วันเสาร์ที่ 18 สิงหาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ฉุนนายกฯคนกลาง 'บิ๊กตู่'ลั่นกร้าว'เทียนฉาย'ยันไม่เล่นมุกด้วย

“บิ๊กตู่” เมินโมเดลรัฐบาลแห่ง ชาติ ชิ่งตอบมีชื่อติดชาร์ตนายกฯคนกลาง ชี้ รธน.ไม่ได้เขียนไว้ก็เป็นไม่ได้ ลั่นแฮปปี้ดีแล้วไม่อยากเป็นนายกฯสักวันเลย “เทียนฉาย” เช็กเสียง สปช.เอง ยันไม่มีใครคิดดันรัฐบาลแห่งชาติ-นายกฯคนกลาง “บวรศักดิ์” เคลียร์ปมอุทธรณ์มติ ก.ต.ให้ประธานศาลฎีกาตามระบบดั้งเดิมไม่ได้ให้อำนาจศาลปกครองพิจารณา 2,079 ผู้พิพากษาพอใจ กมธ.ยอมถอย 2 ก้าว ศาลทหารอนุมัติปล่อยตัว “รินดา” มือโพสต์นายกฯซุกหมื่นล้านแล้ว ตร.เผย “บิ๊กตู่” ใจดีไม่ฟ้องกลับหมิ่นประมาท 1 ใน 14 นศ.หอบครอบครัวดอดไปยุโรปเรียนต่อ

จากกรณีการเสนอแนวคิดในการตั้งรัฐบาลแห่งชาติ โดยนายกรัฐมนตรีมาจากคนกลาง ล่าสุด พล.อ.อุดมเดช สีตบุตร รมช.กลาโหมและ ผบ.ทบ. ซึ่งมีชื่อติดโผนายกฯ คนกลางได้ออกมาปฏิเสธไปแล้วนั้น

“บิ๊กตู่” เมินโมเดลรัฐบาลแห่งชาติ

เมื่อเวลา 16.20 น.วันที่ 13 ก.ค.ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้า คสช. ให้สัมภาษณ์ถึงข้อเสนอของ สปช.บางส่วนเสนอแนวทางตั้งรัฐบาลแห่งชาติ ว่า “ไม่รู้ ไม่รู้ ยังไม่ทราบ ผมยังไม่ได้มองตรงนั้น ผมมองและสนใจว่ารัฐธรรมนูญจะผ่านหรือไม่ผ่าน ถ้าไม่ผ่านจะต้องเตรียมการอย่างไร ต้องตั้งกรรมาธิการฯ ขึ้นมาร่างใหม่แล้วจะต้องทำอย่างไร รัฐธรรมนูญเขียนไว้อย่างนี้ ผมจะไปอะไรกับเรื่องรัฐบาลแห่งชาติ เขาเขียนไว้ในรัฐธรรมนูญหรือเปล่า”


ผู้สื่อข่าวถามย้ำว่า แต่มีกลุ่มคนและ สปช.บางส่วนเสนอขึ้นมา พล.อ.ประยุทธ์ย้อนถามว่าใครเสนอ ถ้าบอกว่า สปช.เสนอแล้วมีเรื่องนี้ที่เขาเสนอหรือไม่ แล้วรัฐธรรมนูญเขียนไว้หรือไม่ว่า สปช.ต้องเสนอเรื่องรัฐบาลแห่งชาติ

ขี้เกียจตอบติดโผ “นายกฯคนกลาง”

เมื่อถามว่า มีการเสนอชื่อ พล.อ.ประยุทธ์ ให้เป็นนายกรัฐมนตรีคนกลางด้วย พล.อ.ประยุทธ์ ตอบว่า “ทำได้หรือไม่เล่า นายกรัฐมนตรีคนกลางเขาเขียนเขียนไว้อย่างไร นายกฯ คนกลางมาจากไหนอย่างไร แล้ววันนี้มันเลือกตั้งได้หรือยัง รู้กันหรือยังว่ามันเลือกไม่ได้ วันนี้รัฐธรรมนูญก็ยังไม่ออกมา การเลือกตั้งก็ยังไม่เกิด แล้วจะมาบอกว่าถ้าเลือกตั้งไม่ได้จะต้องมีนายกฯคนกลาง อย่ามาพูดกับผมตรงนี้มันสร้างความขัดแย้ง ขี้เกียจตอบ”

เมื่อถามซ้ำว่า การเสนอให้ พล.อ.ประยุทธ์ เป็นคนกลางจะเป็นไปได้หรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ ตอบว่า “มันจะเป็นได้อย่างไรผมจะไปเป็นได้อย่างไร รัฐธรรมนูญเขียนไว้อย่างไร นายกรัฐมนตรีที่มาจากคนนอกจะต้องเป็นช่วงที่สถานการณ์ไม่ปกติ จะต้องได้คะแนนเสียง 2 ใน 3 หรือ 3 ใน 4 หรือ 4 ใน 5 ก็ว่ากันไปอย่ามาให้ผมเล่า”

แฮปปี้ดีแล้ว–ไม่อยากเป็นนายกฯ สักวัน

เมื่อถามว่า ดูเหมือนวันนี้นายกฯ จะแฮปปี้ดีใช่หรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ตอบว่า แฮปปี้ทุกวัน เพียงแต่ว่าพูดเสียงดังบ้างอะไรบ้างก็เป็นธรรมดาสำหรับชีวิตตน

ผู้สื่อข่าวถามว่า แสดงว่าไม่ปิดตัวเองจากข้อเสนอดังกล่าวในเรื่องนายกฯ คนกลางใช่หรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์กล่าวตอบทันทีว่า “ผมไม่อยากเป็นสักวันเลย” เมื่อถามว่า ถ้ามีการเสนอแสดงว่าไม่ขัดข้องใช่หรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ตอบย้ำว่า “ผมบอกว่าผมไม่ถ้า ไม่ต้องมาสมมติแบบนี้ ประเทศเราเสียหายผมไม่สมมติ”

