วันศุกร์ที่ 21 กันยายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ข้อเท็จจริงกับความจริง

กระทรวงการต่างประเทศได้ทำหนังสือชี้แจง กรณีมีข่าว อียู คว่ำบาตร หรือ บอยคอต ประเทศไทย โดยแนบสำเนา ปฏิเสธการคว่ำบาตรประเทศไทยของคณะผู้แทนสหภาพยุโรปประจำประเทศไทย ไว้ด้วย

โดยชี้แจงถึงประเด็นดังกล่าว ไม่ตรงกับข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น จึงเกรงว่าจะทำให้สาธารณชนเข้าใจผิดและตีความคลาด เคลื่อนไปว่า สหภาพยุโรปตัดความสัมพันธ์กับไทยทุกๆด้าน และระงับการเยือนไทยทุกระดับ

ทั้งนี้ คณะผู้แทนสหภาพยุโรปประจำประเทศไทยได้ชี้แจงในหน้าเฟซบุ๊ก Europran Union in Thailand ว่าตามที่มีรายงานข่าวว่าสหภาพยุโรปได้คว่ำบาตรประเทศไทยนั้น คณะผู้แทนสหภาพยุโรปประจำประเทศไทย ขอชี้แจงว่าไม่เป็นความจริง และรายงานดังกล่าวอ้างถึงผลสรุปการประชุม คณะมนตรีสหภาพยุโรป ที่รับรองเมื่อวันที่ 23 มิ.ย.2557 และยังไม่มีผลสรุปใหม่ใดๆ

ก่อนหน้านี้ ทาง อียู ได้แถลงการณ์เรียกร้องให้ รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ปล่อยตัวนักศึกษาที่ออกมาเคลื่อนไหวทางการเมือง ซึ่ง พล.อ.ประยุทธ์ได้ชี้แจงว่า รัฐบาลไทยต้องทำตามกฎหมายบ้านเมือง

การเฝ้าระวังจากต่างประเทศต่อการปกครองในระบอบประชาธิปไตยของประเทศไทยต้องยอมรับความจริงว่า ทั้ง อียู หรือสหรัฐฯ ได้แสดงการกดดันในหลายรูปแบบหลายวิธี ซึ่งก็เป็นเรื่องปกติ สำหรับรัฐบาลที่มาจากการยึดอำนาจ ไม่ว่าจะเป็นประเทศใดก็ตาม

เป็นความจริงที่ต้องยอมรับ

หรือมติของคณะมนตรีสหภาพยุโรปที่กล่าวถึงก็ได้ระบุไว้ชัดเจนว่า จะมีความสัมพันธ์กับประเทศไทยเป็นปกติอีกครั้งหลังจากที่ประเทศไทยก้าวเข้าสู่ระบอบประชาธิปไตย มีการเลือกตั้งและมีรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง

ก็เป็นเรื่องจริงเช่นกัน

หลังการยึดอำนาจ รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ พยายามทำความเข้าใจกับต่างประเทศถึงเหตุจำเป็นที่กระทำการดังกล่าว และไม่มีการสูญเสียเกิดขึ้น ซึ่งก็เป็นเรื่องจริง หากไม่ดำเนินการอาจเกิดสงครามกลางเมืองและเกิดการสูญเสียขึ้น แต่โดยหลักการแล้ว ประเทศโลกเสรีประชาธิปไตย จะยอมรับรัฐบาลที่มาจากการยึดอำนาจไม่ได้

บทบาท หน้าที่ ภาระความจำเป็น ทุกอย่างมีเหตุมีผล ทุกเรื่องที่เกิดขึ้นในประเทศไทยเวลานี้ไม่ว่าจะเป็นการถูกจับตาเรื่องการละเมิดสิทธิมนุษยชน การปักธงแดงกรมการบินพลเรือน การชะลอการนำเข้าสินค้าจากประเทศไทย การงดความช่วยเหลือความร่วมมือในด้านต่างๆ แล้วแต่จะตีความว่าเป็นการบอยคอตหรือไม่

ล้วนไม่มีผลดีกับประเทศไทย

การยอมรับความจริงกับข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นบางเรื่องอาจจะสวนทางกันหรือเปลี่ยนแปลงไปตามสถานการณ์ได้ แต่โดยรวมแล้ว การยึดถือผลประโยชน์ส่วนรวม ภาพพจน์ความน่าเชื่อถือของประเทศ สำคัญกว่าเหตุผลอื่นใด.

หมัดเหล็ก
mudlek@hotmail.com

16 ก.ค. 2558 10:34 16 ก.ค. 2558 10:34 ไทยรัฐ