วันจันทร์ที่ 20 สิงหาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

'กกต.' จับมือ 'นักวิชาการ' พัฒนาเครื่องลงคะแนน ลต. ผุดใช้ระบบทัชสกรีน

“กกต.” จับมือ “นักวิชาการ” พัฒนาเครื่องลงคะแนนให้ทันสมัย ผุดใช้ระบบทัชสกรีน ปรับเปลี่ยนได้หลายแบบ ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.)

เมื่อวันที่ 13 ก.ค. 58 นายสมชัย ศรีสุทธิยากร กกต.ด้านกิจการบริหารงานเลือกตั้ง ให้สัมภาษณ์ภายหลังการประชุม การนำเครื่องลงคะแนนเลือกตั้งอิเล็กทรอนิกส์มาใช้กับการออกเสียงประชามติ และการเลือกตั้งว่า ในการประชุมได้มีการเชิญนักวิชาการหลายสถาบันมาให้ความคิดเห็น เกี่ยวกับการนำเครื่องลงคะแนนอิเล็กทรอนิกส์มาใช้ว่า ควรมีรูปแบบอย่างไรถึงจะเหมาะสม โดยเห็นว่า

1. การเลือกตั้งในอนาคตมีความซับซ้อน ผู้สมัคร และพรรคการเมืองอาจมีมากขึ้น และอาจมีการเลือกตั้งแบบโอเพ่นลิสต์ ที่ประชุมจึงเห็นว่า การพัฒนาเครื่องลงคะแนนที่จะนำมาใช้ จะต้องมีความยืดหยุ่นให้สามารถใช้กับการลงคะแนนรูปแบบต่างๆ ได้ โดยตัวเครื่องอาจใช้ระบบทัชสกรีนที่จะสามารถกำหนดโปรแกรม หรือการคำถามได้ตามความต้องการในการนำเครื่องไปใช้ทั้งเลือกตั้ง และประชามติ ส่วนการนับผลคะแนนยังเห็นว่าในช่วงแรกไม่เหมาะสมที่จะต่อเป็นระบบออนไลน์ เพราะอาจมีปัญหาเรื่องความเชื่อถือ อาจถูกเจาะระบบ หรือแฮกข้อมูลได้ โดยในขั้นแรกเมื่อลงคะแนนที่ไหนก็ให้นับที่นั่นไปก่อน

2. แนวทางการได้มาซึ่งเครื่อง และงบประมาณที่ต้องใช้ เห็นว่าปัจจุบันนักวิชาการไทยมีศักยภาพพัฒนาเครื่อง จึงไม่จำเป็นที่จะซื้อจากต่างประเทศ แต่ต้องกำหนดกรอบว่าจะนำเครื่องไปใช้ในทางใดบ้าง ซึ่ง กกต.ก็จะขอให้สถาบันการศึกษาทำการพัฒนาเครื่องต้นแบบให้เกิดความเหมาะสม ส่วนการผลิตเครื่องจำนวนมากเพื่อนำมาใช้จริงนั้น หลังจากได้รูปแบบที่ชัดเจนของเครื่อง ก็ต้องมีการคิดว่าแหล่งผลิตจะใช้ภายในหรือภายนอกประเทศ

3. การสร้างความเชื่อถือให้เกิดขึ้นกับนักการเมือง และประชาชน เห็นว่าจำเป็นต้องให้พรรคการเมือง และประชาชนมามีส่วนร่วมในการออกแบบ เพื่อให้ได้รับการยอมรับ โดยเบื้องต้นการใช้เครื่องลงคะแนน เมื่อมีการลงคะแนนแล้ว เครื่องก็จะพิมพ์ผลการลงคะแนนออกมาเพื่อให้ผู้ลงคะแนนนำไปใส่หีบลงคะแนน และการนับคะแนนให้ทำควบคู่กันไประหว่างการลงคะแนนด้วยเครื่อง และการนับบัตรที่มาจากเครื่อง ซึ่งคิดว่าน่าจะเป็นจุดเริ่มต้นในการสร้างความเชื่อถือได้ ในการออกเสียงประชามติร่างรัฐธรรมนูญที่กำหนดไว้เบื้องต้น ในวันที่ 10 ม.ค. 59 นั้น กกต.เห็นควรให้มีการใช้เครื่องลงคะแนนในบางหน่วยของการทำประชามติในพื้นที่ กทม. โดยจะเป็นการให้ผู้มีสิทธิ์ออกเสียงเลือกว่า จะลงคะแนนในรูปแบบใด แต่แม้จะใช้สิทธิ์ลงคะแนนโดยเครื่องลงคะแนน เครื่องลงคะแนนก็จะพิมพ์ผลการลงคะแนนให้ผู้ออกเสียงนำไปหย่อนในหีบบัตร เพื่อนับคะแนนควบคู่กันไป

ทั้งนี้ เบื้องต้นเครื่องลงคะแนนที่ กกต. มีทั่วประเทศ 200 เครื่อง แต่การนำมาใช้อาจเป็นในบางพื้นที่ และบางหน่วยเท่านั้น ซึ่งก่อนที่จะมีการออกเสียงประชามติ กกต.ก็จะมีการเร่งประชาสัมพันธ์ แต่จากการนำเครื่องลงคะแนนไปทดสอบในพื้นที่ต่างๆ ก็ได้รับการตอบรับที่ดีจากประชาชนว่า มีความสะดวก รวดเร็ว มีความน่าเชื่อถือ แต่ยังมีปัญหาเรื่องความคุ้นเคยอยู่ จึงต้องมีการประชาสัมพันธ์ให้มากขึ้น.

“กกต.” จับมือ “นักวิชาการ” พัฒนาเครื่องลงคะแนนให้ทันสมัย ผุดใช้ระบบทัชสกรีน ปรับเปลี่ยนได้หลายแบบ ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) 13 ก.ค. 2558 15:55 13 ก.ค. 2558 16:46 ไทยรัฐ