วันศุกร์ที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
ศปป. ยันไม่ใช้เวที 'เดินหน้าปฏิรูป' ฉีกหน้าใคร แจง 'ปู' ยังไม่พร้อม

ศปป. ยันไม่ใช้เวที 'เดินหน้าปฏิรูป' ฉีกหน้าใคร แจง 'ปู' ยังไม่พร้อม

  • Share:

ผอ.ศปป.ร่วมถกสื่อฯ เผยรายการเดินหน้าปฏิรูป ไม่ใช่เวทีดีเบต ยันไม่คิดใช้เวทีฉีกหน้า หรือประจานใคร ปัดเชิญ ”ทักษิณ” ร่วมรายการเพราะเป็นบุคคลต้องคดี แจง “ยิ่งลักษณ์” ยังไม่พร้อม...

เมื่อวันที่ 14 ก.ค.2558 พล.อ.พิสิทธิ์ สิทธิสาร ผอ.ศูนย์ปรองดองสมานฉันท์เพื่อการปฏิรูป (ศปป.) กล่าวถึงแนวทางการทำงาน ว่า มี 6 แผน 9 โครงการเป็นหัวใจหลักในการสร้างความปรองดองฯ ซึ่งการเชิญสื่อมาพูดคุยเพื่อ แลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสารอยากให้สื่อนำเสนอข่าวให้มีที่มาที่ไปอย่างถูกต้อง เพราะหากข่าวที่เสนอไปเกิดผลกระทบก็อยากให้หลีกเลี่ยง เช่น ศปป.เชิญบุคคลมาร่วมเวทีเดินหน้าปฏิรูป ซึ่งไม่ใช่เวทีดีเบต เพราะไม่ต้องการเอาคนมาเถียงกันโดยเชิญบุคคล 3 กลุ่มคือ 1. อดีตรัฐมนตรี 2. ประธาน สปช.ทั้ง 11 ด้าน และ 3. นักวิชาการที่ไม่ใช่รัฐบาล สำหรับกลุ่ม กกปส.และ นปช.จะไม่เชิญรวมถึงอดีตรัฐมนตรีที่มีคดีติดตัว

“ศปป.จะเชิญอดีตนายกรัฐมนตรีทุกยุคมาร่วมรายการล่าสุดได้ติดต่อนายอานันท์ ปันยารชุน แต่ท่านไม่ว่าง ส่วน พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีหากเชิญไปคงให้ออกเดี่ยวเพราะท่านอาวุโสมาก สำหรับ พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ ก็ต้องดูว่าเหมาะสมหรือไม่อย่างไร ส่วน น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ได้ประสานไปว่าพร้อมหรือไม่ ซึ่งขอยืนยันว่าไม่ได้เชิญมาฉีกหน้หรือประจานแต่อยากได้ประสบการณ์เรื่องการ บริหารราชการแผ่นดิน ซึ่งข่าวที่ออกมาว่าเขาขี้ขลาดจึงไม่กล้ามา ตนจึงประสานนายภูมิธรรม เวชยชัย เขาก็ยินยันว่ายังไม่พร้อม” พล.อ.พิสิทธ์ กล่าว

ส่วนความปรองดองจะเกิดขึ้นได้ต้องเชิญ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ มาพูดคุยด้วยหรือไม่นั้น พล.อ.พิสิทธิ์ กล่าวว่า อยากให้สื่อแยกแยะเพราะแผนของ ศปป.ไม่ได้ดูที่ตัวบุคคลเราจะไม่ยุ่งเรื่องในอดีต แม้กระทั่งการเชิญใครก็ต้องระวัง ซึ่งอดีตรัฐมนตรี หรือใครที่มีคดีอยู่เราจะไม่เชิญ เพราะจะกลายเป็นการเชิญมาแก้ตัวกับสื่อฯ

ทั้งนี้ จากการประเมินผลแผนการปรองดองฯ ที่ผ่านมา 6 เดือนไปให้นายกฯ ซึ่งมีหนึ่งเรื่องที่เกี่ยวข้องกับสื่อมวลชน เพราะผลการสำรวจพบว่า ประชาชนที่ติดตามข่าวสารผ่านทางสื่อทีวี เชื่อถือข้อมูลจากสื่อดาวเทียมมากกว่าฟรีทีวีซึ่งตนติดใจตรงนี้มากว่า ทำไมประชาชนไม่เชื่อสื่อฟรีทีวีและการประเมินของวิทยาลัยประชากรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยประเมินว่า คะแนนของรัฐบาลดีมากซึ่งหมายถึงประชาชนระดับล่างเชื่อถือการทำงานของรัฐบาล ภายหลังจาก ศปป.ลงพื้นที่สำรวจโดยเอาผลงานรัฐบาลไปชี้แจงให้ประชาชนได้รับทราบ แต่ที่น่าห่วงคืออนาคตหากกลับไปสู่การเลือกตั้งแล้ว ไม่มี คสช.สถานการณ์จะกลับไปเหมือนเดิม

“โรดแม็ปของ ศปป.คือการแยกกันคุยกับคนทุกกลุ่ม ยกเว้นคนที่อยู่ต่างประเทศกับคนที่บวชอยู่ที่ไม่ได้คุย การสัมมนาทั้ง 2 ฝ่ายร่วมกัน การเชื่อมความสามัคคีมีกิจกรรมร่วมกันโดยจะนัดเตะฟุตบอลของทั้งสองฝ่าย สุดท้ายคือนำแกนนำทั้ง 2 กลุ่มเดินสายต่างจังหวัดเพื่อไปเป็นวิทยากรพูดเรื่องต่างๆ แสดงให้เห็นว่าคน สองสีเลิกโกรธกันแล้ว รวมถึงการลงสัตยาบันเพื่อยืนยันกับประชาชนเหมือนเป็นสัญญาประชาคมให้การยอมรับหลังการเลือกตั้งว่าจะไม่เกิดชุมนุมขึ้นอีก ทั้งนี้การสร้างความปรองดองไม่สำเร็จ 100 เปอร์เซ็นต์ เพราะคนเคยทะเลาะกัน จะให้กลับมาเหมือนเดิมคงยาก เพียงแต่เราต้องสร้างสภาวะแวดล้อมให้รัฐบาลและ คสช.จึงอยากขอให้หยุดก่อนอย่า เพิ่งเคลื่อนไหวขอให้รัฐบาลได้ทำงานก่อน” พล.อ.พิสิทธิ์ กล่าว.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้