วันศุกร์ที่ 17 สิงหาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ความผิดใคร

เรื่องของ นายธนพล พงศ์สุทธิยากร อายุ 25 ปี ซึ่งนายสมพงษ์ บิดาขอความเป็นธรรมว่า นายธนพลขับรถ จยย.บิ๊กไบค์กับกลุ่มเพื่อนมอบสิ่งของช่วยเหลือผู้ยากไร้และทุนการศึกษาให้โรงเรียนที่ อ.ท่าสองยาง จ.ตาก

ขณะขับขี่ จยย.ประสบอุบัติเหตุรถล้มเอง ที่เส้นทางจุดอันตราย 105 แม่สอด-แม่ต้าน อ.ท่าสองยาง ทำให้บาดเจ็บขาซ้ายหัก จึงนำส่ง รพ.แม่สอด จ.ตาก ได้ผ่าตัด ต่อเส้นเอ็น และต่อนอตขาข้างที่หัก

วันรุ่งขึ้นขอเคลื่อนย้ายผู้ป่วย ส่งตัวไปรักษาต่อที่ รพ.ศรีสวรรค์ จ.นครสวรรค์ เพื่อความสะดวกและมีแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ พอย้ายมาขาข้างที่หักช่วงข้อเท้าเริ่มเป็นสีม่วง

แพทย์ได้นำตัวเข้าห้องผ่าตัดเพื่อเอาแม็กซ์ที่เย็บแผลออก เพื่อให้เลือดที่คั่งไหลออก พร้อมกรีดเนื้อแผลเพิ่ม ตรงหน้าเท้า 3 รอย แพทย์บอกเพื่อระบายเลือดที่คั่งออก ขุดเนื้อเน่าออกทุกครั้งที่ล้างแผลกว่า 7 วัน

เมื่อเปิดผ้าปิดแผลออกมีกลิ่นเหม็นของเน่าออกมาทั่วห้อง สอบถามแพทย์ได้คำตอบว่า ถ้าเนื้อแผลเน่าก็ต้องกรีดเนื้อทิ้งไปเรื่อยๆ อาจจะเป็นเนื้อเน่าเก่า ต้องดูไปเรื่อยๆ ต้องสู้กันซักตั้ง

ไม่ได้พูดถึงภาวะเส้นเลือดอุดตัน หรือตรวจจับชีพจรเส้นเลือดว่าดีอยู่หรือไม่

ใบบันทึกแพทย์ไม่มีตรวจจับชีพจรการเต้นของเส้นเลือดเท้าขาที่เจ็บ

ประมาท เลินเล่อ ของแพทย์ผู้รักษาหรือไม่

ผู้ป่วยไม่แน่ใจในการรักษาของแพทย์ตัดสินใจย้ายเข้ารักษาต่อที่ รพ.พญาไท 1 ผลตรวจพบว่า คนไข้มีปัญหาและการบาดเจ็บของเส้นเลือดสำคัญบริเวณข้อเท้า ได้ตรวจเช็กดูเส้นเลือดปรากฏว่า เส้นเลือดอุดตัน เส้นเอ็นบริเวณเท้ามีปัญหา 2 เส้น เส้นหนึ่งตรงหน้าเท้าขาดสะบั้น อีกเส้นบริเวณตาตุ่มด้านนอกเท่าเส้นเลือดอุดตัน

แพทย์แจ้งว่าการต่อเส้นเลือด ซ่อมเส้นเอ็น มีเพียง 50 เปอร์เซ็นต์ ที่เหลือต้องทำใจ อาจเสียข้อเท้า เนื่องจากละเลยเส้นเลือดจนเนื้อเน่าเสีย หมอรีบผ่าตัดนำเส้นเลือดดำของเท้าขวามาต่อ ตัดเนื้อที่เน่าทิ้งจนหมด


ต้องใช้เวลารักษานานกว่า 1 ปี ต้องเสียเงินกว่า 3 ล้านบาท

ทั้งๆที่แผลก็ไม่ใหญ่โต

แพทย์บอกว่า ถ้าหมอที่รักษาก่อนหน้าเฉลียวใจดูชีพจรของเส้นเลือดที่ขาข้างบาดเจ็บสักนิดแผลคงไม่บานปลายขนาดนี้ นับเป็นการเผอเรอ (ขาดความเอาใจใส่ในสิ่งที่ทำ) และเลินเล่อ (ไม่ระวังดูแลให้รอบคอบ)

คือมาตรฐานทางการแพทย์ที่มีตำราการรักษาอยู่แล้ว ในรายที่เกิดอุบัติเหตุ ภาษาทางแพทย์ว่าไว้ ไม่ว่าจะถูกแทงถูกเสียบ บาดเจ็บด้วยแรงสะเทือน แพทย์ต้องเช็กเส้นเลือดเป็นอย่างแรก ก่อนรักษาขั้นตอนต่อไป

ไม่คิดถึงภาวะเส้นเลือดอุดตัน ประมาท เลินเล่อ ไม่มีความรู้ เหมือน คนตาบอดมองไม่เห็นการรักษา

ไม่ใช่คนไข้รายแรกที่เกิดขึ้นจากโรงพยาบาล ถ้าหมอใส่ใจ ไม่เผอเรอ ในการตรวจ อีกหลายคนคงไม่ต้องโดนตัดขา แต่คนไข้รายนี้ไหวตัวทันรีบรักษา ขณะนี้พอเดินได้ แต่ก็หมดค่ารักษาไป 3 ล้านบาท แลกขาข้างหนึ่ง

แลกบทเรียนชีวิตกับหมอที่วินิจฉัยโรคผิดๆ.

“เพลิงพยัคฆ์”
pluengpayak@thairath.co.th 

16 ก.ค. 2558 09:13 16 ก.ค. 2558 09:13 ไทยรัฐ