วันอังคารที่ 21 สิงหาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ


สาวกเฮลตี้ต้องมา! ส่อง 5 บูธแจ่มแจ๋ว เที่ยวสุขภาพดี๊ดี ตลาดนายกฯ

มาถึงธีมใหม่ของตลาดคลองผดุงกรุงเกษม หรือตลาดนายกฯ กันอีกครั้ง สำหรับในเดือนกรกฎาคมนี้ เขาจัดงานขึ้นในธีม 'มหกรรมเมืองสุขภาพดี วิถีชุมชน' เปิดตลาดขายสินค้าเพื่อสุขภาพและความงาม รับรองว่าหนุ่มสาวชาวเฮลตี้ทั้งหลายต้องฟินแน่นอน

งานนี้เริ่มจัดมาตั้งแต่วันที่ 7-26 กรกฎาคม 2558 ยังมีเวลาไปเดินชม เดินช็อปผลิตภัณฑ์สุขภาพระดับพรีเมียม ในราคาย่อมเยากันได้อีกหลายวัน โดยเฉพาะใครที่ชื่นชอบการนวดแผนไทย นวดคลายเส้น ขอบอกว่าไปที่นี่แล้วจะติดใจ นอกจากจะมีมือนวดคุณภาพดีแล้ว ราคาค่าบริการยังถูกกว่าร้านนวดทั่วไป แถมตัวยาสมุนไพรเขาก็จัดเต็ม แล้วยังมีร้านขายสินค้าสุขภาพอีกมากมายหลายร้อยรายการ

วันนี้ ไทยรัฐออนไลน์ จะพาไปเดินเที่ยวตลาดคลองผดุงฯ ในธีมรักสุขภาพกันเสียหน่อย ชวนส่อง 5 บูธเด็ดๆ ในงานว่ามีอะไรน่าสนใจ และเหมาะกับคนเฮลตี้อย่างคุณบ้าง พร้อมแล้ว...ตามมาชมกันเลย

1. ชาตัวหอม ตำรับในวัง

เริ่มกันที่ไฮไลต์ของงานนี้ นั่นคือ ชาดอกไม้ชาววัง หรือ ชาตัวหอม เป็นชาที่คนสมัยก่อนปรุงให้เจ้าบ่าวและเจ้าสาวดื่มก่อนเข้าพิธีวิวาห์ เชื่อกันว่าเป็นเคล็ดลับแห่งความสุขของคู่บ่าวสาว

โดยวัฒนธรรมการแต่งงานของคนไทยแต่เดิมนั้น จะมีการเตรียมเครื่องหอมให้เจ้าบ่าวและเจ้าสาว โดยเฉพาะอย่างยิ่งพระสนมในวังที่ต้องถวายงานจะต้องมีการอาบน้ำ อบตัว และทาเครื่องหอมเพื่อการทำหน้าที่ให้เพียบพร้อม นอกจากนี้ยังมีการดื่มน้ำสมุนไพร เพื่อลดกลิ่นเหงื่อและทำให้ตัวหอมเมื่อเหงื่อออก

สำหรับส่วนประกอบสำคัญ ได้แก่ จำปี จำปา กระดังงา ลีลาวดี ทำให้ตัวหอม ใบบัวบกช่วยเพิ่มการไหลเวียนเลือด และสมุนไพรขลู่ ช่วยขับเหงื่อ ส่วนประกอบในการเตรียมต้มชา ได้แก่ ขลู่ 15 กรัม ใบบัวบก 15 กรัม ลีลาวดี 5 กรัม กระดังงา 5 กรัม จำปีจำปา 5 กรัม

โดยวิธีทำ เริ่มจากนำขลู่ ใบบัวบก ลีลาวดี กระดังงา จำปีจำปา หั่นเป็นชิ้นเล็กๆ เสร็จแล้วไปตั้งน้ำ 1.3 ลิตร ให้เดือด จากนั้นยกลงทิ้งไว้ 15 นาที นำน้ำร้อนเทลงไปในตัวยา ทิ้งไว้ให้เย็น จากนั้นนำมากรองดื่ม หรือใครอยากชิมชาตัวหอมแบบชงสำเร็จรูป สามารถมาลองได้ที่ตลาดคลองผดุงฯ หรือสอบถามเพิ่มเติมได้ที่อภัยภูเบศร เดย์ สปา โทร. 0 3721 1088 ต่อ 3123

2. ไม้กฤษณา 30 ล้านบาท

ต่อกันด้วย ไฮไลต์อันดับสองของงาน นั่นคือ ตอไม้กฤษณา ขนาดใหญ่ที่แกะสลักเป็นรูปพญานาค มีอายุอยู่ที่ 129 ปี โดยเจ้าของไม้กฤษณาได้อนุญาตให้นำมาจัดแสดงในงาน ในเมืองไทยราคาของไม้ชิ้นนี้อยู่ที่ 5 ล้านบาท แต่ในตลาดต่างประเทศ ราคาจะพุ่งสูงถึง 30 ล้านบาทเลยทีเดียว

