจายมากที่สุดในบรรดาสัตว์ทะเลเลี้ยงลูกด้วยนมทั้งหมด แต่ถึงจะพบวาฬเพชฌฆาตได้ในทุกน่านน้ำมหาสมุทรและทุกละติจูด ตั้งแต่อาร์กติกลงไปจรดแอนตาร์กติกา พวกมันก็ยังคงเป็นปริศนา เราไม่รู้แม้กระทั่งว่า พวกมันมีอยู่ด้วยกันกี่ชนิดและมีกี่ชนิดย่อย (subspecies) จากจำนวนประชากรทั้งหมดที่ประเมินคร่าวๆ ว่าน่าจะมีอย่างน้อย 50,000 ตัว

ซีมีแลซึ่งศึกษาวาฬเพชฌฆาตในนอร์เวย์มาตลอด 20 ปี เฝ้าติดตามพวกมันทุกฤดูหนาว ขณะพวกมันมุ่งหน้าสู่ฟยอร์ดเพื่อไล่ล่าปลาเฮอร์ริง เธอและเพื่อนร่วมงานตะลุยถ่ายภาพวาฬเพชฌฆาตให้ได้มากที่สุดเพื่อให้สามารถระบุตัวได้ และยังดำลงไปใต้น้ำเพื่อถ่ายภาพพวกมันขณะกินเหยื่อ
ซีมีแลเล่าว่า “สมัยนั้นเราแทบไม่รู้อะไรเกี่ยวกับวาฬเพชฌฆาตพวกนี้เลย ผู้คนบอกต่อกันมาว่า พวกมันอันตรายและเป็นเหมือนศัตรูพืชแห่งท้องทะเล พวกมันกินปลาของเราจนหมด”

ชาวประมงยิงวาฬเพชฌฆาตทุกครั้งที่เห็น และคร่าชีวิตพวกมันไป 346 ตัว ระหว่างปี 1978 ถึงปี 1981 ซึ่งเป็นปีสุดท้ายของการล่าวาฬเพชฌฆาตเพื่อลดจำนวนประชากร (culling) อย่างไรก็ตาม ชาวนอร์เวย์จำนวนไม่น้อยยังคงมองว่า วาฬเพชฌฆาตเป็นเครื่องจักรสวาปามปลาเฮอร์ริงจนกระทั่งถึงปี 1992 ในปีนั้น สถานีโทรทัศน์แห่งหนึ่งได้แพร่ภาพวิดีโอการศึกษาวิจัยของซีมีแลมา ซึ่งแสดงให้เห็นว่าพวกมันค่อยๆ กินปลาเฮอร์ริงทีละตัวอย่างเอร็ดอร่อย ไม่ใช่กวาดต้อนกินเข้าไปทั้งฝูงอย่างตะกละตะกลาม

ดูเหมือนฝูงวาฬเพชฌฆาตที่สูญเสียสมาชิกไปจากการถูกยิง หรือมีสมาชิกที่ได้รับบาดเจ็บจากกระสุนหรือคมฉมวกจะไม่เคยลืมประสบการณ์เหล่านั้นเลย ซีมีแลเล่าว่า “เราเห็นแผลเป็นจากกระสุนบนวาฬเพชฌฆาตบางตัว เราไม่สามารถเข้าใกล้ฝูงเหล่านั้นได้เลยกระทั่งถึงตอนนี้ ทันทีที่พวกมันได้ยินเสียงมอเตอร์เรือ พวกมันจะว่ายหนีทันที”

ฝูงวาฬเพชฌฆาตใช้ระบบแม่ใหญ่หรือมีวาฬเพศเมียเป็นจ่าฝูง และซีมีแลคิดว่าบรรดา “แม่ผู้ชาญฉลาด” เหล่านี้สอนลูกๆ ให้หลีกเลี่ยงเรือประมง ซึ่งเปรียบเหมือนการสืบทอดความทรงจำของฝูงจากรุ่นสู่รุ่น ซีมีแลบอกว่า “ฉันไม่รู้ว่าพวกมันสื่อสารเรื่องนี้กันด้วยวิธีไหน บางทีอาจจะเป็นการที่จ่าฝูงพาตัวอื่นๆ หลบไปเวลาได้ยินเสียงมอเตอร์เรือก็เป็นได้”

ที่มา : ngthai เรื่อง เวอร์จิเนีย มอเรลล์ ภาพถ่าย พอล นิกเคลน

สารคดีไทยรัฐออนไลน์สัปดาห์นี้พาไปพบกับความสนุกและภาพสวยๆ ของวาฬเพชฌฆาตกัน... 16 ก.ค. 2558 12:31 16 ก.ค. 2558 13:40 ไทยรัฐ