วันพฤหัสบดีที่ 18 ตุลาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
ขึงไฟช็อตฆ่าสลด3ช้างป่าซากขึ้นอืด

ขึงไฟช็อตฆ่าสลด3ช้างป่าซากขึ้นอืด

  • Share:
คนงานอาศรมรับสิ้นวางเองกันสัตว์กินพืช

ช้างป่าแก่งกระจานนอนตายเกลื่อนคาป่าอย่างมีเงื่อนงำ 3 ตัวรวด ในพื้นที่ ต.ห้วยสัตว์ใหญ่ อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ เจ้าหน้าที่นำซากช้างส่งไปผ่าพิสูจน์ไม่พบสารพิษ ขณะเดียวกัน ตำรวจนำตัวคนงานอาศรมบูรพา ที่เกิดเหตุช้างป่าตายมาสอบสวน ยอมรับต่อสายไฟป้องกันสัตว์ป่าบุกรุกเข้ามากัดกินทำลายพืชไร่จนช้างป่าโดนไฟช็อตตาย พร้อมยึดสายไฟของกลางถูกนำไปซุกซ่อนไว้หลังเกิดเหตุ คุมตัวเค้นสอบเครียด

เหตุสลดใจช้างป่าแก่งกระจานล้มตายปริศนาคาป่าถึง 3 ตัวรวดครั้งนี้ เปิดเผยเมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 15 ก.ค. เจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน จ.เพชรบุรี ได้รับแจ้งจากชาวบ้านพบซากช้างป่านอนตาย 3 ตัว บริเวณกลางป่าในพื้นที่ของอาศรมบูรพา หมู่ 1 บ้านเฉลิมเกียรติพัฒนา ต.ห้วยสัตว์ใหญ่ อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ ซึ่งเป็นพื้นที่โครงการพระราชดำริ หมู่บ้านสหกรณ์ห้วยสัตว์ใหญ่ จึงรายงานให้นายกมล นวลใย หัวหน้าอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน นำกำลังเจ้าหน้าที่อุทยานฯเดินทางไปตรวจสอบ



เมื่อถึงพบภาพสลดใจเป็นช้าง 3 ตัวนอนตายเรียงรายอยู่ริมขอบคันดินของสระนํ้าขนาดใหญ่ที่ขุดไว้สำหรับทำการเกษตร ตัวแรกเป็นช้างเพศผู้มีงา อายุประมาณ 10 ปี ตัวที่สองเป็นเพศเมีย อายุประมาณ 7 ปี ตัวที่สามเป็นช้างเพศผู้อายุประมาณ 2-3 ปี ตรวจสอบช้างทั้ง 3 ตัวไม่พบบาดแผลหรือร่องรอยถูกทำร้าย มีเพียงช้างตัวเล็กพบบาดแผลถูกของมีคมตัดเฉือนปลายงวงขาดหายไป สภาพซากช้างทั้ง 3 ตัวเริ่มเน่าขึ้นอืดส่งกลิ่นเหม็นรุนแรง คาดว่าตายมาแล้วไม่ต่ำกว่า 2 วัน ตรวจสอบบริเวณโดยรอบพบรอยเท้าช้างขนาดใหญ่เหยียบยํ่าจนดินขอบสระนํ้ายุบ

นายสรพงษ์ ยะภักดี อายุ 48 ปี อยู่บ้านเลขที่ 58 หมู่ 1 ต.ห้วยสัตว์ใหญ่ อ.หัวหิน ผู้ดูแลอาศรมบูรพาที่เกิดเหตุ และเป็นผู้พบซากช้างป่าเป็นคนแรกเปิดเผยว่า ตอนแรกที่เข้ามาเจอซากช้าง นึกว่าช้างกำลังนอนเล่นไม่ได้สนใจ ต่อมาเอะใจเพราะนอนอยู่นานผิดปกติทั้งที่อากาศร้อนมาก เมื่อเข้ามาดูพบว่าช้างป่าทั้ง 3 ตัวตายแล้วรีบแจ้งให้เจ้าหน้าที่อุทยานฯทราบ ส่วนช้างป่าที่ตายทั้ง 3 ตัว คาดว่าน่าจะเป็นช้างในโขลงที่ออกมาหากินในบริเวณนี้มีประมาณ 35-40 ตัว และมีนิสัยไม่ดุร้าย สำหรับอาศรมบูรพาส่วนใหญ่ปลูกพืชไร้สารพิษแบบออแกนิก ที่มีพื้นที่ปลูกอยู่ห่างจากบริเวณนี้ และผลิตผลก็ไม่ใช่พืชที่ช้างป่าใช้เป็นอาหาร

