วันเสาร์ที่ 18 สิงหาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

เปิดใจ! ‘เบนซ์’ หนุ่มอ้วนกลายเป็นหนุ่มหล่อเฟี้ยวในพริบตา แค่เกณฑ์ทหาร

เรียกว่า กลายเป็นแรงบันดาลใจให้สำหรับคนที่กำลังจะลดน้ำหนักเลยทีเดียว สำหรับสมาชิกเว็บไซต์พันทิปที่ชื่อว่า สมาชิกหมายเลข 2477234 ที่ได้โพสต์กระทู้เล่าเรื่องราวการลดน้ำหนักของตนเอง โดยระบุว่า เจ้าตัวเป็นคนอ้วน น้ำหนัก 105 กิโลกรัม แต่หลังจากที่จับได้ใบแดง และเข้ามาในค่ายทหาร ก็ทำให้ชีวิตเปลี่ยนไป เพราะว่าถูกฝึกฝนหนัก โดยการออกกำลังกาย รวมถึงถูกควบคุมอาหารทำให้น้ำหนักลดลงมาเหลือเพียง 68 กิโลกรัม ซึ่งหลังจากที่ได้เผยแพร่เรื่องราวนี้ออกไปได้มีชาวเน็ตจำนวนเข้ามาชื่นชมที่หนุ่มอ้วนคนนี้สามารถลดน้ำหนักจนเปลี่ยนแปลงตนเองได้เพียงในระยะเวลาไม่กี่เดือน แต่ก็ได้มีชาวเน็ตบางส่วนที่แสดงความเห็นที่ขัดแย้งว่า เจ้าของกระทู้อาจจะกุเรื่องขึ้นมา เพราะคนในรูปที่เป็นหนุ่มอ้วน คือคนละคนกับในภาพ

ล่าสุด สายตรวจโซเชียล ไทยรัฐออนไลน์ ไม่รอช้า พาไปล้วงลึก เปิดใจ แท้จริงแล้วหนุ่มทหารคนนี้คือใคร พร้อมไขคำตอบว่าคนในภาพที่อ้วนและผอม ใช่คนๆ เดียวกันหรือไม่

1.แนะนำตัวเอง ชื่อ-นามสกุล/ ชื่อเล่น/ อายุ /ภูมิลำเนา
-ชื่อ ศราวุฒธ์ แซ่เฮง ชื่อเล่นชื่อ เบนซ์ อายุ 22 ปี ภูมิลำเนา กทม.

2.ปัจจุบันเป็นทหารอยู่ที่ไหน? เริ่มเกณฑ์ทหารตั้งแต่เมื่อไหร่?
-เป็นทหารเกณฑ์ ค่ายสุรสีห์ ร.9 พัน 2 กาญจนบุรี เริ่มเกณฑ์ทหารตั้งแต่เดือน พ.ย.2557

3.ช่วยเล่าให้ฟังหน่อย เริ่มอ้วนตั้งแต่เมื่อไหร่?
-ตอนแรกเลย ผมเคยผอมมาก่อน น้ำหนัก 60 กก. สูง 174 ซม. ช่วงนั้นประมาณตอนปี 1 แล้วทีนี้ก็กินมาเรื่อยๆ มาจุดที่พีคที่สุดคือ ตอนไปเกณฑ์ทหาร เดือนเมษายน 2557 ตอนนั้นน้ำหนัก 80 กก. และเมื่อผมจับได้ใบแดงปุ๊บก็กินหนักมากจนน้ำหนัก 105 กก. คือกินทุกอย่าง แต่ที่คนสงสัยว่า ทำไมน้ำหนัก 105 กก. ถึงเกณฑ์ทหารได้ คือตอนที่ผมจับได้ใบแดง ผมน้ำหนัก 80 กก.ครับ คร่าวๆ คือเกณฑ์เขาถ้าคนน้ำหนักเกิน 100 กก. ขึ้นไปเขาจะไม่เอา ซึ่งเมื่อผมเข้าไปในกรม เดือน พฤศจิกายน 2557 แต่มีน้ำหนักเพิ่มขึ้น เขาก็ไม่ได้ว่าอะไรครับ ก็ต้องฝึกเหมือนคนปกติทั่วไป

