วันศุกร์ที่ 17 สิงหาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

“รัฐบาลแห่งชาติ” ป่วนการเมือง

ก่อนหน้านี้มีแนวคิดที่จะให้ 2 พรรคการเมืองที่ได้เสียง

ข้างมากร่วมเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลหลังการเลือกตั้งเพื่อแก้ไขปัญหาการเมือง ทำให้ประเทศเดินหน้าต่อไปได้ด้วยความปรองดอง แต่ทว่าไม่มีการสานต่อหรือขานรับทำให้เรื่องเงียบๆไป

หากแปรเป็นรูปธรรมน่าจะหมายถึงพรรคเพื่อไทยและประชาธิปัตย์ ซึ่งเชื่อว่าหากจะมีเลือกตั้งเกิดขึ้นก็คงจะเป็น 2 พรรคนี่แหละที่จะได้อันดับ 1 และ 2

แนวคิดนี้คงศึกษามาจากการเมืองที่ผ่านมา ซึ่งมีปัญหาขัดแย้งจนสรุปว่าการเมืองไทยที่เกิดความแย้งขึ้นมานั้น

ตัวปัญหาก็คือ 2 พรรคการเมืองที่เป็นปมเหตุสำคัญ

ทั้งนี้ เพราะเมื่อพรรคการเมืองหนึ่งได้เป็นรัฐบาลอีกพรรค

เป็นฝ่ายค้านก็จะต่อสู้กันทุกรูปแบบ จนไม่สามารถบริหารประเทศได้ ไม่เคารพเสียงข้างมาก ไม่รับฟังเสียข้างน้อย ใช้อำนาจเพื่อให้ได้เป็นรัฐบาลยาวนานที่สุด

ที่ก่อปัญหาก็คือการแบ่งแยกประชาชนออกเป็น 2 ฝ่าย และใช้พลังนี้เพื่อกดดันแต่ละฝ่ายด้วยการชุมนุมเคลื่อนไหวบนถนน ไม่ได้ต่อสู้กันในระบบสภาอย่างที่ควรจะเป็น

จึงคิดว่านี่คือต้นตอของปัญหา หนทางแก้ไขก็คือให้ 2 พรรคมาร่วมกันจัดตั้งรัฐบาล ฟังๆดูก็น่าจะเป็นการแก้ไขปัญหาแบบง่ายๆ

แต่ในความเป็นจริงแล้วคงเป็นเรื่องยาก แทบจะเป็นไปไม่ได้เพราะทั้ง 2 พรรคต่างก็ต้องการเป็นรัฐบาล หากได้เสียงข้างมากหรือ หาแนวร่วมจากพรรคการเมืองเล็ก เพื่อให้ได้เสียงข้างมากจัดตั้งรัฐบาล เพราะต่างก็มองกันว่าเป็น “ศัตรูการเมือง” ที่ยากจะทำงานร่วมกันได้

เมื่อข้อเสนอ 2 พรรคใหญ่เป็นแกนนำรัฐบาลเงียบหายไปก็มีการจุดพลุประเด็นใหม่ขึ้นมาคือ “รัฐบาลแห่งชาติ” หรือ “รัฐบาลเฉพาะกาล” ขึ้นมาอีก โดยข้อเท็จจริงยังไม่รู้ว่าแนวคิดนี้มาจากใคร กลุ่มไหน

หากย้อนกลับไปในประเด็น พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ อดีตนายกฯ เคยโยนหินถามทางมาตลอดว่าแนวคิดนี้จะแก้ไขปัญหาการเมืองไทยได้ แต่ก็ไม่ประสบผลสำเร็จเพราะไม่มีใครยอมรับ โดยเฉพาะ 2 พรรคการเมืองใหญ่ที่สุดมาถึงยุค คสช. บริหารประเทศก็มีการเสนอขึ้นมาอีก ซึ่งมีการมองกันว่าน่าจะมาจาก สปช.กลุ่มหนึ่งที่มีแนวคิดพิสดารมาตลอด

อ้างว่าเพื่อแก้ไขปัญหาการเมืองทั้งรูปแบบต่ออายุรัฐบาล คสช.ออกไปอีก 2 ปี เพื่อให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ จะได้แก้ปัญหาและปฏิรูปประเทศให้ประสบผลสำเร็จ

ครานี้พาดพิงไปถึง พล.อ.อุดมเดช สีตบุตร ผบ.ทบ. และรัฐมนตรีช่วยกลาโหม ซึ่งจะเกษียณอายุราชการเดือนกันยายนที่จะถึงนี้ โดยให้เป็นนายกฯแทน พล.อ.ประยุทธ์ โดยให้ สปช.เลือกตัวแทนพรรคการเมืองต่างๆ และบุคคลที่มีความรู้ความสามารถจากภาคส่วนต่างๆมาเป็นรัฐมนตรี

เจองานนี้เข้าไปเล่นเอา พล.อ.อุดมเดชถึงกับสะดุ้งโหยง

เพราะจะต้องฝ่าด่านรุ่นพี่และเจ้านาย ทั้ง พล.อ.ประยุทธ์และ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ และรัฐมนตรีกลาโหม จึง ต้องรีบปฏิเสธทันที

นายวันชัย สอนศิริ โฆษกวิป สปช. ออกมาหนุนสุดลิ่มทิ่มประตูเห็นว่าหากทำแบบนี้ได้จริงจะเป็นเรื่องที่ดีมาก จะลงตัวทั้งด้านการเมืองและความมั่นคง โดย คสช.ดูแลด้านความมั่นคง มีอำนาจเหนือรัฐบาล

แยกส่วนระหว่าง คสช.ดูแลความมั่นคง การเมืองดูแลด้านการ บริหารประเทศด้วยการทำสัตยาบันร่วมกัน

มาอีกแล้วครับ สปช.คนนี้ที่ดูเหมือนจะวุ่นไปเสียทุกเรื่อง ทำไป ทำมาการเมืองที่วุ่นวาย ณ วันนี้ ก็เพราะ สปช.ที่ด้านหนึ่งเป็นความหวังดีต่อประเทศแต่อีกด้านหนึ่งกำลังจะดิ้นเพื่อให้มีอำนาจต่อไป

“คสช.” ที่ปั้นมากับมือก็ต้องรับเละไปตามระเบียบ.

“สายล่อฟ้า”

15 ก.ค. 2558 10:01 15 ก.ค. 2558 10:01 ไทยรัฐ