เมื่อถามว่า ข้อเสนอดังกล่าวทำให้เสียหายหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า “ผมพูดทุกวันไม่เข้าใจอีกหรืออย่างไร”

“เทียนฉาย” ไม่เล่นด้วยกับมุกนี้

นายเทียนฉาย กีระนันทน์ ประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) กล่าวถึงกระแสข่าว สปช.เสนอให้ตั้งรัฐบาลแห่งชาติว่า ยืนยันว่า สปช. ไม่มีแนวคิดเรื่องการตั้งรัฐบาลแห่งชาติ และนายกรัฐมนตรีคนกลาง ตลอดจนข้อเสนอให้ตั้งเป็นประเด็นคำถามเรื่องการตั้งรัฐบาลแห่งชาติในการทำประชามติ เนื่องจากไม่ใช่หน้าที่ของ สปช. ทั้งนี้ได้สอบถามไปยังสมาชิก สปช. แล้ว ได้รับคำยืนยันว่า ไม่มีใครเสนอแนวคิดดังกล่าว ขณะนี้การทำงานของ สปช.อยู่ในช่วงเวลาจำกัดต้องเร่งจัดทำ และสรุปข้อเสนอเกี่ยวกับการปฏิรูปส่งให้รัฐบาล จึงต้องเตรียมปรับการทำงานให้เร็วขึ้น

“บิ๊กป๊อก” บอกไม่รู้เรื่องนี้เลย

พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย กล่าวถึงกรณีการเสนอรายชื่อปลัดกระทรวงมหาดไทยคนใหม่แทนนายวิบูลย์ สงวนพงศ์ ที่จะเกษียณอายุราชการในปีนี้ว่า เรื่องดังกล่าวตนยังไม่ได้คิดเมื่อถามถึงข้อเสนอแนวคิดรัฐบาลแห่งชาติ รมว.มหาดไทย กล่าวว่า เรื่องนี้ตนไม่รู้เรื่อง

กมธ.ยกร่างฯกั๊กตอบชอบ–ไม่ชอบ

พล.อ.เลิศรัตน์ รัตนวานิช โฆษก กมธ.ยกร่างฯ กล่าวถึงกรณีการตั้งรัฐบาลแห่งชาติ ว่า ยังไม่ถึงบทที่ต้องพิจารณา ที่ผ่านๆมา ไม่มีการบัญญัติเรื่องนี้ในไว้ในร่างรัฐธรรมนูญถึงกฎกติกาการได้มาซึ่งสภาผู้แทนราษฎร คณะรัฐมนตรี ส่วนข้อเสนอต่างๆคิดว่าเป็นเรื่องปกติเพราะในช่วงนี้เริ่มเข้มงวดแล้ว รัฐธรรมนูญใกล้เสร็จและเตรียมจะส่งให้ สปช.แล้วเป็นเรื่องปกติ เป็นเรื่องที่ดีที่ออกมาแสดงความคิดเห็นกันเช่นนี้ ส่วนขั้นตอนจะเป็นอย่างไรเป็นเรื่องที่กมธ.ยกร่างฯและ สปช.ต้องตัดสินใจ ผู้สื่อข่าวถามว่า การเลือกตั้งแบบสัดส่วนผสมจะเอื้อต่อการมีรัฐบาลแห่งชาติหรือไม่ พล.อ.เลิศรัตน์กล่าวว่า ระบบสัดส่วนผสมที่นำมาใช้ในร่างรัฐธรรมนูญมีการใช้ในหลายประเทศและมีปริมาณเพิ่มมากขึ้น ไม่เกี่ยวกับความเป็นรัฐบาลแห่งชาติ ไม่เกี่ยวกับพรรคการเมืองแต่ละพรรค เพราะการจะได้ ส.ส.ในสภาเข้ามาเกิดตามสัดส่วนที่ประชาชนเลือกทั้งนั้น

พท.ไม่เชื่อ “ปู–มาร์ค” คุยกันแล้วจบ

นายภูมิธรรม เวชยชัย รักษาการเลขาธิการพรรคเพื่อไทย กล่าวถึง กรณีที่ ศปป.จะให้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯ มาพูดคุยกับนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกฯ ผ่านสถานีโทรทัศน์รายการเดินหน้าปฏิรูปว่า คงตอบแทน น.ส.ยิ่งลักษณ์ไม่ได้ว่าจะไปออกรายการหรือไม่ แต่มองว่าการแก้ปัญหาความขัดแย้งไม่ได้อยู่ที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ หรือนายอภิสิทธิ์ ใช่ว่าเชิญ 2 คนมาพูดคุยแล้วจะแก้ปัญหาได้วันนี้ต้องคิดว่าจะทำอย่างไรให้บรรยากาศความขัดแย้งลดลง ถ้าทำให้คนรู้สึกว่าได้รับความยุติธรรม กฎหมายเป็นกฎหมาย ทุกฝ่ายเท่าเทียมกัน ความปรองดองก็จะเกิด ความปรองดองไม่แค่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ และนายอภิสิทธิ์ มาคุยกันแล้วจะจบ ควรมองให้ไกลเกินกว่าเอาบุคคลสองคนมาคุยกัน เพราะความขัดแย้งที่เกิดขึ้นเป็นความขัดแย้งที่เกิดขึ้นในสังคมทั้งหมด

“บวรศักดิ์” แจงปมอุทธรณ์มติ ก.ต.

