วันศุกร์ที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
โต้แย้ง คตร. (3)

โต้แย้ง คตร. (3)

โดย ซี.12
17 ก.ค. 2558 05:01 น.
  • Share:

ประเด็นของการตรวจสอบการดำเนินการของสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ หรือ สปสช.นั้น

การตรวจสอบของคณะกรรมการติดตามและตรวจสอบการใช้จ่ายงบประมาณภาครัฐ หรือ คตร.ที่มี พลเอก อนันตพร กาญจนรัตน์ เป็นประธาน กับรายงานผลการตรวจติดตามและตรวจสอบการดำเนินการของสำนักงานหลักประกันสุขภาพ ของคณะกรรมการพิจารณาประเด็นข้อกฎหมายเพื่อสร้างความชัดเจนในการบริหารจัดการเงินกองทุนหลักประกันสุขภาพแห่งชาติที่มี นายวินัย ดำรงค์มงคลกุล ผู้ตรวจการอัยการเป็นประธาน ยังมีอีกที่เห็นไม่ตรงกัน

ประเด็นบริการสร้างเสริมสุขภาพและป้องกันโรค ยังมีเรื่องเกี่ยวกับการใช้จ่ายเงินงบบริการสร้างสุขภาพและป้องกันโรคของสำนักงานสาขาจังหวัด (สสจ.) ขัดต่อวัตถุประสงค์ตามกฎหมาย

ทาง คตร.ตรวจสอบพบว่า คณะกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ยังมิได้ใช้อำนาจตามมาตรา 18 (3) เพื่อกำหนดประเภทและขอบเขตในการให้บริการสาธารณสุขด้านสร้างเสริมสุขภาพและป้องกันโรค แต่ได้มีการประกาศกำหนดให้นำกฎหรือระเบียบของกระทรวงสาธารณสุขที่เกี่ยวข้องกับการสร้างเสริมสุขภาพมาใช้บังคับโดยอนุโลม

ประเด็นนี้คณะกรรมการชุดหลัง เห็นว่า สปสช.จะดำเนินการเสนอให้คณะกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติใช้อำนาจตาม มาตรา 18 (3) เพื่อกำหนดประเภทและขอบเขตในการให้บริการสาธารณสุขด้านการสร้างเสริมสุขภาพและป้องกันโรคให้ชัดเจนโดยเร็ว จึงไม่จำเป็นต้องพิจารณาประเด็นนี้

นี่แปลว่ากำลังจะทำให้ถูกโดยเร็ว แต่ตอนนี้ก็ยังไม่ถูกอยู่ใช่ไหม

อีกประเด็นหนึ่ง จากการตรวจสอบการใช้จ่ายเงินงบบริการสร้างเสริมสุขภาพและป้องกันโรคสำหรับบริการพื้นฐานของหน่วยบริการและเครือข่ายหน่วยบริการ คตร. พบว่ามีการนำเงินไปใช้ในโครงการหรือกิจกรรมต่างๆหลายรายการ เป็นเหตุให้เกิดความเสียหายแก่กองทุนและประชาชนเสียโอกาส ที่จะได้รับการบริการที่มีคุณภาพได้มาตรฐานทางการแพทย์

แต่คณะกรรมการชุดหลังเห็นว่า การจ่ายเงินงบบริการสร้างเสริมสุขภาพและป้องกันโรคสำหรับบริการพื้นฐานของหน่วยบริการ เป็นค่าใช้จ่ายเพื่อบริการสาธารณสุข เมื่อ สปสช.จ่ายค่าใช้จ่ายเพื่อบริการสาธารณสุขแก่หน่วยบริการแล้ว เงินดังกล่าวย่อมถูกโอนเข้าบัญชีเงินบำรุงหรือบัญชีเงินรายรับของหน่วยบริการ และการใช้จ่ายเงินเหมาจ่ายดังกล่าว ก็จะเป็นไปตามกฎ ระเบียบภายในของส่วนราชการต้นสังกัดนั้นๆจะกำหนดได้

ดังนั้น คณะกรรมการฯจึงเห็นว่า การที่หน่วยบริการนำเงินไปใช้ในโครงการหรือกิจกรรมต่างๆหลายรายการตามระเบียบเงินบำรุงจึงสามารถดำเนินการได้ และไม่เป็นเหตุให้เกิดความเสียหายแก่กองทุน หรือทำให้ประชาชนเสียโอกาสที่จะได้รับการบริการที่มีคุณภาพได้มาตรฐานทางการแพทย์แต่อย่างใด

เมื่อเป็นเช่นนี้จะให้เข้าใจว่าสิ่งที่ คตร.ตรวจพบและระบุว่าเกิดความเสียหายนั้นไม่เป็นไร เพราะมีระเบียบภายในที่ คุณหมอคนดี จะช่วยกันกำหนดอย่างไรก็ได้กระนั้นหรือ

ลงว่าให้คนที่ไว้ใจได้ลงไปตรวจพบความผิดแล้วยังมาตั้งกรรมการตรวจใหม่ให้ไม่ผิดกันจนได้อย่างนี้ เพราะรัฐบาลไม่อาจจะจัดการอย่างตรงไปตรงมาได้ละก็เห็นจะสิ้นหวังกันแล้วกระมังสำหรับการปฏิรูปปฏิสังขรณ์อะไรนั่น.

“ซี.12”

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้