วันศุกร์ที่ 17 สิงหาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

คนไทยต้องปันส่วนน้ำใช้แล้ว

การบริหารจัดการน้ำที่ผิดพลาดของรัฐบาล ส่งผลให้ ประเทศไทย ที่เคยเป็น อู่ข้าวอู่น้ำ ต้อง “ปันส่วนน้ำใช้” เพื่อแบ่งกันกินแบ่งกันใช้แล้ว เมื่อ คณะรัฐมนตรี มีมติให้ 4 เขื่อนใหญ่ลุ่มเจ้าพระยา ที่เป็นแหล่งปลูกข้าวเกษตรกรรมหลักของไทย ลดการปล่อยน้ำจากเขื่อนวันละ 28 ล้าน ลบ.ม. เหลือ 18 ล้าน ลบ.ม. เพื่อให้มีน้ำใช้เพื่อการ “อุปโภคบริโภค” เท่านั้น

เรียกว่า เข้าขั้นวิกฤติร้ายแรงจริงๆ อีกหลายจังหวัดอาจไม่มีน้ำดิบทำน้ำประปา

พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีมหาดไทย แถลงถึงมติ ครม.ว่า การลดการปล่อยน้ำจาก 4 เขื่อนใหญ่ จะเริ่มตั้งแต่ 16 กรกฎาคมเมื่อวานนี้เป็นต้นไป “จึงขอเรียนสื่อมวลชนช่วยประชาสัมพันธ์ด้วยว่า ไม่สามารถปล่อยน้ำช่วยเกษตรกรได้เลย ตอนนี้รัฐบาลต้องดูแลน้ำอุปโภคบริโภคเท่านั้น และขอร้องว่า ท่านสูบน้ำไม่ได้ ยังไงก็สูบไม่ได้ เพราะน้ำไม่พอ เพราะอาจเกิดวิกฤติช่วงปลายเดือนกรกฎาคมได้”

วันนี้ประเทศไทยถึงขั้นต้อง “แบ่งปันน้ำ” กันแล้วจริงๆ ข้าวปลาจะถูกปล่อยให้แล้งตายคานา เพื่อเอาน้ำไปให้ประชาชนได้บริโภคก่อน ถ้าถึงสิ้นเดือนนี้แล้วยังแล้งอีก ไม่รู้ว่าอาจจะถึงขั้นต้องแบ่งปันน้ำดื่มน้ำใช้หรือไม่

ช่างเป็นอนาคตที่ว้าเหว่จริงๆ

ทุกอย่างที่เกิดขึ้นในวันนี้ ล้วนเกิดจาก การบริหารจัดการน้ำผิดพลาด ทั้งสิ้น

ดร.ทองเปลว กองจันทร์ ผู้อำนวยการสำนักบริหารจัดการน้ำ กรมชลประทาน บอกกับสื่อว่า พื้นที่ลุ่มน้ำเจ้าพระยามี 36 จังหวัด มีพื้นที่รับน้ำใต้ 4 เขื่อนหลัก (เขื่อนภูมิพล เขื่อนสิริกิติ์ เขื่อนแควน้อย เขื่อนป่าสัก–ชลสิทธิ์) 22 จังหวัด 157,925 ตร.กม. มีฝนตกเฉลี่ยปีละ 1,140.8 มม. คิดเป็นปริมาตรน้ำ 33,130 ล้าน ลบ.ม.ต่อปี ลุ่มเจ้าพระยาตอนบนมีปริมาตรน้ำ 26,000 ลบ.ม. พื้นที่ทั้งหมด 4.59 ล้านไร่ ลุ่มเจ้าพระยาตอนล่างมี 7.5 ล้านไร่ รวม 12 ล้านไร่ แต่รับน้ำจริง 9.5 ล้านไร่

สถิติน้ำต้นทุนและความต้องการใช้น้ำปี 2551-2552 เฉลี่ยที่ 12,000 ล้าน ลบ.ม. ถ้าน้ำลุ่มเจ้าพระยาอยู่ที่ 9,700–10,000 ล้าน ลบ.ม.ต่อปี จะบริหารจัดการน้ำได้ง่าย ถ้าต่ำกว่านี้จะบริหารยาก

จากข้อมูลของ ดร.ทองเปลว แสดงว่า กรมชลประทาน รู้เรื่องสถานะน้ำใน 4 เขื่อนหลักมาตลอด แต่ก็ยังปล่อยให้วิกฤติน้ำเกิดขึ้น ไม่มีการบริหารจัดการ และไม่มีการเตือนไปยัง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ผู้รับผิดชอบโดยตรง จนถึงวันนี้ที่ คณะรัฐมนตรี มีมติให้ “แบ่งปันน้ำใช้” กันแล้ว ทั้ง รัฐมนตรีเกษตรฯ และ อธิบดีกรมชลประทาน ก็ยังนั่งอยู่ในตำแหน่งหน้าตาเฉย ไม่มีใครแสดงความรับผิดชอบต่อความเสียหายร้ายแรงที่เกิดขึ้น จากการบริหารงานที่บกพร่องทั้งคู่

ถ้าเป็นอย่างนี้ บิ๊กตู่ จะไป ปฏิรูปประเทศ เรียกร้อง คุณธรรม จริยธรรม ความรับผิดชอบ จาก นักการเมือง ได้อย่างไร ในเมื่อรัฐบาลเองก็ไม่ได้แสดงความรับผิดชอบอะไร ทั้งที่เกษตรกร 12 ล้านไร่ในลุ่มน้ำเจ้าพระยา ไม่มีน้ำทำการเกษตร เกิดจากการบริหารจัดการน้ำที่ผิดพลาดของรัฐบาล

ยิ่งฟัง ดร.เสรี ศุภราทิตย์ ผู้อำนวยการศูนย์การเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศและภัยพิบัติ มหาวิทยาลัยรังสิต เสนอแนวทางแก้ปัญหาแล้ว ประชาชนก็ยิ่งผวา ท่านเสนอให้มีการ “ปันส่วนน้ำ” แบบไต้หวัน จากเบาไปหาหนัก เช่น ลดแรงดันน้ำหรือลดการผลิตน้ำลง 10% จำกัดการใช้น้ำรายใหญ่ เช่น ห้ามเกิน 1,000 ลบ.ม.ต่อเดือน (สนามบินสุวรรณภูมิใช้น้ำประปา 5 แสน ลบ.ม.ต่อเดือน) สุดท้ายคือหยุดและหมุนเวียนจ่ายน้ำ

วิกฤติการขาดแคลนน้ำของไทยจะรุนแรงขนาดไหน จะถึงขั้นตอนปันส่วนน้ำแบบไต้หวันหรือไม่ เดือนหน้าก็รู้

เมื่อน้ำเหลือน้อยขนาดนี้ ประชาชนและเกษตรกรก็ไม่มีทางเลือก นอกจากรอรับชะตากรรม ถ้าฝนฟ้าไม่มา อนาคตผมยังนึกไม่ออก ประเทศไทยจะเป็นยังไง จะมีสงครามแย่งน้ำเกิดขึ้นเหมือนในภาพยนตร์หรือไม่ รุนแรงและน่าเป็นห่วงนะครับ.

“ลม เปลี่ยนทิศ”

16 ก.ค. 2558 10:30 16 ก.ค. 2558 10:30 ไทยรัฐ