วันพฤหัสบดีที่ 13 ธันวาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
อุยกูร์...ใช่อื่นไกล

อุยกูร์...ใช่อื่นไกล

  • Share:

ชื่อ “อุยกูร์” เผ่าชนหนึ่งในซินเจียงของจีน...กว่าสิบปีที่เริ่มมีข่าว เขียนกันหลายอย่าง เพื่อนโต๊ะข่าวต่างประเทศไทยรัฐ ทบทวนสอบทานจนแน่ใจ แปะคำ “อุยกูร์” เอาไว้ ผมผ่านไปเห็นก็ติดคาใจ...มาตั้งแต่นั้น

แต่ภาพ...คนอุยกูร์ เนื้อตัวหน้าตาเป็นยังไง...ยังรางๆ จนกระทั่งดูสารคดี เรื่องเส้นทางสายไหม...เริ่มได้เค้า...คนอุยกูร์ ไม่ใช่คนเอเชียแบบจีนไทย...แต่รูปร่างสูงใหญ่ ตาคมจมูกโด่ง ไปทางแขก-ฝรั่ง

เอ็นเอชเค...ตามรอยคนอุยกูร์จากซินเจียง ไปจนถึงฝั่งทะเล...ตุรกี...ภาษาพูด บทเพลงเดิมๆ...ที่ยังร้องกัน คนอุยกูร์ กลุ่มนี้ล่ะ เร่ร่อนไปลงหลักปักฐาน อยู่ในประเทศตุรกี

แต่กระนั้น “อุยกูร์” ก็ยังดูห่างไกลกับไทย ดูเหมือนไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกันเลย

ในหนังสือ พลิกต้นตระกูลไทย (พิราบสำนักพิมพ์) อาจารย์ต้วน ลี เซิง เขียนเรื่อง “แต้ฮั้ว (เจิ้นเหอ) กับแผ่นดินสยาม ในการนำกองเรือมหาสมบัติ ออกสู่โพ้นทะเล 7 ครั้ง เขาแวะเยี่ยมอาณาจักรสยามถึงสองครั้ง

ครั้งแรก ปี พ.ศ.1950 (สมุทรยาตราครั้งที่ 2) ตอนนั้นสยามเกิดกรณีขัดแย้งกับมะละกา แต้ฮั้วอาสาเป็นคนกลางไกล่เกลี่ย ในทำนอง สยามไม่ควรวางอำนาจกับมะละกา...ครั้งที่สอง (สมุทรยาตราครั้งที่ 3) ปีพ.ศ.1952

ความจริงนั้น สยามมีความสัมพันธ์กับจีนมานาน พงศาวดารราชวงศ์หมิง กล่าวว่า ปีที่ 10 แห่งรัชกาลหงหวู่ (พ.ศ.1920) เจ้านครอินทร์มาเข้าเฝ้า...

พระจักรพรรดิทรงพระโสมนัส จึงรับสั่งให้พระราชทานพระภูษาและ เงินทอง และพระราชทานตรากษัตริย์เสียนหลอ (เอกสารคำหับ)

และเพราะการมีตรากษัตริย์เสียนหลอนั้น...อาจารย์ต้วน ลี เซิง อธิบายว่า เจ้านครอินทร์ พระโอรสกษัตริย์สุพรรณบุรี จึงได้รับการชี้ขาดให้เป็นกษัตริย์อยุธยา แทนพระราเมศวร กษัตริย์อยุธยา...ทรงพระนาม พระนครินทราธิราช

ความเปลี่ยนแปลงสำคัญ เปลี่ยนกษัตริย์สุพรรณบุรี มาเป็นกษัตริย์อยุธยา...เกิดขึ้นในการเดินทางมาแวะสยามครั้งที่สอง ของแต้ฮั้ว ในปี พ.ศ.1952 นั่นเอง

