วันศุกร์ที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
"ภัยแล้ง" วัดฝีมือรัฐบาล คสช.

"ภัยแล้ง" วัดฝีมือรัฐบาล คสช.

โดย สายล่อฟ้า
17 ก.ค. 2558 05:01 น.
  • Share:

คงต้องลุ้นกันอย่างหนักว่าจะมีฝนตกในระยะเวลาอันใกล้นี้หรือไม่ เพราะแม้เข้าสู่ฤดูฝนแล้ว แต่ปรากฏว่าไม่มาตามนัดจนเกิดภาวะ “ภัยแล้ง” ลุกลามไปทั่วประเทศ ไม่ว่าจะคนต่างจังหวัดหรือคนกรุงต่างก็หวาดหวั่นกันไปหมด

ต่างจังหวัดไม่ว่าจะเป็นภาคเหนือ อีสาน และกลาง ที่กำลังเดือดร้อนกันอย่างสาหัสเนื่องจากไม่มีนํ้าทำนา อีกทั้งยังขาดนํ้าอุปโภคบริโภคอีกด้วย

เป็นภัยธรรมชาติร้ายแรงในรอบ 100 ปีเลยทีเดียว

แน่นอนว่าคนไทยทุกคนไม่ใช่แค่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ เท่านั้น ต่างก็ภาวนาให้ฝนตก โดยเฉพาะบริเวณเหนือเขื่อนสำคัญ 4 แห่ง เพื่อจะได้มีนํ้าเข้าเขื่อนจึงจะสามารถระบายออกไปยังพื้นที่ต่างๆ ที่ได้รับความเดือดร้อน

เพราะมีการประเมินกันแล้วว่า 4 เขื่อนหลักจะต้องลดการระบายนํ้าให้น้อยลง ด้วยข้อจำกัดก็คือ หากปล่อยนํ้าเท่าเดิมก็จะทำให้จำนวนนํ้าจะหมดลงภายในวันที่ 3 ส.ค.58

เท่าที่มีการวิเคราะห์กันแล้วปรากฏการณ์ภัยแล้งครั้งใหญ่นี้ เนื่องจากมาจากธรรมชาติเกิดความเปลี่ยนแปลงโลกร้อนขึ้น ฤดูฝนที่จะต้องเกิดขึ้นในห้วงนี้กลับปรากฏว่าจะเลื่อนเวลาออกไปอีก 1 เดือน

นั่นก็หมายความฤดูกาลต่างๆของไทย ทั้งฤดูหนาว ฤดูร้อนและฤดูฝน จะเลื่อนออกไปอีก 1 เดือนจากปกติ

เหตุนี้จึงเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้ฝนตกไม่เป็นไปตามฤดูกาล จึงทำให้การเตรียมการเพื่อแก้ไขปัญหาจึงเกิดความผิดพลาด

เพราะมีการระบายนํ้าในเขื่อนหลักทั้ง 4 เขื่อน เพื่อเตรียมรับนํ้าฝนในฤดูกาลใหม่ แต่ปรากฏว่าฝนไม่ตกทำให้นํ้าในเขื่อนแห้งลงไปเรื่อยๆ จนเกิดปัญหาในการบริหารจัดการนํ้าทันที

ในระยะแรกที่เกิดปัญหารัฐบาลและหน่วยงานที่รับผิดชอบคง

ไม่คิดว่า “ภัยแล้ง” จะรุนแรงขนาดนี้ การเตรียมการต่างๆ จึงดำเนินการไปตามปกติ แต่เมื่อฝนไม่ตกอย่างที่คาดการณ์เอาไว้ก็เลยเละไปหมด

ไม่ต่างไปจากวิกฤตินํ้าท่วมเมื่อปี 2554 จะต่างกันก็คือนํ้ามากไปกับไม่มีนํ้า

เวลานี้นายกฯได้กระโดดลงมาบัญชาการเพื่อแก้ไขปัญหาด้วยตนเองก็เป็นเรื่องที่มีความจำเป็นจะต้องทำเช่นนั้น เพราะเป็นปัญหาของประชาชนทั้งประเทศ ขืนปล่อยให้แต่ละกระทรวงที่รับผิดชอบทำกันเอง แก้กันเอง ก็คงเป็นอย่างที่เห็นๆ กันอยู่

เมื่อนายกฯลงมาเล่นเอง สิ่งที่เห็นก็คือบรรดารัฐมนตรี ข้าราชการในกระทรวงรับผิดชอบอยู่นิ่งไม่ได้แล้ว เพราะมีการคาดโทษเอาไว้ โดย เฉพาะมหาดไทยและเกษตรฯ ที่มีหน้าที่โดยตรง

เนื่องจากปัญหาที่เกิดขึ้นไม่ใช่แก้กันแบบรูทีนไปวันๆ แต่มันเป็นเรื่องใหญ่ที่จะต้องระดมสรรพสิ่งเพื่อแก้ไข ทั้งต้องวางแผนบริหารจัดการนํ้าทั้งระบบ การเข้าช่วยเหลือประชาชนทั้งด้านการเกษตรและนํ้ากินนํ้าใช้

จะต้องมีการตั้ง “วอร์รูม” เพื่อแก้ไขปัญหาทั้งระบบ

พอเข้าไปสู่รายละเอียดก็ปรากฏว่ามีปัญหาในด้านการจัดการเมื่อพบว่าที่รัฐบาลสั่งให้มีการขุดบ่อบาดาลไปแล้วตั้งแต่ต้น กลับปรากฏว่าไม่เป็นไปตามที่สั่งการ คือขุดบ่อบาดาลได้น้อยมากไม่ทันต่อความ
ต้องการ ก็เลยต้องเด้งอธิบดีนํ้าบาดาลพ้นจากตำแหน่ง

นั่นแสดงให้เห็นว่าการทำงานเพื่อแก้ไขปัญหาต่างๆ มีความหละหลวม ไม่กระตือรือร้นอย่างที่ควรจะเป็นไป ไม่ว่าจะเป็นรัฐมนตรีหรือข้าราชการ ปัญหาจึงลุกลามบานปลายรอแต่ให้ฝนตกเท่านั้น

เห็นมีแต่ “ทหาร” เท่านั้นที่เข้าไปแก้ไขปัญหาโดยตรง เพราะมีความพร้อมทุกอย่าง ทั้งเครื่องไม้เครื่องมือ บุคลากร และมีการสั่งการที่ชัดเจน

การขาดการประสาน จัดการปัญหาอย่างเป็นระบบ ความเป็นเอกภาพระหว่างหน่วยงานต่างๆ การวางตัวบุคคลที่รับผิดชอบไม่ตรงกับงาน

จากนี้ไปก็ต้องดูว่าจะ “เอาอยู่” หรือไม่ เป็นเดิมพันของรัฐบาล คสช.เลยทีเดียว.

“สายล่อฟ้า”

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้