เมื่อเวลา 09.30 น.นายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ ประธาน กมธ.ยกร่างฯ แถลงข่าวกรณีที่คณะผู้พิพากษาเตรียมเคลื่อนไหวและยื่นจดหมายเปิดผนึกคัดค้านร่างรัฐธรรมนูญประเด็นศาลยุติธรรมว่า ประเด็นการอุทธรณ์ คำสั่งลงโทษทางวินัยของคณะกรรมการตุลาการศาลยุติธรรม (ก.ต.) ซึ่งในอดีตเมื่อ ก.ต.มีมติหรือมีคำสั่งก็ไม่สามารถอุทธรณ์ได้ ไม่ว่าจะลงโทษวินัยร้ายแรงหรือไม่ร้ายแรง เช่น ไล่ออก หรือ ปลดออก ด้วยเหตุนี้ จึงมีการพูดคุยกันใน กมธ.ยกร่างฯ ว่าควรให้สิทธิผู้พิพากษาศาลยุติธรรมเหมือนข้าราชการอื่นๆโดย เฉพาะการอุทธรณ์ หากถูกชี้ว่ากระทำผิดวินัยร้ายแรง ซึ่งถือเป็นสิทธิของบุคคลที่จะพึงมี จึงได้เพิ่มข้อความในรัฐธรรมนูญมาตรา 219 วรรคสี่ ที่ระบุว่า การแต่งตั้ง การโยกย้าย การเลื่อนเงินเดือน และการเลื่อนตำแหน่ง การลงโทษทางวินัย การอุทธรณ์ หรือการทบทวนหรือการร้องทุกข์ ของผู้พิพากษาและตุลาการต้องมีหลัก ประกันความเป็นอิสระ ทั้งนี้ ตามที่กฎหมายบัญญัติ ซึ่งกรณีนี้ กมธ.ยกร่างฯ ต้องการให้ผู้พิพากษาที่ถูกลง โทษทางวินัย โดยเฉพาะลงโทษทางวินัยร้ายแรงไล่ออก ปลดออก มีสิทธิเหมือนมนุษย์ทุกคนที่จะอุทธรณ์ได้ เหมือนข้าราชการทั้งหมดทั่วโลก

ปัดชงศาล ปค.–ที่จริงให้ ปธ.ศาลฎีกา

นายบวรศักดิ์ กล่าวต่อว่า ขอยืนยันว่า กมธ.ยกร่างฯ ไม่เคยคิดให้ศาลปกครองเป็นผู้ทำหน้าที่พิจารณาการอุทธรณ์ตามที่มีกระแสข่าว เพราะตามมาตรา 9 วรรคสองของ พ.ร.บ.จัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีศาลปกครอง พ.ศ.2542 เขียนไว้ชัดเจนแล้วว่า ไม่ให้นำกฎหมายจัดตั้งศาลปกครองไปใช้บังคับกับการอุทธรณ์หรือคำวินิจฉัยหรือคำสั่งของ ก.ต. เพราะฉะนั้นข้อมูลที่ออกมาจึงพูดกันโดยปราศจากมูลความจริงเป็นสิ่งที่ไม่ถูกต้อง การที่ระบุไว้ในมาตรา 219 คนที่จะสามารถใช้อำนาจบัญญัติกฎหมายนี้ได้คือประธานศาลฎีกา ที่เป็นผู้รักษาการตาม พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการศาลยุติธรรม ซึ่งจะเป็นผู้ทำหน้าที่รวบรวมความคิดว่าจะร่างกลไกการอุทธรณ์ ร้องทุกข์กันอย่างไร กมธ.ยกร่างฯ ไม่ได้ก้าวล่วงเข้าไปทำสิ่งซึ่งคิดเอาโดยพลการ แต่ได้มีการปรึกษากับผู้ใหญ่ในศาลยุติธรรมและผู้บริหารในศาลยุติธรรมแล้ว จึงขอความกรุณาว่าอย่าเคลื่อนไหวเพราะจะกระทบต่อราชการศาลยุติธรรมในการให้ความเป็นธรรมกับประชาชน

ผู้พิพากษาพอใจ กมธ.ยอมถอย

ต่อมาเวลา 13.00 น.นายศรีอัมพร ศาลิคุปต์ ผู้พิพากษาอาวุโสศาลฎีกา เปิดเผยว่า เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา ตนได้นำจดหมายเปิดผนึกฉบับที่ 2 พร้อมรายชื่อผู้พิพากษาที่ร่วมคัดค้านร่างรัฐธรรมนูญรวมทั้งสิ้น 2,079 คน ที่ลงชื่อคัดค้านในประเด็นผู้พิพากษาที่ถูกลงโทษทางวินัย มีสิทธิอุทธรณ์มติของ ก.ต.ได้นั้น ไปยื่นให้กับนายภัทรศักดิ์ วรรณแสง เลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรม เพื่อส่งต่อไปยังคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ ซึ่งล่าสุดเมื่อช่วงเที่ยงที่ผ่านมา ตนได้รับทราบว่า ในที่ประชุมคณะกรรมาธิการยกร่างฯ ได้มีมติยอมแก้หลักการร่างรัฐธรรมนูญตามที่เราร้องขอ โดยไม่ให้ผู้พิพากษาที่ถูกลงโทษทางวินัย ไม่มีสิทธิอุทธรณ์มติของ ก.ต. แต่ยังคงนำระบบดั้งเดิมของศาลยุติธรรมมาใช้ คือยังสามารถยื่นเรื่องให้ ก.ต.ทบทวนการพิจารณาลงโทษทางวินัยได้ ซึ่งปัจจุบันทางศาลยุติธรรมก็ใช้ระบบนี้อยู่แล้ว เท่ากับว่าคณะกรรมาธิการยกร่างฯ ยอมรับฟังความเห็นของกลุ่มผู้พิพากษาที่ร่วมลงลายมือชื่อคัดค้านร่างรัฐธรรมนูญ และยอมรับฟังปัญหาของศาลยุติธรรมเรายอมแก้ไขทั้ง 2 ประเด็น โดยก่อนหน้านี้มีมติยกเลิกการแก้รัฐธรรมนูญทั้งในประเด็นปรับสัดส่วนของ ก.ต.ที่มาจากบุคคลภายนอกไม่น้อยกว่า 1 ใน 3 และในวันนี้ได้มีมติยกเลิกให้ผู้พิพากษาที่ถูกลงโทษทางวินัยมีสิทธิอุทธรณ์มติ ก.ต. ได้ แต่อาจจะมีการเขียนกฎหมายบัญญัติในเรื่องดังกล่าวให้ชัดเจนมากยิ่งขึ้นต่อไป