แต้ฮั้วสำแดงพลานุภาพ สร้างผลสะเทือนต่ออาณาจักรสยามเอาไว้ คนไทยอาจไม่รู้ไม่มาก แต่สำหรับชาวจีนโพ้นทะเล มองแต้ฮั้วเสมือนเทพเจ้า...มีเรื่องเล่า แต้ฮั้วเสกคาถาอาคมพิชิตผี เนรมิตพระเจดีย์องค์ใหญ่ขึ้นได้ในคืนเดียว

แต้ฮั้วผสมยาละลายลงแม่น้ำ ให้คนสยามลงไปอาบเพื่อรักษาโรคภัย

คนจีนสมัยราชวงศ์หมิง เขียนว่า สยามได้เอาชื่อแต้ฮั้วมาเป็นชื่อ “อ่าวซำปอกง” ปลูกศาลเจ้าเพื่อใช้เซ่นไหว้ดวงวิญญาณ เรียกว่า ศาลเจ้าซำปอกง

บนแผ่นป้ายจารึกแห่งสุสานหม่าหะยี ที่แต้ฮั้วสั่งให้เขียนเรื่องราวของตระกูล แต้ฮั้ว มีสกุลเดิม “หม่า” (แซ่เบ๊ ภาษาแต้จิ๋ว) เทือกเถาเป็นชนเผ่าหุย ตั้งรกรากในแค้นคุนหยาง ริมทะเลสาบเตียนฉือ

คำหะยี เป็นคำที่ชาวมุสลิมยกย่อง ผู้เคยเดินทางไปแสวงบุญ ณ นครเมกกะ ปู่และพ่อแต้ฮั้วเคยไปเมกกะ พ่อเสียชีวิตเมื่ออายุ 39 ปี ขณะแต้ฮั้วยังเยาว์วัย

ภาพของพ่อ “บุรุษร่างใหญ่ผึ่งผาย งามสง่าน่ายำเกรง มิยอมประจบสอพลอผู้มีอำนาจ กล้าตักเตือนคนทำไม่ถูกทำนองคลองธรรมซึ่งหน้า โอบอ้อมอารีเอื้อเฟื้อต่อคนทุกข์ยาก”

ในยุคต้นของการสถาปนาราชวงศ์หมิง ดินแดนยูนนานอยู่ในการปกครองของเจ้าเมืองเหลียงแห่งราชวงศ์หยวน เมื่อกองทัพราชวงศ์หมิง ยึดยูนนาน ก็กวาดต้อนเอาเด็กๆ ไปเป็นทหาร

แต้ฮั้วอายุ 12 ปี ถูกเกณฑ์ไปในกองทัพ ต่อมาแสดงความสามารถจนได้รับใช้ใกล้ชิด กับเจ้าชายจูตี้แห่งราชวงศ์เยียน ซึ่งต่อมาได้ชิงอำนาจขึ้นเป็นจักรพรรดิหมิงเฉิงจู่

เมื่อเป็นมหาขันที...ทำงานใหญ่ คำพังเพยชาวพื้นเมือง ม้า (คนแซ่หม่า) จะเข้าราชสำนักหาได้ไม่ จักรพรรดิพระราชทานนามสกุลใหม่ให้ เป็นแต้

จากข้อมูลเหล่านี้ ภาพของมหาขันทีแต้ฮั้ว...จึงออกมา เหมือนแขก-ฝรั่ง...พอจะเชื่อมโยงได้ ระหว่างที่กุบไลข่าน...ทำสงครามยึดจีน...ชาวอุยกูร์ จากซินเจียงส่วนหนึ่งถูกเกณฑ์ไปยูนนาน...มหาขันทีแต้ฮั้ว (เจิ้นเหอ) เป็นคนอุยกูร์

พอจะแน่ใจได้ คนอุยกูร์กับคนไทยนั้น ผูกพันใกล้ชิดกันมายาวนาน...

ไม่ใช่อื่นไกล ไม่ใช่คนแปลกหน้ากัน แต่ประการใดเลย.

กิเลน ประลองเชิง

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้