วันพฤหัสบดีที่ 15 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
ไทยเสี่ยงภัยขาดแคลนน้ำมัน

ไทยเสี่ยงภัยขาดแคลนน้ำมัน

  • Share:

วันวาน ดร.ณรงค์ชัย อัครเศรณี รัฐมนตรีพลังงาน ออกมาแถลงด้วยความมั่นอกมั่นใจ ร่างแก้ไขกฎหมายปิโตรเลียม พ.ศ.2514 ที่มีเสียงคัดค้านมากมาย เมื่อผ่านคณะกรรมการกฤษฎีกาแล้ว จะเสนอ ครม.ทันที จากนั้นเสนอสภานิติบัญญัติแห่งชาติ เมื่อผ่านออกมาแล้ว จะเปิดให้เอกชนยื่นเสนอสิทธิสำรวจและผลิตปิโตรเลียมภายใน 60 วัน จากเดิม 120 วัน เพื่อให้มีความรวดเร็วขึ้น

ก็ไม่รู้ทำไม ท่านรัฐมนตรีพลังงาน จึงต้องรีบร้อนขนาดนี้

ความจริง ร่างแก้ไขกฎหมายปิโตรเลียม เจ้าปัญหาฉบับนี้

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้เคยกำชับให้กระทรวงพลังงานนำกลับไปพิจารณาให้รอบคอบ ก่อนส่งให้คณะกรรมการกฤษฎีกา เพราะตอนที่เข้า ครม.รอบแรก รัฐมนตรีพลังงานเสนอเป็นวาระจร และมีการชี้แจงรายละเอียดค่อนข้างน้อย จนเกิดการคัดค้านขึ้นมากมาย โดยเฉพาะเรื่อง ระบบการสัมปทาน และ ระบบแบ่งปันผลประโยชน์

ผมเองก็พยายามถามผู้รู้ว่าสองระบบนี้แตกต่างกันอย่างไร

ก็ได้คำตอบจากผู้รู้ว่า ระบบสัมปทาน จะใช้กับพื้นที่ที่มีการสำรวจเบื้องต้นแล้วพบว่า มีปริมาณก๊าซและน้ำมันไม่มาก ส่วน ระบบแบ่งปันผลประโยชน์ จะใช้กับพื้นที่ที่มีการสำรวจเบื้องต้นแล้วพบว่า มีปริมาณก๊าซและน้ำมันจำนวนมาก

ระบบแบ่งปันผลประโยชน์นี้ ไทยก็ใช้มาแล้วกับ บ่อน้ำมันเจดีเอ ทางภาคใต้ การสำรวจพบว่ามีน้ำมันจำนวนมาก ไทย และ มาเลเซีย ในสมัยนั้น จึงเห็นชอบร่วมกันที่จะใช้ ระบบแบ่งปันผลผลิต ทำให้ภาครัฐสองประเทศได้ประโยชน์เต็มๆ ได้ส่วนแบ่งกำไรสูงถึง 30% ขณะที่ บริษัทสำรวจและผลิตได้ส่วนแบ่งกำไร 20%

นอกจากกฎหมายปิโตรเลียมใหม่แล้ว ดร.ณรงค์ชัย อัครเศรณี รัฐมนตรีพลังงานยังมีเรื่อง การสั่งลดปริมาณสำรองน้ำมันสำเร็จรูปจาก 6% หรือ 43 วัน เหลือเพียง 1% หรือ 3.5 วัน มีผลตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคมที่ผ่านมา อ้างว่าเมื่อลดปริมาณน้ำมันสำรองลงแล้ว จะช่วยลดราคาขายปลีกลงได้ลิตรละ 9 สตางค์ แลกกับความเสี่ยงทางพลังงาน

แต่จนถึงวันนี้ก็ยังไม่มีข่าวบริษัทน้ำมันลดราคาขายปลีกให้ประชาชนแม้แต่รายเดียว

ทุกวันนี้ ประเทศไทยใช้น้ำมันวันละ 100 ล้านลิตร การลดปริมาณ สำรองจาก 6% หรือ 43 วัน ลงมาเหลือ 1% หรือ 3.5 วัน จะทำให้บริษัทน้ำมันรายใหญ่ที่มีอยู่เพียงไม่กี่บริษัท ลดต้นทุนน้ำมันได้ 9 สตางค์ต่อลิตร คิดเป็นต้นทุนที่ลดลงถึง วันละ 9 ล้านบาท เดือนละ 270 ล้านบาท ปีละ 3,240 ล้านบาท รวยอู้ฟู่อู้ฟ่ากันอย่างไม่คาดฝัน

การลดปริมาณน้ำมันสำเร็จรูปสำรองจาก 43 วันเหลือ 3.5 วัน ถือเป็นความเสี่ยงด้านพลังงานหรือไม่ ผมไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญ แต่เชื่อว่าบริษัทใหญ่ที่ต้องใช้น้ำมันจำนวนมาก คงไม่มีใครกล้าเสี่ยงสำรองน้ำมันไว้แค่ 3.5 วันแน่นอน เพราะมันเสี่ยงเกินไป ถ้าเกิดฝนตกน้ำท่วมส่งน้ำมันไม่ได้ ระบบการผลิตเสียหายแน่นอน ไม่คุ้มค่าความเสี่ยง

เรื่องความมั่นคงทางพลังงาน ถือเป็นความมั่นคงของประเทศ ช่วงที่ราคาน้ำมันแพง รัฐบาลมีแนวคิดจะเพิ่มน้ำมันสำรองเป็น 90 วันด้วยซ้ำ แต่จู่ๆ กระทรวงพลังงาน ก็เปลี่ยนนโยบาย สั่งลดปริมาณสำรองน้ำมันสำเร็จรูปเหลือเพียง 3.5 วัน เป็นการ นำประเทศไปสู่ความเสี่ยงด้านพลังงานทันที หากโรงกลั่นน้ำมันมีปัญหาต้องหยุดการผลิตไปสักโรง ประเทศไทยจะมีปัญหาขาดแคลนน้ำมันทันที เหมือนปัญหาการขาดแคลนน้ำดิบเพื่อผลิตน้ำประปาที่เกิดขึ้นในวันนี้

ผมไม่รู้ รัฐมนตรีพลังงาน ท่านคิดด้วยเหตุผลอะไร

แต่ที่แน่ๆ บริษัทน้ำมันยักษ์ใหญ่รวยกันพุงปลิ้น ส่วนใครที่กำลังลงทุนก่อสร้างคลังน้ำมัน เพื่อรองรับนโยบายสำรองน้ำมันเป็น 90 วัน ก็นอนกินน้ำบัวบกไป ที่นำมาเล่าสู่กันฟังก็เพื่อให้ พล.อ.ประยุทธ์ รู้ว่า วันนี้ไทยตกอยู่ในภาวะเสี่ยงขาดแคลนน้ำมัน จากนโยบายลดปริมาณสำรองน้ำมันสำเร็จรูปเหลือ 3.5 วันของกระทรวงพลังงาน.

“ลม เปลี่ยนทิศ”

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้