4.ตั้งแต่เกณฑ์ทหารมา น้ำหนักลดลงไปกี่ กก. และมีวิธีลดน้ำหนักทำอย่างไรบ้าง?
-เข้ามาตอนแรก ผมก็น้ำหนัก 105 กก. ในสัปดาห์แรกก็ไม่มีการฝึกอะไรมาก แต่ต่อจากนั้นก็มีการวิ่งเพิ่มขึ้นมา วิ่งรอบกรม ก็ระยะทางวิ่งประมาณ 1 กิโลเมตรกว่าๆ ตอนนั้นไม่ได้วิ่งครบรอบ เพราะพอเราวิ่งมากหัวเข่าเราเริ่มเจ็บ ก็ต้องบอกครูฝึกว่า ผมไม่ไหวแล้ว เขาก็จะให้วิ่งจอกกิ้งไปแทน ผมก็ไม่รู้หรอกว่า น้ำหนักลดลง มารู้ตอนผ่านมาแล้ว 7 วัน ในวันที่ตรวจร่างกาย ที่โรงพยาบาล ผมไปชั่งน้ำหนัก ปรากฏว่า น้ำหนักลดลงเหลือ 100 กก. ก็เป็นจุดเริ่มต้นว่า ไหนๆ ก็มาแล้ว ลดน้ำหนักดีกว่า แล้วพอหลังจาก 7 วันผ่านไปก็ไม่มีโอกาสได้ชั่งน้ำหนักอีกเลย เพราะอยู่ในนั้น 3 เดือนเขาไม่ให้ใช้โทรศัพท์ ไม่รู้วันเวลาเลย ก็ฝึกมาเรื่อยๆ เริ่มจากการฝึกน้อยไปมาก กิจวัตรประจำวัน แรกๆ ก็ตื่นเช้ามาก็ตี 5 ไปวิ่ง 1 รอบ ประมาณ 1 กม. พอวิ่งเสร็จเราก็กลับมาทำความสะอาด แล้วก็เบิกปืนไปเข้าสถานียิงปืน แล้วก็ไปเข้าสถานีต่างๆ ที่เขาแบ่งเป็นหมวดไว้ จบที่ 11 โมง พอพักเที่ยงก็กินข้าว ซึ่งตอนกินข้าว ผมเป็นคนอ้วน อันดับที่ 2 ของเพื่อนทั้งหมด เพราะเพื่อนที่อ้วนอันดับหนึ่งคือ น้ำหนัก 120 กก. ครูฝึกก็จะจำผมได้แม่น ครูฝึกก็จะคอยช่วยและดูแล โดยเขาจะแยกกลุ่มคนที่อ้วนน้ำหนักเกิน 80 กก. ออกมา เขาเรียกว่า แก๊งลูกหมู เวลากินข้าวให้นั่งแยกกัน ให้กินข้าวได้แค่คนละจานเท่านั้น ห้ามเติมข้าว เพราะเขาบอกว่า อยากให้เราน้ำหนักลด เวลาทำอะไรจะได้สบาย

พอหลังๆ เริ่มมีการวิ่งที่หนักขึ้นคือ วันละ 5-7 รอบ ซึ่งผมก็วิ่งไม่ครบหรอก เพราะก็มีอาการเป็นโรคหอบด้วย ถามว่า ผมเป็นโรคหอบ ทำไมถึงเกณฑ์ทหารได้คือ ตอนจับใบแดง ผมไม่มีใบรับรองแพทย์ไป ทหารที่เป็นคนเซ็นต์รรับเอกสารเขาบอกว่า เขาก็เป็นเหมือนกัน เป็นหอบก็จับใบดำใบแดงได้ ซึ่งจริงๆ ก็มีเพื่อนหลายคนที่เป็น บางคนก็เป็นหนักเหมือนกัน ส่วนผมไม่รู้ว่าเป็นมากน้อยแค่ไหน รู้แต่ว่าตอนเด็กๆ ต้องใช้ยาพ่น แถมผมเป็นโรคภูมิแพ้อีก แต่แปลกตรงที่ว่า เวลามาอยู่ที่นี่โรคทุกอย่างมันหายไปเลย ผมไม่เคยกินยาอีกเลย มันหายไปเพราะผมออกกำลังกาย