กมธ.ยกร่างฯเริ่มถกหมวดศาล

ขณะที่การประชุมคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญนอกสถานที่วันแรก ที่โรงแรมเอเชียพัทยา จ.ชลบุรี โดยนายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ ประธาน กมธ.ยกร่างฯเป็นประธานในการประชุม มีวาระพิจารณาปรับแก้ร่างรัฐธรรมนูญเป็นรายมาตรา ภาค 3 หลักนิติธรรม ศาล และองค์กรตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐ หมวด 1 ศาลและกระบวนการยุติธรรม โดย พล.อ.เลิศรัตน์ รัตนวานิช โฆษก กมธ.ยกร่างฯ ให้สัมภาษณ์ก่อนเข้าประชุมว่า คาดว่าการพิจารณารายมาตราน่าจะเสร็จสิ้นได้ในวันที่ 16 ก.ค. จากนั้นจะทบทวนเนื้อหาทั้งหมด การทำงานของ กมธ.ยกร่างฯในระหว่างที่ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราวยังไม่มีผลบังคับใช้ ยังต้องเป็นไปตามกำหนดเดิมที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราวที่มีผลบังคับใช้อยู่ในปัจจุบันไปก่อน คือ จะต้องส่งร่างรัฐธรรมนูญให้กับ สปช.ไม่เกินวันที่ 23 ก.ค. แต่หากประกาศใช้ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราวเมื่อไรทาง กมธ.ยกร่างฯจะใช้เวลาที่ได้รับเพิ่มเชิญ สปช.ผู้เสนอคำขอแก้ไขร่างรัฐธรรมนูญมาให้ความเห็นเพิ่มเติมต่อไป

โครงสร้าง ก.ต.ให้ศาลออกแบบ

เมื่อเวลา 17.00 น. พล.อ.เลิศรัตน์ รัตนวานิช โฆษกคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ แถลงผลการประชุม กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญ ที่พิจารณาปรับปรุงบทบัญญัติของร่างรัฐธรรมนูญเป็นรายมาตรา ว่าที่ประชุมได้พิจารณามาตรา 217 จนถึงมาตรา 228 แล้วเสร็จแล้ว โดยมาตรา 219 ว่าด้วยการพิจารณาพิพากษาคดีเป็นอำนาจของศาลนั้น ได้พิจารณาปรับโดยให้คงเจตนารมณ์ของความมีอิสระในการพิจารณาพิพากษาคดี ขณะที่องค์กรบริหารงานบุคคลของผู้พิพากษาหรือตุลาการของแต่ละศาลให้เป็นสิทธิของศาลนั้นๆ เป็นผู้ที่จะพิจารณาและเสนอกฎหมายเพื่อให้มีผลบังคับใช้ รวมถึงกรณีที่กำหนดให้สิทธิผู้พิพากษาหรือตุลาการอุทธรณ์ในคำสั่งลงโทษทางวินัยตามมติของคณะกรรมการตุลาการศาลยุติธรรม (ก.ต.) ให้เป็นไปตามที่กฎหมายบัญญัติ โดยในส่วนของคณะกรรมการซึ่งเป็นองค์กรบริหารงานบุคคลของผู้พิพากษาหรือตุลาการของศาล ประกอบด้วย ก.ต. คณะกรรมการตุลาการศาลปกครอง (ก.ศป.) ให้มีวาระดำรงตำแหน่งสองวาระ ซึ่งปรับเพิ่มจากเดิมที่กำหนดให้มีวาระเดียว

ตั้งอายุเกษียณผู้พิพากษา–ตุลาการเอง

พล.อ.เลิศรัตน์กล่าวต่อว่า มาตรา 226 ว่าด้วยวาระการดำรงตำแหน่งของประธานศาลฎีกา ประธานศาลปกครองสูงสุด และประธานศาลอื่น ที่ประชุมได้พิจารณาตัดวรรคสอง ว่าด้วยวาระของผู้พิพากษา หรือตุลาการของศาลยุติธรรม ศาลปกครองและศาลอื่นๆ ที่กำหนดให้พ้นราชการเมื่ออายุครบ 65 ปีบริบูรณ์ ออกทั้งวรรค เพื่อให้สอดคล้องกับความเห็นของศาลปกครองที่ชี้แจงว่าส่วนใหญ่บุคคลที่จะสอบเป็นตุลาการจะมีอายุ 45 ปี หรือบางคนสอบได้เมื่ออายุ 60 ปี ทำให้การเกษียณอายุราชการเกิดความไม่เหมาะสม จึงตัดออกและให้แต่ละศาลนำไปกำหนดในกฎหมายที่เกี่ยวข้องเอง

สปช.ผ่านแผนปฏิรูปพรรคการเมือง

เมื่อเวลา 10.00 น. ที่รัฐสภา มีการประชุมสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) มีนายเทียนฉาย กีระนันทน์ ประธาน สปช.ทำหน้าที่ประธานการประชุม เพื่อพิจารณารายงานของคณะกรรมาธิการปฏิรูปการเมือง เรื่องแผนการปฏิรูปเข้าสู่อำนาจและระบบพรรคการเมือง ในรอบที่สอง โดยนายสมบัติ ธำรงธัญวงศ์ ประธานคณะกรรมาธิการปฏิรูปการเมือง ชี้แจงว่า แนวทางปฏิรูปพรรคการเมือง หัวหน้าพรรคต้องผ่านการเลือกตั้งจากสมาชิกพรรค และผู้สมัครรับเลือกตั้งของพรรคต้องผ่านการเลือกตั้งขั้นต้นของสมาชิกพรรคในพื้นที่ หรือไพรมารี่โหวต ส่วนระบบพรรคการเมืองต้องมีหลายพรรคไม่มีกลุ่มทางการเมือง และการยุบพรรคการเมืองจะทำไม่ได้ เว้นแต่พรรคการเมืองทำผิดร้ายแรงต่อสถาบัน ล้มล้างระบอบประชาธิปไตยและทำลายความมั่นคงของชาติ ทั้งนี้ ระบบการเลือกตั้งที่เหมาะสมกับประเทศไทยคือ ระบบการเลือกตั้งแบบสัดส่วนคู่ขนานมี ส.ส.เขต 400 คน และ ส.ส.บัญชีรายชื่อ 100 คน ขณะที่การปฏิรูปโครงสร้างองค์กรอิสระต้องลดการแทรกแซงทางการเมือง ทั้งนี้ หลังจากที่สมาชิกได้อภิปรายแสดงความเห็นกันอย่างกว้างขวางแล้ว ที่ประชุมได้ลงมติเห็นชอบรายงานดังกล่าว พร้อมส่งให้ กมธ.ยกร่างฯ ด้วยคะแนน 200 ต่อ 2 เสียง