นอกจากความอลังการของการแกะสลัก และราคาที่เว่อร์วังแล้ว ซุ้มนี้ยังบอกเล่าเกี่ยวกับการนำไม้กฤษณามาทำเป็นชาสมุนไพร เนื่องจากไม้ชนิดนี้เป็นไม้ที่มีน้ำมันหอมระเหยเป็นเอกลักษณ์ ในอดีตเป็นไม้ที่นิยมนำมาทำเป็นเครื่องหอม

แต่ปัจจุบันได้นำมาสกัดเอาตัวยา มาใช้ในด้านสมุนไพรต้านโรคด้วย ซึ่งมีสรรพคุณมากมาย ได้แก่ ต่อต้านอนุมูลอิสระ ช่วยให้ผิวพรรณเปล่งปลั่ง ลดคลอเรสเตอรอล ป้องกันหลอดเลือดอุดตัน ช่วยการทำงานของหัวใจ เป็นต้น

โดยมีผลิตภัณฑ์ที่น่าสนใจ คือ ชาไม้กฤษณา น้ำมันปลา และน้ำมันรำข้าว ซึ่งทุกตัวได้มีการเติมสารสกัดจากไม้กฤษณาเข้าไปด้วย และได้รับการรับรองทางการแพทย์ว่าปลอดภัย อีกทั้งได้รับการจดสิทธิบัตรแล้วเรียบร้อย สนนราคาเริ่มต้นที่กล่องละ 300 บาท (ชากฤษณา)

3. น้ำกุหลาบ และชากุหลาบ

เดินมาอีกหน่อย ช่วงกลางๆ ของงาน ก็บังเอิญไปพบสิ่งน่าสนใจเข้าอีกแล้ว นั่นคือ น้ำกุหลาบ เป็นผลิตภัณฑ์น้ำแร่เช็ดบำรุงผิวหน้า โดยใช้ส่วนประกอบหลักเป็นดอกกุหลาบมอญปลอดสารพิษ โดยที่บูธก็มีจำหน่ายแบบสำเร็จรูปด้วย แต่ถ้าใครอยากลองทำเองก็ทำได้ไม่ยาก เพราะมีวิธีทำแนะนำ โดยเตรียมกุหลาบมอญ 20 ดอก และน้ำสะอาด 1 ถ้วยตวง

วิธีเตรียม เริ่มจากล้างกุหลาบมอญให้สะอาดอย่างเบามือ จากนั้นนำใส่ในตะกร้าผึ่งให้สะเด็ดน้ำ เด็ดกลีบกุหลาบใส่ภาชนะที่มีฝาปิด เติมน้ำร้อน 1 ถ้วยตวง ปิดฝาภาชนะทิ้งไว้จนเย็น เทน้ำกุหลาบใส่ในภาชนะปิดสนิทเก็บไว้ในตู้เย็น (สามารถเก็บได้ 7-10 วัน)

วิธีนำมาใช้ สามารถใช้บำรุงผิวหน้าหลังจากพอกหน้าด้วยสมุนไพรสูตรตามสภาพผิว เช่น ผิวมัน ผิวแห้ง ผิวผสม หลังจากเช็ดครีมที่พอกหน้าออกด้วยสำลีชุบน้ำแล้ว ให้เช็ดซ้ำด้วยน้ำแร่กุหลาบที่ทำเตรียมไว้ เพื่อกำจัดคราบที่ยังตกค้าง และยังช่วยกระชับรูขุมขน จากนั้นจึงตามด้วยครีมบำรุงหรือครีมกันแดด

ต่อกันด้วย ชาหทัยบงกช (ชากุหลาบ) ที่อยู่ในบูธเดียวกัน ชาชนิดนี้มีสรรพคุณทางยา คือ ช่วยบำรุงหัวใจ บำรุงตับ บำรุงปอด บำรุงกำลัง คุมธาตุ แก้ลม แก้ไข้ โดยมีส่วนประกอบ คือ เกสรบัวหลวงตากแห้ง กลีบบัวแดงตากแห้ง และกลีบบัวเผื่อนตากแห้ง

วิธีทำ นำเกสรบัวหลวง บัวแดง และบัวเผื่อน อย่างละ 15 กรัม มาต้มกับน้ำสะอาด 2 ลิตร ต้มจนเดือด 10-15 นาที จากนั้นยกลงทิ้งไว้สักครู่ ใช้ดื่มเป็นชาสมุนไพรอุ่นๆ ได้ทุกเวลา หรือถ้าอยากสะดวกมากขึ้นก็สามารถซื้อชาแห้งที่บรรจุไว้ในถุงผ้าขาวบาง (นำไปต้มเอง) ก็ได้