5.หลังจากที่ฝึกหนัก ใช้เวลานานแค่ไหน ถึงน้ำหนักลดลงมา? 

-ได้ชั่งน้ำหนักอีกทีหนึ่ง ตอนได้กลับบ้านรอบแรก ฝึกเสร็จ 3 เดือน ผมกลับบ้านไปชั่งน้ำหนักดูเหลือ 68 กก. เพราะก่อนหน้านี้ไม่รู้เลยว่า น้ำหนักเท่าไหร่ รู้แต่มีคนบอกว่าเราผอมลง พอหลังๆ มา ใกล้ฝึกเสร็จ ครูฝึกก็จะให้ คนอ้วนเติมข้าวได้แล้ว แต่ผมก็เลือกที่กินเหมือนเดิม อย่างเวลามีแจกขนม แจกน้ำอัดลม ผมก็เลือกที่จะไม่กินเลย ผมก็ตั้งไว้อยากน้ำหนักเหลือ 60 กก. แต่ตอนนี้ไม่ได้ฝึกหนักเหมือนตอนแรกแล้ว เพราะแยกย้ายคนละที่ขึ้นกองร้อย แต่ก็จะมีวิ่งตอนเย็นทุกวันตอน 4 โมงเย็น ซึ่งปัจจุบันผมน้ำหนัก 68 กก.

6.ทำไมถึงตัดสินใจเอาเรื่องราวมาเล่าในพันทิป?
-ผมมี 2 ประเด็นเลย คือ
1. ผมเคยเป็นคนอ้วนมาก่อน เราเข้าใจความรู้สึกของคนอ้วนมาก่อน อยากใส่ชุดอะไรก็ใส่ไม่ได้ เห็นใครทำอะไรที่ดูดี เราก็ทำไม่ได้ บางทีคนอ้วนก็น้อยเนื้อต่ำใจ ทำไมเราต้องเกิดมาอ้วน ผมก็อยากแชร์เรื่องแบบนี้ให้คนที่อยากลดน้ำหนักได้อ่าน ถ้าเขาได้เห็น ได้เลื่อนรูปมาดูบ้าง เขาต้องมีกำลังใจขึ้นมาแน่นอน
2.ผมอยากให้คนรู้ว่า เรื่องเป็นทหารไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิด เอาเข้ามาจริงๆ ก็เหมือนบ้านอีกหลังหนึ่ง จริงๆ เขาฝึกคนให้เป็นคนที่เข้มแข็งมากกว่าเดิม มีแต่สิ่งดีๆ เข้ามาในชีวิต อย่างผม ผมลดความอ้วน ได้วินัย ได้ระเบียบ ได้รู้ในสิ่งต่างๆ ที่เราไม่เคยทำมาก่อน แต่ถามว่า ที่น่ากลัวก็มี อยู่ที่ว่าเราทำอะไรผิดมากกว่า