40 ส.ว. เคลียร์ข่าวล็อบบี้คว่ำร่าง รธน.

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในระหว่างที่สมาชิก สปช.อภิปรายถึงแนวทางการปฏิรูปพรรคการเมืองนั้นนายวันชัย สอนศิริ สมาชิก สปช. และอดีตกลุ่ม 40 ส.ว.ได้ชี้แจงต่อที่ประชุมถึงกระแสข่าวกลุ่ม 40 ส.ว. เตรียมล็อบบี้ สปช.ให้คว่ำร่างรัฐธรรมนูญว่า กลุ่ม 40 ส.ว.ยกเลิกไปแล้ว ขณะนี้กลุ่ม 40 ส.ว.มีทั้งที่ไปเป็น กมธ.ยกร่างฯ สปช. และ สนช. ซึ่งมีการนัดพบปะกินข้าวกันเดือนละ 1 ครั้ง และเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมามีการนัดรับประทานอาหารจริง โดยหารือและวิเคราะห์เรื่องร่างรัฐธรรมนูญว่า ถ้าร่างผ่านหรือไม่ผ่านจะมีผลอย่างไรบ้าง ยืนยันว่า ไม่มีการให้อดีตกลุ่ม 40 ส.ว.ไปล็อบบี้ สปช.ให้คว่ำร่างรัฐธรรมนูญ ข่าวที่ออกมาจึงผิดพลาดคลาดเคลื่อนบิดเบือนข้อเท็จจริง

ปธ.สปช.นัดวิปเพิ่มวันถกแผนปฏิรูป

นายเทียนฉาย กีระนันทน์ ประธาน สปช. กล่าวว่า หากรัฐธรรมนูญชั่วคราวปี 2557 ฉบับแก้ไขเพิ่มเติม ยังไม่มีผลบังคับใช้ จะทำให้ สปช. ต้องลงมติรับหรือไม่รับร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ภายในวันที่ 6 ส.ค. จากเดิมที่คาดว่า จะต้องลงมติในวันที่ 5-7 ก.ย. ดังนั้น จึงเตรียมหารือในที่ประชุมคณะกรรมาธิการวิสามัญกิจการสภาปฏิรูปแห่งชาติ (วิป สปช.) วันที่ 15 ก.ค. เพื่อกำหนดวันประชุม สปช. เพิ่มเติมในวันเสาร์-อาทิตย์ คาดว่าจะเริ่มประชุมสัปดาห์แรก ในวันที่ 25 -26 ก.ค.เพื่อเร่งรัดการพิจารณาแผนปฏิรูปให้เสร็จทันตามกรอบเวลา ไม่ให้การทำงานที่ผ่านมาสูญเปล่า

เครื่องลงประชามติใหม่สไลด์หน้าจอ

เมื่อเวลา 10.00 น.นายสมชัย ศรีสุทธิยากร กรรมการการเลือกตั้ง ด้านกิจการบริหารงานเลือกตั้ง เป็นประธานในการประชุมการนำเครื่องลงคะแนนเลือกตั้งอิเล็กทรอนิกส์มาใช้กับการออกเสียงประชามติและการเลือกตั้ง โดยเชิญนักวิชาการเชี่ยวชาญจากหลายสถาบันเข้าให้ความเห็น

นายสมชัยให้สัมภาษณ์ว่า การเลือกตั้งในอนาคตมีความซับซ้อน และอาจมีการเลือกตั้งแบบโอเพ่นลิสต์ ที่ประชุมจึงเห็นว่าการพัฒนาเครื่องลงคะแนนที่จะนำมาใช้ จะต้องมีความยืดหยุ่นให้สามารถใช้กับการลงคะแนนรูปแบบต่างๆได้ โดยตัวเครื่องอาจใช้ระบบทัชสกรีนที่จะสามารถกำหนดโปรแกรมหรือคำถามได้ตามความต้องการในการนำเครื่องไปใช้ทั้งเลือกตั้งและประชามติ และการออกเสียงประชามติร่างรัฐธรรมนูญที่กำหนดไว้เบื้องต้นในวันที่ 10 ม.ค.59 กกต.เห็นควรให้ใช้เครื่องลงคะแนนในบางหน่วยของการทำประชามติในพื้นที่ กทม. โดยให้ผู้มีสิทธิ์ออกเสียงเลือกว่าจะลงคะแนนในรูปแบบใด

ศาลทหารปล่อยตัว “รินดา” แล้ว

เมื่อเวลา 09.30 น. ที่ศาลทหารกรุงเทพ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากกรณีที่นางรินดา ปฤชาบุตร หรือ หลิน อายุ 44 ปี ผู้ต้องหาโพสต์ข้อความกล่าวหา พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี โอนเงินไปประเทศสิงคโปร์กว่าหมื่นล้านบาท โดยให้การรับสารภาพว่าเป็นผู้โพสต์จริง ซึ่งเจ้าหน้าที่จึงแจ้งข้อหานำเข้าข้อมูลอันเป็นเท็จสู่ระบบตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ มาตรา 116 ทำให้เกิดความปั่นป่วน กระด้างกระเดื่องในหมู่ประชาชน และตามมาตรา 348 ทำให้ประชาชนตื่นตระหนกตกใจ โดยศาลทหารกรุงเทพได้รับคำร้องพนักงานสอบสวนในการฝากขังผัดแรกเป็นเวลา 12 วัน