ต่อมานายสรัชชา สุริยกุล ณ อยุธยา ผู้อำนวยการสำนักบริหารทรัพย์สินที่ 3 เพชรบุรี ได้รับรายงานนำเจ้าหน้าที่มาตรวจสอบซากช้าง พร้อมสั่งการให้เจ้าหน้าที่เก็บข้อมูลย้อนรอยเส้นทางของช้างป่าว่าเดินมาจากทางใด และให้เก็บตัวอย่างมูลช้างไปตรวจสอบหาสารพิษ หรือสิ่งผิดปกติ นายสรัชชากล่าวว่า เบื้องต้นยังไม่สามารถระบุสาเหตุที่แน่ชัดได้ คาดว่าน่าจะเกิดจากช้างกินสารพิษเข้าไป ซึ่งตามธรรมชาติหากช้างได้รับสารพิษหรือสิ่งผิดปกติ อุณหภูมิในตัวจะร้อนจะต้องหาแหล่งน้ำดื่ม คาดว่าช้างป่าทั้ง 3 ตัว พากันมากินน้ำแต่อาการรุนแรงจนตายในที่สุด

นายสรัชชากล่าวต่อว่า ส่วนกรณีที่ช้างตัวเล็กถูกตัดปลายงวง ยังไม่ทราบสาเหตุที่แน่ชัด อาจจะเป็นเพราะถูกสัตว์อื่นกัดแทะ แต่บาดแผลมีรอยคม จะต้องดูว่าเกิดจากอะไร ถือว่าเป็นประเด็นที่จะต้องสอบสวนว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับการตายหรือไม่อย่างไร และจะเคลื่อนย้ายซากช้างไปผ่าพิสูจน์หาสาเหตุการตายที่แน่ชัดต่อไป

ต่อมาผู้สื่อข่าวได้รับการเปิดเผยจากเจ้าหน้าที่คนหนึ่งถึงกรณีปลายงวงช้างที่คล้ายถูกของมีคมเฉือนขาดหายไป สันนิษฐานว่าช้างตัวเล็กอาจใช้งวงจับลวดไฟฟ้าที่ชาวบ้านวางไว้สำหรับกันช้างป่า เมื่อถูกไฟช็อตช้างงาตัวใหญ่ที่นำโขลงมาพร้อมกับช้างพี่เลี้ยงอาจวิ่งมาช่วยตามสัญชาตญาณที่เวลาช้างเล็กเกิดเรื่องช้างตัวใหญ่กว่าจะวิ่งเข้ามาช่วย ทำให้โดนไฟช็อตตายไปพร้อมกันทั้ง 3 ตัว และผู้ที่รู้เห็นการตายของช้างอาจกลัวความผิดจึงเฉือนปลายงวงช้างที่มีรอยไหม้ที่เกิดจากไฟช็อตทิ้งไปเพื่ออำพรางการตายก็เป็นได้

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับพื้นที่เกิดเหตุช้างป่าตายทั้ง 3 ตัว สอบพบมีการซื้อขายเปลี่ยนมือจากสมาชิกสหกรณ์ห้วยสัตว์ใหญ่ ไปเป็นของนายทุนจาก กทม. ที่มารวบรวมซื้อที่ดินบริเวณดังกล่าวประมาณ 200 ไร่ เพื่อทำสถานที่ปฏิบัติธรรมเป็นอาศรมของ อ.บูรพา ผดุงไทย อีกทั้งมีการขุดสระน้ำขนาดใหญ่โดยไม่มีการขออนุญาตจากกรมป่าไม้ก่อนดำเนินการ เพื่อทำเป็นพื้นที่การเกษตร สินค้าหลักคือปลูกชาใบหม่อนแบบออแกนิก และทำเป็นชาจำหน่ายในชื่อว่า “ชาละอู” นอกจากนี้ ยังปลูกสร้างเป็นรีสอร์ตสำหรับฝึกนั่งสมาธิกลางป่า มีลานยันต์สำหรับทำพิธีต่างๆ เช่น การบูชาพระราหู การอาบนํ้าเพ็ญ และมีสระมรกตด้านข้าง มีนักท่องเที่ยวไปเยี่ยมชมจำนวนมาก โดยพื้นที่ดังกล่าวทางกรมสวัสดิการสังคมได้ขอใช้ประโยชน์เพื่อทำโครงการพระราชดำริเฉลิมพระเกียรติพัฒนา ให้สมาชิกของสหกรณ์ห้วยสัตว์ใหญ่ทำกิน เนื่องจากเป็นพื้นที่ของกรมป่าไม้และเจ้าหน้าที่กำลังดำเนินการสอบสวนในกรณีดังกล่าว

