วันเสาร์ที่ 8 ธันวาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
วัดบังยิงเรือเหนือ

วัดบังยิงเรือเหนือ

โดย บาราย
6 ธ.ค. 2552 05:00 น.
  • Share:

ทัศน์ ทองทราย เขียนเรื่อง วางดาบ ถ่ายกรรมฯ ที่วัดราชคฤห์วรวิหาร ไว้ในศิลปวัฒนธรรม ฉบับเดือนธันวาคม 2552 โดยเริ่มต้นว่า

บริเวณบางยี่เรือ มีวัดติดต่อกันถึง 3 วัด วัดแรกชาวบ้านเรียกชื่อขยายแถมต่อท้ายว่า วัดบางยี่เรือเหนือ (วัดราชคฤห์) วัดนี้เมื่อแรกตั้ง เรียกว่าวัดบางยี่เรือมอญ หรือวัดมอญ มอญสร้างมาตั้งแต่สมัยปลายอยุธยา มีพระมอญจำพรรษาอยู่

วัดที่สอง วัดบางยี่เรือกลาง หรือวัดจันทาราม วัดที่สามวัดบางยี่เรือใต้ หรือวัดอินทาราม

ประวัติวัดราชคฤห์ ยังมีชื่อดั้งเดิมว่า วัดวังน้ำวน เพราะตั้งติดคลองน้ำสามสาย 1. คลองบางกอกใหญ่ อยู่ด้านทิศเหนือของวัด 2. คลองบางน้ำชน อยู่ทางทิศตะวันตกของวัด 3. คลองท่าพระ อยู่ทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือของวัด

คลองสามสายมาชนกันเหมือนสี่แยก เวลาน้ำเค็มหนุนขึ้น น้ำเค็มก็ทะลักไหลเข้ามาจากคลองบางกอกใหญ่บ้าง จากคลองบางน้ำชนบ้าง ตามปกติน้ำจืดจะไหลมาจากคลองบางกอกใหญ่ ทางเขตภาษีเจริญมาชนกับน้ำเค็ม ทำให้เกิดหมุนเวียนเป็นวังวน

สมัยที่พระเจ้าตากสิน ตั้งค่ายรวมพลทหารอยู่ที่โพธิ์สามต้น พม่ายกทัพมา พระเจ้าตากสั่งให้ทหารหาญมีพระยาพิชัย (ดาบหัก) นำทหารออกแบ่งเป็นกองๆ ดักซุ่มโจมตีทหารพม่า พระยาพิชัยใช้จุดวัดราชคฤห์เป็นจุดดัก ยิงปืนใส่ทหารพม่าที่จอดเรืออยู่บริเวณวังน้ำวน ทหารพม่าล้มตายบ้าง หนีไปได้บ้าง

เมื่อพระเจ้าตากสินกอบกู้ชาติได้แล้ว ก็สั่งให้ พระยาพิชัย บูรณปฏิสังขรณ์วัดนี้ และเรียกชื่อวัด ราชคฤห์และอีกสองวัดตามเหตุการณ์ของสถานที่ว่า วัดบังยิงเรือ

ข้อมูลอีกด้านจากหนังสือพระอารามหลวง ในกรุงเทพมหานครเล่ม 2...บางยี่เรือในสมัยอยุธยาเป็นป่าสะแกทึบ แต่ฝั่งตรงข้ามเป็นที่ลุ่มมีหญ้าและกกขึ้นอยู่ในที่น้ำตื้นๆคล้ายป่าพรุ ถ้ามีเรือล่องมาลำคลองก็จะต้องอ้อมคุ้งมองเห็นได้ชัด จึงเหมาะเป็นชัยภูมิซุ่มยิงได้ดี

จึงเรียกว่าบังยิงเรือ ต่อมาได้เพี้ยนเป็นบางยี่เรือ

ต่อมาสมัยพระเจ้าตากสินกู้ชาติไทยได้เสร็จแล้ว สถาปนากรุงธนบุรีเรียบร้อยแล้ว ทรงพร้อมด้วยทหารคู่ใจคือพระยาสีหาราชเดโช (พระยาพิชัยดาบหัก) บูรณปฏิสังขรณ์วัดบางยี่เรือเหนือ โดยสร้างพระอุโบสถและพระปรางค์ พระอุโบสถที่พระยาพิชัยสร้าง ปัจจุบันคือพระวิหารใหญ่