ต่อมาเวลา 12.15 น. น.ส.ภาวิณี ชุมศรี ทนายความจากศูนย์ทนายความเพื่อมนุษยชนได้เข้ายื่นประกันตัวนางรินดาเป็นครั้งที่ 2 และขอให้ศาลไต่สวนเพราะผู้ต้องหามีภาระต้องเลี้ยงดูบุตรและไม่คิดหลบหนี โดยได้ชี้แจงเหตุผลการขอประกันตัวว่า คดีนี้พนักงานสอบสวนไม่คัดค้านการประกันตัว โดยยื่นหลักทรัพย์จำนวนเงิน 1 แสนบาท ทั้งนี้ ศาลได้พิจารณาคำร้องและอนุญาตให้ประกันตัวแต่มีเงื่อนไขห้ามแสดงความคิดเห็นทางการเมือง ไม่ยุยงปลุกปั่นให้เกิดความวุ่นวายในสังคมหรือทำให้คนฝ่าฝืนกฎหมายและห้ามออกนอกประเทศ ทั้งนี้ ศาลอนุญาตให้ประกันตัวโดยไม่มีการไต่สวน จากนั้นศาลจะออกหมายปล่อยตัวนางรินดา คาดว่าจะปล่อยตัวได้ในช่วงค่ำวันนี้

“บิ๊กตู่” ใจดีไม่ฟ้องหมิ่นประมาท

ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.ต.ท.ประวุฒิ ถาวรศิริ โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวถึงความคืบหน้าในการควบคุมตัวนางรินดา ปฤชาบุตร อายุ 44 ปี ผู้ต้องหาโพสต์ข้อความกล่าวหา พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี โอนเงินไปประเทศสิงคโปร์จำนวนหมื่นล้านบาทว่า พนักงานสอบสวนไม่ได้คัดค้านการประกันตัว แต่จากการประสานทางศาลไม่อนุญาตให้ประกันตัว แต่เนื่องจากคดีที่พนักงานสอบสวนแจ้งข้อหานางรินดา มีเรื่องของมาตรา 14 ตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ อนุ 1 อนุ 2 เรื่องการนำเข้าข้อมูลอันเป็นเท็จ และมาตรา 116 ป.อาญา กรณีทำให้เกิดความปั่นป่วน ซึ่งเป็น 2 ข้อหาอาญาแผ่นดินเป็นเรื่องที่ยอมความไม่ได้ ส่วนกรณีของนายกรัฐมนตรี ที่ถูกพาดพิงท่านไม่ได้เอาเรื่องจึงไม่ได้แจ้งข้อหานี้

ทูตฝรั่งเศสมอบหลักฐานคดีหมิ่นฯ

เมื่อเวลา 14.00 น. ที่กระทรวงยุติธรรม นาย ตีแยรี วีโต้ เอกอัครราชทูตฝรั่งเศสประจำประเทศไทยและนายลุค สเปย์บรูค กงสุลฝรั่งเศสได้เข้าพบ พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา รมว.ยุติธรรม นายชาญเชาว์ ไชยานุกิจ รองปลัดกระทรวงยุติธรรมและนางสุวณา สุวรรณจูฑะ อธิบดีดีเอสไอ เพื่อหารือและแลกเปลี่ยนข้อมูลของผู้ต้องหาคดีเกี่ยวกับความมั่นคงด้านการเมืองและความมั่นคงด้านสถาบันพระมหากษัตริย์ ตามมาตรา 112 กับทางการฝรั่งเศส พร้อมกับได้มอบเอกสารหลักฐาน รายชื่อผู้ต้องหาจำนวน 3 คน ซึ่งมีความผิดมาตรา 112 ที่หลบหนีไปประเทศฝรั่งเศส โดยผู้ต้องหาทั้ง 3 ราย คือนายสมศักดิ์ เจียมธีระสกุล นายจรัล ดิษฐาอภิชัย และนายศรัณย์ ฉุยฉาย หรืออั้ม เนโก๊ะ

“อาชีวะช่วยชาติ” ไปให้กำลังใจนายกฯ

เมื่อเวลา 11.00 น. ที่ศูนย์บริการประชาชน สำนักงาน ก.พ.นายวิศรุต ปิติดา และนายดนัย ทิพย์–ยาน ตัวแทนกลุ่มอาชีวะช่วยชาติ ณ ราชดำเนิน 56 พร้อมคณะนักศึกษาจำนวนหนึ่ง จาก 14 สถาบัน เข้ายื่นหนังสือและมอบดอกไม้ให้กำลังใจ พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคสช. รวมถึงคณะรัฐมนตรี เพื่อสนับสนุนให้มีการปฏิรูปก่อนเลือกตั้ง โดยมีนายสุขสวัสดิ์ สุวรรณวงศ์ หัวหน้าฝ่ายประสานมวลชน ศูนย์บริการประชาชนเป็นตัวแทนรับหนังสือและช่อดอกไม้ โดยนายดนัย กล่าวว่า การออกมาเคลื่อนไหวไม่ได้เกี่ยวกับการคัดค้าน 14 นักศึกษากลุ่มดาวดิน การเห็นต่างไม่จำเป็นต้องมาคัดค้านกัน ยืนยันว่าการออกมาด้วยความสมัครใจ ไม่มีผู้ใดหนุนหลัง และจะไม่ออกมาปะทะกับกลุ่มเห็นต่างที่กำลังเคลื่อนไหวอยู่ ซึ่งจุดประสงค์ที่มาอยากจะให้กำลังใจนายกรัฐมนตรีเพียงเท่านั้น

