วันอาทิตย์ที่ 19 สิงหาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

บทเรียนจากจิงโจ้

นิทานเรื่อง “จิงโจ้กระโดดสูง” เรื่องนี้ ผมได้มาจากหนังสือ “เรื่องคมๆ ความหมายชวนคิด (สำนักพิมพ์อินสไปร์ สุริยเทพ ไชยมงคล เรียบเรียง) เคยเขียนไปแล้ว ในสถานการณ์ภัยแล้ง วันนี้ อยากเอามาเล่าอีกครั้ง

วันหนึ่ง ผู้ดูแลสวนสัตว์ ก็พบว่าจิงโจ้ กระโดดออกมาจากคอก

ผู้ดูแลประชุมทีมงาน หารือกันแล้ว ก็เห็นพ้องต้องกัน คอกจิงโจ้นั้นเตี้ยเกินไป ตกลงกัน ปรับขนาดของรั้วคอก จาก 10 เมตร เป็น 20 เมตร

เหน็ดเหนื่อยกับการเพิ่มขนาดรั้วคอกไปแล้ว วันรุ่งขึ้นพวกเขาก็พบว่า จิงโจ้ก็ยังออกมานอกคอกได้อีก

พวกเขาก็ใช้วิธีเดิม เพิ่มความสูงของรั้วขึ้นไปเป็น 30 เมตร ระดับความสูงของรั้วขนาดนี้ เชื่อแน่ว่า ขนาดร่างกาย ความสูง ความแข็งแรง ของจิงโจ้...แค่ไหน ก็คงกระโดดข้ามไม่พ้น

วันที่ 3 ผลลัพธ์ยังออกมาเหมือนเดิม จิงโจ้ยังออกไปลอยนวลนอกคอกได้อีก

ผู้ดูแลสวนสัตว์ นัดประชุมใหญ่ ปัญหาของเขาอยู่ที่การตัดสินใจ เพิ่มรั้วให้สูงถึง 100 เมตร นี่เป็นการลงทุนครั้งสำคัญ ที่เขาคิดว่าคุ้ม เพราะยังไง ก็ไม่เห็นวี่แวว ว่าจิงโจ้ จะข้ามมันไปได้

คนดูแลสวนสัตว์และลูกน้อง เหน็ดเหนื่อยกับการเพิ่มความสูงของรั้วคอก...ในวันที่ 4 คืนนั้น พวกเขาหลับฝันดี...แต่เมื่อตื่นขึ้นมา เช้าวันที่ห้า พวกเขาก็พบสิ่งมหัศจรรย์

จิงโจ้ยังออกไปอยู่นอกคอก ได้เหมือนเดิม

คนเล่าเรื่องนี้ ไม่ยอมให้พวกคน คนที่ดูแลสวนสัตว์ ได้แสดงในฉากจบนิทาน เขาให้กล้อง เปลี่ยนมุมไปมอง...ให้พวกจิงโจ้คุยกันเอง

“มาพนันกันมั้ย...คนพวกนี้จะต่อรั้วให้สูงขึ้นไปอีกรึเปล่า” จิงโจ้ผู้เฒ่าเปรย สีหน้าแววตายิ้ม

“ถึงต่อได้...ก็ไม่มีปัญหาให้พวกเราหรอก”

จิงโจ้หนุ่มหัวเราะร่า “ถ้าคนพวกนี้ ยังคงลืมปิดประตูคอก เหมือนทุกครั้ง”

จบนิทานเรื่องคมๆแล้ว สุริยเทพ ไชยมงคล อธิบายความหมายชวนคิดว่า เรื่องราวต่างๆ ล้วนมีต้นสายปลายเหตุ การลืมปิดประตูคอกเป็นต้นเหตุ ส่วนการเพิ่มความสูงของรั้วคอกเป็นปลายเหตุ

คนดูแลมัวแต่สนใจเรื่องปลายเหตุ จึงแก้ปัญหาไม่ตก

การบริหารจัดการที่ดีคืออะไร ก็คือการค้นหาต้นเหตุ เรียงลำดับความสำคัญของปัญหา และลงมือแก้ไขไปตามความเร่งด่วน คนส่วนใหญ่ มักเป็นเช่นคนดูแลสวนสัตว์ มักมองอะไรแคบๆ มัวเพ่งเล็งแต่เรื่องหยุมหยิม ทำให้มองไม่เห็นต้นตอปัญหา ทั้งที่เป็นคนขยัน

แม้เป็นคนขยัน แต่สิ่งที่ผิดพลาดสำคัญ ก็คือเผลอคิดว่าตัวเองรู้ทุกอย่าง ทั้งๆที่ไม่รู้อะไรเลย

เรื่องน้ำแล้ง ปัญหาใหญ่เฉพาะหน้าของคนไทยตอนนี้...หันไปทางไหน ก็เจอแต่จะแย่ง จะแบ่งน้ำ ให้แค่ไหน อย่างไร น้ำดิบทำน้ำประปา...ขาด...ก็ออกแรงไปขุดคลอง เริ่มการผลิตน้ำประปาให้คนกินคนใช้ต่อไป

แต่จะกินจะใช้ได้สักกี่วัน

หากฝนยังตกเหนือเขื่อน...น้ำต้นทุนติดลบ...ต่อไป และหากโลกยังร้อน...เช่นนี้ การติดลบไม่ใช่จะเกิดมีในปีนี้ จะยังมีในปีต่อไป ล้วนแล้ว แต่เพ่งแก้ปัญหาที่ปลายทาง

หากจะว่าไป เสียงบอกให้แก้ที่ต้นทาง ก็เริ่มมี...เพียงแต่ฟังดูเหมือนเสียงของความอับจน...สิ้นหนทาง...ผมได้ยินทั้งนายกฯ ทั้งรัฐมนตรีเกษตร...เปรยๆออกมา แต่...ไม่มีคนสนใจฟัง

ต้นทาง...ต้นเหตุปัญหา ของการขาดน้ำ...จริงๆ ก็คือ การใช้...ถึงเวลาหรือยัง ที่จะทบทวนกันว่า คนไทยใช้น้ำสิ้นเปลือง...อย่างไร

เราเป็นเมืองอู่ข้าวอู่น้ำ...แต่ตอนนี้ เมืองธัญบุรี เมืองข้าวขาดน้ำ กำลังเสี่ยง กับการไม่มีน้ำใช้

เมืองธัญบุรี เมืองปทุมธานี มีปัญหาน้ำ แน่นอน ส่งสัญญาณ มาถึงคนกรุงเทพฯเมืองสวรรค์ มีเค้าลางเทวดาจะตกสวรรค์ จะแห่นางแมว จะปั้นเมฆเสกคาถา ให้ฝนเทลงมาๆ ก็คงไม่ทันเสียแล้ว.

กิเลน ประลองเชิง

16 ก.ค. 2558 10:07 16 ก.ค. 2558 10:07 ไทยรัฐ