ประวัติวัดราชคฤห์ เขียนว่า ต่อมาเมื่อพระเจ้าตากสินสวรรคต พระยาพิชัยดาบหักสิ้นชีวิตตาม ศพพระยาพิชัย ถูกนำมาไว้ที่วัดบางยี่เรือเหนือ

ประวัติพระยาพิชัย ตอนนี้ มีผู้รู้บางท่านแย้ง สุรินทร์ มุขศรี ให้เหตุผลว่า พระยาพิชัยใช้เวลาส่วนใหญ่ในการทำศึก เสร็จศึกเชียงใหม่ เมื่อ พ.ศ. 2317 ตามเสด็จมากรุงธนบุรีได้ไม่ถึงปี อะแซหวุ่นกี้ ก็ยกทัพมาล้อมพิษณุโลก หลังศึกอะแซหวุ่นกี้รักษาการ อยู่เมืองพิชัย จนสิ้นรัชกาล

โอกาสที่จะบูรณปฏิสังขรณ์วัดบางยี่เรือเหนือ จึงมีน้อยมาก

หนังสือประวัติพระยาพิชัยดาบหัก พิมพ์เป็น ที่ระลึกในพิธีเปิดอนุสาวรีย์พระยาพิชัยดาบหัก หน้าศาลากลางจังหวัดอุตรดิตถ์ พ.ศ.2512 มีเนื้อหา ตอนหนึ่งว่า

พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก ทรงเรียกตัวพระยาพิชัยดาบหักมาถาม...จะยอมอยู่ทำราชการต่อไปหรือไม่ ถ้ายอมอยู่จะเลี้ยง เพราะหาความผิดมิได้ พระยาพิชัยดาบหักตรองเห็นว่า อยู่ไปคงได้รับภัยมิวันใดก็วันหนึ่ง เพราะตัวท่านเป็นข้าหลวงเดิมสนิทของพระเจ้าตาก ย่อมเป็นที่ระแวงแก่ท่านผู้จะเป็นประมุขแผ่นดินต่อไป

ทั้งประกอบด้วยความเศร้าโศกอาลัยในพระเจ้าตาก กลัดกลุ้มในหทัย สิ้นความอาลัยในชีวิตตน จึงตอบไม่ยอมอยู่ จะตายตามเสด็จพระเจ้าตาก ขอฝากแต่บุตรชายให้ได้ทำราชการสนองพระเดชพระคุณสืบสกุลต่อไปภายหน้า
ฉะนั้นจึงโปรดเกล้าฯ ให้ประหารชีวิตเสีย เมื่อพระยาพิชัยดาบหักสิ้นชีพอยู่ได้ 41 ปี

ประวัติสายนี้ ไม่มีข้อความกล่าวถึงวัดราชคฤห์

แต่ในหนังสือประวัติวัดราชคฤห์วรวิหาร พ.ศ.2549 พระยาพิชัย กราบบังคมทูลว่า "ขอได้ทรงโปรดเกล้าฯ ประหารชีวิตข้าพระพุทธเจ้า แล้วนำศพไปฝังไว้ที่บางยี่เรือเหนือ (วัดราชคฤห์)

ยังมีประวัติที่ที่ผูกพันกับพระยาพิชัยดาบหักต่อไปอีกว่า...ภายในพระวิหารเล็กที่สร้างคู่กับพระวิหารใหญ่ มีพระนอนปางหนึ่ง ซึ่งไม่ค่อยมีให้เห็นเท่าใดนัก คือพระพุทธรูปปางถวายพระเพลิง หรือพระนอนหงาย ข้อมูลเพิ่มเติมช่วงนี้มีว่า

พระยาพิชัยดาบหัก ได้บูรณปฏิสังขรณ์ วิหารเล็กแล้ว ก็บูรณะพระพุทธรูปปางถวาย

พระเพลิง เพื่อเป็นการบำเพ็ญบุญอุทิศกุศลให้แก่ เพื่อนทหารและชาวบ้านที่ล้มตายเป็นจำนวนมาก เพราะตนเป็นต้นเหตุ เหมือนการชดใช้ถ่ายกรรมที่ตนได้ฆ่าคนตายไป

ดังนั้น ชาวบ้านจึงนิยมมากราบไหว้ขอถ่ายกรรมและขอพร เพื่อให้ประสบความสำเร็จ มีโชคมีลาภ เป็นการแก้ร้ายให้กลับกลายเป็นดี

พระปางถวายพระเพลิงนี้ มีแห่งเดียวในประเทศไทย ชาวบ้านเคารพกันมาก มา กราบไหว้ขอพรกันทุกวันไม่ขาด.

บาราย

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้