7.มีดราม่าหาว่า เราเป็นคนละคนกับในภาพ จริงหรือไม่?
-ผมยืนยันจริงๆ ไม่มีการตัดต่อภาพอะไรๆ ทั้งนั้น ส่วนเรื่องรอยสักตอนเข้ามาเป็นทหารไม่มีการสักเพิ่ม ตอนนี้ก็ยังมีอยู่เท่าเดิม แต่ที่ว่า คนละคนกัน มีคนไปเจอรูปเก่า ประมาณ 2556 ที่ไม่ได้สักตรงคอ คอตอนนั้นผมยังไม่สักคอ ส่วนเรื่องที่มีรอยสักแล้วไปเกณฑ์ทหารนั้น ตอนแรกผมก็คิดว่า เราสักเยอะขนาดนี้ เขาคงไม่เอาหรอก แต่พอเข้าไป ก็ไม่เห็นเขาพูดเรื่องรอยสักเลย มีแต่แซวๆ เพราะเราเป็นแค่ทหารเกณฑ์ ไม่อย่างนั้นคนทั้งประเทศก็จะสักกันหมด

8.ชีวิตเปลี่ยนแปลงไปไหม ตั้งแต่น้ำหนักลดลงมา?
-เปลี่ยนไปหลายๆ อย่าง คือ
1.เปลี่ยนเรื่องโรคก็หายไป โดยไม่รู้ตัว
2.ทำให้ชีวิตดีขึ้น ในความคิดของเรา พอเราผอมลง อะไรๆ มันก็ดีขึ้น โดยที่ว่าอธิบายไม่ได้
3.เรามีคนเข้ามาหามากขึ้น ก่อนที่จะมีกระทู้ก็มีคนเข้ามาหามากขึ้น ผมทำงานฟรีแลนซ์เกี่ยวกับวาดภาพ ผมก็ต้องมีการติดต่อมากขึ้น ผมเชื่อว่า คนเราจะทำอะไร ทุกคนจะมองที่รูปลักษณ์หน้าตาภายนอกก่อน คนเห็นผมดูดีระดับหนึ่ง เขาก็อยากมาร่วมงานกับผม พอมันผอมลง เราก็อยากเจอคนมากขึ้น อย่างเช่น ตอนนั้นเขาให้ผมไปนั่งวาดรูปที่สยามเซ็นเตอร์ ซึ่งผมทำได้ แต่ผมอ้วนอยู่ ก็เลยไม่ไปวาด ผมไม่อยากให้มีคนเห็นภาพลักษณ์จริงๆ ของผมตอนนั้น แต่ตอนนี้เรากล้าจะเจอคนมากขึ้น ไม่เป็นปมด้อยอีก

9.อยากฝากอะไรถึงคนที่กำลังจะลดน้ำหนัก?
-ถ้าคิดจะลดจริงๆ ทุกๆ อย่างอยู่ที่ใจ ถ้าคิดจะลด เราต้องเชื่อใจเราก่อน เราทำได้จริงๆ เราต้องหาแรงบันดาลใจในชีวิตว่าเราอยากผอมเพราะอะไร อยากให้คนที่เราชอบ กลับมาชอบเรา หรืออยากใส่เสื้อผ้าให้ได้ เหมือนเราต้องหาจุดโฟกัส ต้องผอมให้ได้ อยากให้กำลังใจคนอ้วน เรารู้ว่าคนอ้วนรู้สึกอย่างไร อย่าท้อ บางทีเราเหนื่อยกับการออกกำลังกายว่า ทำไมไม่ลดซักที เราก็อย่าทำให้บั่นทอนจิตใจ อย่าหวังผล เราต้องทำเรื่อยๆ สุดท้ายแล้วเราจะรู้ว่า ลดลงจริงๆ อยากแนะนำให้ออกกำลังกาย เพราะสมัยก่อนผมไม่เชื่อว่า การออกกำลังกายจะช่วยลดน้ำหนักได้

เปิดใจ เบนซ์-ศราวุฒธ์ ทหารเกณฑ์ที่เคยน้ำหนัก 105 กก. แต่หลังจากจับได้ใบแดงและเข้าไปเกณฑ์ทหารทำให้ชีวิตเปลี่ยนไป ถูกฝึกฝนและออกกำลังกายหนัก ล่าสุดน้ำหนักเหลือเพียง 68 กก.... 15 ก.ค. 2558 19:45 16 ก.ค. 2558 11:23 ไทยรัฐ