1 ใน 14 นศ.เดินทางไปยุโรปเรียนต่อ

ด้านความเคลื่อนไหวกลุ่มขบวนการประชาธิปไตยใหม่ หรือเอ็นดีเอ็ม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 11 ก.ค.ที่ผ่านมา นายพรชัย ยวนยี สมาชิก 1 ใน 14 ของเอ็นดีเอ็ม ได้เดินทางออกนอกประเทศพร้อมครอบครัว เพื่อไปศึกษาต่อที่ยุโรป เป็นเวลา 1 ปี โดยนายกฤษฎางค์ นุตจรัส ทนายความเอ็นดีเอ็ม เผยว่า หลังศาลทหารมีคำสั่งไม่รับฝากขัง 14 นศ.นักกิจกรรมเอ็นดีเอ็ม พนักงานสอบสวน สน.สำราญ– ราษฎร์นัดหมายสมาชิกเอ็นดีเอ็มเข้าให้ปากคำเพิ่มเติมในวันที่ 23 ก.ค. เวลา 10.00 น. ส่วนคดีที่ สน.ปทุมวัน ที่เอ็นดีเอ็มแจ้งความเจ้าหน้าที่ตำรวจและทหาร กรณีที่มีการสลายการชุมนุม นศ.ที่จัดกิจกรรมหน้าหอศิลปและวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพ อยู่ระหว่างการหารือตำรวจ ว่าจะให้ นศ.เข้าให้ปากคำเพิ่มเมื่อไร ทั้งจะขอเจรจาให้พนักงานสอบสวน สน.ปทุมวัน ให้เพิกถอนหมายจับ คดีหน้าหอศิลปฯเนื่องจากขณะศาลทหารอนุมัติหมายจับลูกความทั้งหมดอยู่ระหว่างถูกฝากขังโดยศาลทหาร

ดาวดินต้อนรับทุกสีต้านเผด็จการ

นายรังสิมันต์ โรม กลุ่มธรรมศาสตร์เสรีเพื่อประชาธิปไตย สมาชิกเอ็นดีเอ็ม ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่กลุ่มมวลชนเสื้อแดงเปลี่ยนสัญลักษณ์ในการรวมกลุ่มจากชูสามนิ้วมาเป็นสัญลักษณ์การชูกำปั้นของเอ็นดีเอ็ม ว่า กลุ่มเอ็นดีเอ็มไม่ได้เป็นองค์กร แต่เป็นเครือข่ายของคนที่ยึดหลักการเดียวกัน ส่วนตัวไม่ได้ห่วงตรงนี้ เพราะไม่ว่าเสื้อสีอะไร ก็คือคนไทย เอ็นดีเอ็มไม่ได้กีดกันใคร เพราะเป็นพื้นที่ของคนเรียกร้องประชาธิปไตยและไม่เห็นด้วยกับเผด็จการ ไม่ว่าใครสีไหนก็ร่วมได้ก็เหมือนถอดเสื้อสีนั้นออกไปแล้วต่อต้านเผด็จการเหมือนกัน อย่างไรก็ตามความเคลื่อนไหวเอ็นดีเอ็มจากนี้ยังตอบไม่ได้ต้องขอหารือก่อน ตอนนี้ทางกลุ่มดาวดินกลับไปเคลื่อนไหวกับชาวบ้านที่ จ.ขอนแก่น ส่วน กทม.ทางแอลแอลทีดี และ ศนปท.ยังขับเคลื่อนต่อ

“บิ๊กตู่” เดินหน้าปราบโกงยั่งยืน

อีกเรื่องหนึ่ง เมื่อเวลา 09.00 น. ที่ห้องสีเขียว ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้า คสช. เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการต่อต้านการทุจริตแห่งชาติ (คตช.) มีรัฐมนตรี ผู้บัญชาการเหล่าทัพ หน่วยงานราชการ และภาคเอกชน เข้าร่วม โดย พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า การทำงานขณะนี้ มีทั้งเดินหน้า และขจัดข้อขัดแย้ง ตรวจสอบทุจริต ให้มีความเป็นรูปธรรม โดยทำได้หลายมิติ ซึ่งขณะนี้เป็นมิติด้านความมั่นคง แต่ปัญหาหลักขณะนี้คือ การขาดความไว้เนื้อเชื่อใจ ประชาชนยังมีความขัดแย้งทุกระดับ ซึ่งต้องไม่ให้ขยายความขัดแย้งออกไป เพราะกระทบต่อความมั่นคงของชาติ จะแก้ปัญหาอะไรต้องเริ่มที่เสถียรภาพรัฐบาลและบ้านเมืองต้องสงบก่อน

พล.อ.อนันตพร กาญจนรัตน์ ประธานคณะกรรมการติดตามและตรวจสอบการใช้จ่ายงบประมาณภาครัฐ (คตร.) ในฐานะเลขานุการ คตช. แถลงว่านายกฯต้องการให้การแก้ปัญหาการทุจริตต่อเนื่องและยั่งยืน ไม่ใช่จบในรัฐบาลชุดนี้ โดยวางรูปแบบ โครงสร้าง ให้กระทรวงยุติธรรมบูรณาการงบประมาณปราบปรามการทุจริตที่ทุกกระทรวงมีอยู่เข้าด้วยกัน และที่ประชุม คตช.มีแนวคิดตั้งกองทุน โดยจะของบฯจากสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล

คลอดชุดใหญ่มาตรการทางภาษี

ด้านนายประยงค์ ปรียาจิตต์ เลขาธิการ ป.ป.ท. กล่าวว่า ที่ประชุม คตช.เห็นชอบมาตรการปราบปรามการทุจริต 3 เรื่อง คือ 1.ยกระดับการบังคับใช้มาตรการทางปกครองและวินัย ต่อไปหากศูนย์อำนวยการต่อต้านการทุจริตแห่งชาติ (ศอตช.) พบการกระทำผิดในหน่วยงานราชการใดจะแจ้งให้ผู้บังคับบัญชาการหน่วยงานนั้นดำเนินการลงโทษทางปกครองและวินัย แต่หากแจ้งไปแล้วผู้บังคับบัญชายังไม่ดำเนินการ ศอตช.จะใช้กระบวนการทางกฎหมายที่มีอยู่ไปกระตุ้น แต่ถ้ายังเฉยอยู่อีก จะเสนอให้นายกฯดำเนินการ 2.ศอตช.จะใช้มาตรการทางภาษีกับเจ้าหน้าที่ของรัฐที่กระทำความผิด รวมถึงเอกชนที่เสนอขายสินค้าหรือบริการให้กับภาครัฐ แต่ไม่ดำเนินการทางภาษีให้ถูกต้อง และ 3. ศอตช.จะติดตามและรับเรื่องร้องว่ามีหน่วยราชการใดไม่ปฏิบัติตาม พ.ร.บ.การอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตของทางราชการ ซึ่งมีผลบังคับใช้ในวันที่ 21 ก.ค.นี้

สั่งเร่งสอบให้เร็ว ขรก.โกงลอต 1–2

เลขาธิการ ป.ป.ท. กล่าวว่า สำหรับความคืบหน้าการตรวจสอบข้าราชการที่พัวพันการทุจริตในรอบที่ 1 และ 2 อยู่ระหว่างการตรวจสอบของหน่วยงานต้นสังกัด ดำเนินการทางวินัยไปบางส่วนแล้ว ซึ่งนายกฯให้เร่งสอบให้แล้วเสร็จโดยเร็ว เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมกับข้าราชการที่สอบแล้วไม่มีส่วนเกี่ยวจะได้กลับไปดำรงตำแหน่งเดิม ส่วนใครทุจริตจริงจะได้ลงโทษทางวินัยและแต่งตั้งบุคคลอื่นเข้าไปดำรงตำแหน่งแทน ส่วนการพิจารณารายชื่อข้าราชการที่พัวพันการทุจริตรอบที่ 3 ยังไม่ได้พิจารณา ส่วนการเพิ่มบทบัญญัติการลงโทษแก่เจ้าหน้ารัฐที่กระทำความผิดกรณีทุจริต สูงสุดถึงขั้นประหารชีวิตตาม พ.ร.บ. ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต ฉบับที่ 3 นั้น ความจริงโทษประหารชีวิตมีอยู่แล้ว เพียงแต่เพิ่มบทลงโทษในส่วนเจ้าหน้าที่รัฐต่างประเทศ หรือเจ้าหน้าที่ขององค์กรระหว่างประเทศเพิ่มขึ้นมาเท่านั้น

ป.ป.ช.แจงโทษประหาร–ก.ม.ใหม่

นายสรรเสริญ พลเจียก เลขาธิการ ป.ป.ช.กล่าวถึงการประกาศใช้ พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2558 (ฉบับที่ 3) ให้มีผลบังคับใช้ตามกฎหมายโดยโทษสูงสุดของเจ้าหน้าที่รัฐที่รับสินบนคือการประหารชีวิต ตามมาตรา 123/2 ว่านายปาน-เทพ กล้าณรงค์ราญ ประธาน ป.ป.ช.เสนอแก้ไขร่างกฎหมาย ป.ป.ช.ต่อ สนช.เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของ ป.ป.ช. และให้เป็นไปตามอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการต่อต้านการทุจริต ค.ศ.2003 ซึ่ง ป.ป.ช.ได้นำบทลงโทษตามมาตรา 149 ของประมวลกฎหมายอาญาเรื่องการเรียกรับทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดของเจ้าหน้าที่รัฐ ซึ่งมีโทษจำคุก 5-20 ปีจำคุกตลอดชีวิตรวมถึงการประหารชีวิตเพื่อให้ครอบคลุมในการเอาผิดเจ้าหน้าที่รัฐที่เรียกรับสินบนและขยายการเอาผิดไปถึงการรับสินบนของเจ้าหน้าที่รัฐต่างประเทศด้วย

สหกรณ์บินไทยค้านร่าง ก.ม.สหกรณ์

เมื่อเวลา 14.00 น. ที่รัฐสภา สหกรณ์ออมทรัพย์พนักงานบริษัทการบินไทย จำกัด นำโดยนายปราโมทย์ สรวมนาม ที่ปรึกษาสหกรณ์ฯ ยื่นหนังสือต่อนายสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย รองประธาน สนช. คนที่ 1 คัดค้านร่าง พ.ร.บ.สหกรณ์ พ.ศ.2542 ที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เสนอแก้ไข โดยนายปราโมทย์กล่าวว่า การแก้ไขกฎหมายดังกล่าว เป็นผลมาจากความเสียหายที่เกิดขึ้นกับสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น ซึ่งมีการเพิ่มอำนาจให้ราชการมากำกับ และแทรกแซงการดำเนินการของสหกรณ์โดยไม่มีเหตุอันสมควร ทั้งที่ตาม พ.ร.บ.สหกรณ์ พ.ศ.2542 ได้ให้อำนาจเจ้าหน้าที่ไว้อย่างเพียงพอแล้ว จึงขอคัดค้านแก้ไขกฎหมายฉบับนี้

“บิ๊กตู่” เมินโมเดลรัฐบาลแห่ง ชาติ ชิ่งตอบมีชื่อติดชาร์ตนายกฯคนกลาง ชี้ รธน.ไม่ได้เขียนไว้ก็เป็นไม่ได้ ลั่นแฮปปี้ดีแล้วไม่อยากเป็นนายกฯสักวันเลย “เทียนฉาย” เช็กเสียง สปช.เอง ยันไม่มีใครคิดดันรัฐบาลแห่งชาติ-นายกฯคนกลาง 14 ก.ค. 2558 07:17 14 ก.ค. 2558 07:19 ไทยรัฐ