4. บริการนวดแผนไทย

บูธบริการนวดแผนไทย ถือเป็นซิกเนเจอร์ของงานนี้เลยก็ว่าได้ เพราะตั้งแต่เดินเข้างานมา จะเห็นซุ้มรับนวดแผนไทยมาตั้งแต่ต้นๆ ตลาด มีอยู่หลายซุ้มด้วยกัน มาจากหลากหลายสถาบันชั้นครู ได้แก่ นวดแผนไทยจากวัดโพธิ์ และ นวดแผนไทยจากโรงเรียนสอนนวดไทยและการประคบสมุนไพร ดอยน้ำซับ จ.เชียงราย เป็นต้น

แต่ละซุ้มก็มีบริการที่แตกต่างกันไป เช่น นวดกดจุด นวดและประคบรักษาโรค นวดเท้า (1 ชม. 150 บาท) นวดคอ บ่า ไหล่ ( 30 นาที 100 บาท) และ นวดตัว (1 ชม. 200 บาท) ใครอยากได้การนวดคุณภาพดีๆ แถมราคาถูกกว่าร้านข้างนอก ต้องมาลองที่ตลาดแห่งนี้เลย

5. ใยไผ่ขัดผิว

ใครจะไปนึกว่า ไม้ไผ่ นอกจากจะเอาไปทำเฟอร์นิเจอร์ต่างๆ และของใช้ของประดับแล้ว ยังสามารถเอามาทำใยขัดตัวได้ด้วย ใครที่เคยรู้จักแค่ใยบวบ ตอนนี้ต้องอัพเดตตัวเองใหม่แล้วนะ เพราะใยไผ่ขัดผิว แบบนี้ทันสมัยมากกว่า และคุณภาพก็ดีกว่าด้วย

เนื่องจากใยไผ่เมื่อเอามาทุบและตีเอาเส้นใย พบว่ามีความละเอียดและนุ่มกว่าใยบวบ เมื่อสัมผัสกับน้ำใยไผ่จะมีขนเล็กๆ ยื่นออกมาทำให้ช่วยจับยึดเกาะพื้นผิวเวลาขัดถูได้มากกว่า เมื่อนำมาขัดผิว ขนเล็กๆ เหล่านี้จะซอกซอนเข้าไปกำจัดแบคทีเรียลึกถึงรูขุมขนของเราเลยทีเดียว และความที่มันนุ่มละมุล ทำให้สามารถใช้ได้แม้แต่กับผิวเด็ก เส้นใยไม่บาดผิว ไม่รู้สึกเจ็บหรือแสบผิว

โดยบูธนี้เขามีผลิตภัณฑ์ที่ทำจากใยไผ่อยู่หลายอย่าง เช่น

- ใยไผ่ขัดหน้า (คู่กับโฟมล้างหน้าที่ใช้อยู่) ใช้ได้นาน 6 เดือน - 1 ปี ราคา 250 บาท

- ใยไผ่ขัดตัว ใช้ได้นาน 6-8 เดือน ราคา 350 บาท

- ใยขัดตัวขนาดจิ๋ว (ขัดหน้า ขจัดสิวเสี้ยน จุดด่างดำ) ใช้ได้นาน 2-3 สัปดาห์ ราคาแพ็กละ 60 บาท
ทั้งหมดเป็นใยที่ไม่ก่อให้เกิดเชื้อรา ไม่ต้องตากแดด ยกเว้นถ้านำไปใช้กับโยเกิร์ต น้ำผึ้ง นมสด ต้องล้างให้สะอาดและตากแดด

- สบู่สมุนไพรที่มีใยไผ่อยู่ในเนื้อสบู่ มี 3 สูตร คือ สบู่มะขาม ช่วยให้ผิวกระจ่างใส ลดฝ้า กระ จุดด่างดำ
  สบู่ถ่านไม้ไผ่ ช่วยดูดซับความมัน ลดสิว ลดกลิ่นตัว
  สบู่น้ำนมข้าว สำหรับผิวแห้ง ช่วยให้ผิวนุ่มชุ่มชื่น ราคาก้อนละ 35 บาท (3 ก้อน 100 บาท)

และยังมีสครับและโลชั่นที่น่าสนใจจากใยไผ่อีกหลายสูตร ใครอยากรู้ข้อมูลเพิ่มเติมหรืออยากสั่งซื้อ เข้าไปดูได้ที่ yaipai นอกจากนี้เราก็ได้เก็บภาพบรรยากาศอื่นๆ ในงานมาฝากอีกด้วย มาชมกันต่อเลย

มาถึงธีมใหม่ของตลาดคลองผดุงกรุงเกษม หรือตลาดนายกฯ กันอีกครั้ง สำหรับในเดือนกรกฎาคมนี้ เขาจัดงานขึ้นในธีม 'มหกรรมเมืองสุขภาพดี วิถีชุมชน' เปิดตลาดขายสินค้าเพื่อสุขภาพและความงาม รับรองว่าหนุ่มสาวชาวเฮลตี้ทั้งหลายต้องฟินแน่นอน 15 ก.ค. 2558 14:02 17 ก.ค. 2558 05:25 ไทยรัฐ