ด้านนายนิพนธ์ โชติบาล อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กล่าวถึงกรณีพบช้างป่าตาย 3 ตัว ว่าได้สั่งการให้นายกมล นวลใย หัวหน้าอุทยานฯ แก่งกระจาน จ.เพชรบุรี พร้อมทีมสัตวแพทย์ลงพื้นที่ตรวจสอบหาสาเหตุการตายของช้างอย่างเร่งด่วน เบื้องต้นคาดว่าช้างอาจโดนสารพิษโดยมีตัวหนึ่งที่เลือดไหลออกจากปาก เป็นการตายแบบปัจจุบันทันด่วน ส่วนจะเป็นสารพิษอะไรนั้นต้องรอผลการผ่าพิสูจน์ซากช้าง ส่วนบริเวณที่พบช้างตายเป็นไร่สับปะรดพื้นที่การเกษตรของชาวบ้าน อยู่นอกเขตอุทยานฯ คาดว่าช้างอาจออกมาหากิน และกินสารพิษเข้าไป อาจเป็นปุ๋ยยูเรียหรือสารอื่นที่เป็นพิษ แต่ไม่แน่ใจว่าเป็นความตั้งใจนำมาให้ช้างกินหรือช้างกินเอง ตอนนี้ยังไม่อยากปรำปรักใคร รอให้ผลพิสูจน์ออกมาชัดเจนก่อน ทั้งนี้ได้ให้เจ้าหน้าที่แจ้งความกับพนักงานสอบสวนไว้แล้ว

นายนิพนธ์กล่าวอีกว่า นอกจากนี้ได้ตั้งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงหัวหน้าอุทยานฯแก่งกระ–จาน ผู้รับผิดชอบพื้นที่ว่าสาเหตุที่ช้างตายเกิดจากอะไร ที่ผ่านมาได้กำชับให้หัวหน้าอุทยานฯแก่งกระจาน ดูแลพื้นที่ให้ดี เนื่องจากอุทยานฯ แก่งกระจานกำลังอยู่ระหว่างการเสนอขึ้นเป็นพื้นที่มรดกโลก จะมีการพิจารณาในปี 2559 และช้างเป็นสัตว์สำคัญ การที่ช้างตายพร้อมกันถึง 3 ตัว ถือเป็นเรื่องใหญ่ และการตายของช้างในครั้งนี้ต้องมีคำตอบ

ที่ห้องประชุม ศปก.ตร. พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน รอง ผบ.ตร.ในฐานะ ผอ.ศปทส.ตร. เรียกประชุมทางไกลผ่านระบบวีดิโอ คอนเฟอเรนซ์ ร่วมกับ ผบก.ภ.จ.ประจวบคีรีขันธ์ และเจ้าหน้าที่เกี่ยวข้องติดตามความคืบหน้ากรณีช้างป่าตาย 3 ตัว พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติกล่าวว่า เบื้องต้นเชื่อว่าน่าจะเกิดจากสารพิษ เพราะไม่พบร่องรอยการถูกทำร้าย ได้สั่งการให้ ผบก.ภ.จ.ประจวบฯ ลงพื้นที่สอบสวนเพื่อคลี่คลายคดี ร่วมบูรณาการกับ ปทส. กรมอุทยานฯ ทหาร ฝ่ายปกครองในพื้นที่ ทั้งนี้ได้กำชับให้สืบสวนหาประเด็นที่เกี่ยวข้องทั้งหมด โดยเฉพาะประเด็นความขัดแย้งกับชาวบ้านในพื้นที่ เส้นทางการเดินของช้าง เมื่อมีการผ่าตรวจพิสูจน์หากพบสารพิษต้องตรวจสอบโดยละเอียดว่าเป็นสารพิษชนิดใด และมีแหล่งที่จำหน่ายที่ใด โดยนำพยานหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์และผลการผ่าพิสูจน์ของแพทย์ มาช่วยในการสืบสวนสอบสวนคลี่คลายคดี นอกจากนี้ ได้สั่งการให้ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปทำความเข้าใจกับชาวบ้านในพื้นที่ เพื่อหามาตรการแนวทางการทำงานร่วมกัน เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุขึ้นอีก

ล่าสุดจากการนำซากช้างป่าทั้ง 3 ตัว ส่งไปผ่าพิสูจน์ ได้รับการยืนยันจากแพทย์ว่าไม่พบสารพิษใดๆ ขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่นำตัวนายสรพงษ์ ยะภักดี อายุ 48 ปี ผู้ดูแลอาศรมบูรพา ที่เกิดเหตุช้างตาย และคนงานรวม 2 คน ไปสอบสวนปากคำ เบื้องต้นหนึ่งในคนงานให้การยอมรับว่าได้ต่อสายไฟฟ้าเพื่อกันสัตว์ป่าเข้ามากินและทำลายพืชไร่ ขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่ตรวจยึดสายไฟฟ้าของกลางที่ถูกนำไปซุกซ่อนไว้ ขณะนี้อยู่ระหว่างเค้นสอบเพื่อแจ้งข้อหาดำเนินคดีกับผู้ที่ก่อเหตุฆ่าช้างป่าต่อไป

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้