วันอาทิตย์ที่ 16 ธันวาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
น้ำในคลองหลายพื้นที่ภาคกลางลดฮวบ วอน ปชช.ใช้น้ำประหยัด

น้ำในคลองหลายพื้นที่ภาคกลางลดฮวบ วอน ปชช.ใช้น้ำประหยัด

  • Share:

หลายจังหวัดภาคกลาง วอน ปชช.ช่วยใช้น้ำอย่างประหยัด ด้านพ่อเมืองสิงห์บุรี ติดตามความก้าวหน้าการแก้ไขสถานการณ์ภัยแล้ง ฤดูทำนาปี ขณะที่ชัยนาทแก้วิกฤติน้ำประปาขาดแคลน นำเครื่องสูบซับเมอร์สปั๊ม เร่งสูบน้ำลงท้ายคลองชัยนาท-ป่าสัก...

เมื่อวันที่ 13 ก.ค. 58 ที่บริเวณฝายส่งน้ำและบำรุงรักษาที่ 2 อ.หนองแค จ.สระบุรี นายพนัสชัย ชาวหวานสอ หัวหน้าฝ่ายส่งน้ำและบำรุงรักษาที่ 2 ได้ประชุมร่วมเจ้าหน้าที่เกี่ยวกับการจัดสรรน้ำให้ประชาชนช่วงน้ำคลองระพีพัฒน์ลดลงอย่างต่อเนื่อง ว่า น้ำดังกล่าวต้นทางมาจากเขื่อนพระรามหก เขตติดต่อ จ.พระนครศรีอยุธยา โดยเส้นทางคลองน้ำระพีพัฒน์ เมื่อรับน้ำมาถึงในที่ฝ่ายส่งน้ำ อ.หนองแค จ.สระบุรี ทางเจ้าหน้าที่ก็จะมีการส่งแยกสายน้ำออกเป็น 2 สาย สายแรก จะผันน้ำไปทางประตูน้ำศรีศิลป์ แยกตก ซึ่งเส้นทางน้ำดังกล่าวจะไปสู่ประตูน้ำพระอินทร์ราชา รังสิต จ.ปทุมธานี โดยตอนนี้น้ำเริ่มแห้งลงทุกขณะ ประตูดังกล่าวจะปล่อยน้ำ 1.80 ลูกบาศ์เมตรต่อวินาที ส่วนสายที่สอง เป็นประตูน้ำ ศรีเสาวภาค แยกใต้ มวลน้ำดังกล่าวผันน้ำไปทางคลอง 13 สู่รังสิตเช่นกัน

ส่วนเส้นทางนี้จะมีการปล่อยน้ำ 6.97 ลูกบาศ์เมตรต่อวินาที ค่อนข้างจะระบายมากกว่าเพราะเป็นเส้นทางตรง ซึ่งในช่วงนี้ถือว่าน้ำในคลองลดลงอย่างต่อเนื่อง ขณะน้ำที่ปล่อยไปตามคลองระพีพัฒน์ช่วงนี้ ส่งผลให้ท้ายน้ำแต่ละแห่งได้ขาดแคลน และแห้งลงในบางพื้นที่ ฉะนั้นตนจึงใคร่ขอความร่วมมือมายังประชาชนที่ใช้น้ำในคลองระพีพัฒน์ เช่น ชาวนา ชาวสวน ควรใช้น้ำอย่างประหยัด เป็นไปได้จะเน้นอุปโภคและบริโภคก่อน ขณะที่ชาวนานำเครื่องท่อน้ำมาดูดจากริมคลองระพีพัฒน์ ขอให้มีการดูดออกน้อยลงเพื่อที่จะแบ่งปันให้น้ำไปยังปลายทางได้บ้าง


ด้านนายชโลธร ผาโคตร ผู้ว่าราชการจังหวัดสิงห์บุรี เป็นประธานประชุม ติดตามความก้าวหน้าการแก้ไขสถานการณ์ภัยแล้ง ฤดูทำนาปี โดยให้ นายเสถียร เขียนสาร์ สำนักงานเกษตรและสหกรณ์จังหวัด เป็นเจ้าภาพจัดประชุมติดตามความก้าวหน้าในการแก้ไขสถานการณ์ภัยแล้งของจังหวัด พร้อมสรุปประเด็นปัญหาความต้องการของเกษตรกรเพื่อให้การช่วยเหลือเป็นไปอย่างเหมาะสมทันต่อสถานการณ์ และตรงต่อความต้องการของเกษตรกร กำหนดให้ประชุมทุกวันศุกร์ของสัปดาห์

ทั้งนี้ เกษตรจังหวัดสิงห์บุรี ดำเนินการร่วมกับโครงการชลประทานจังหวัด หาแนวทางการช่วยเหลือเกษตรกรในพื้นที่รับผลกระทบภัยแล้งในการจัดลำดับความสำคัญเร่งด่วนของพื้นที่เพาะปลูกที่เสี่ยงต่อการขาดน้ำทำการเกษตรของจังหวัด เพื่อช่วยแก้ไขปัญหาการขาดน้ำของพื้นที่เพาะปลูกข้าวนาปี ปี 2558 กรมทรัพยากรน้ำบาดาลเจาะบ่อบาดาลพื้นที่จังหวัดสิงห์บุรี จำนวน 73 บ่อ ปัจจุบันเพิ่มเป็น 90 บ่อ ผลการดำเนินงาน ณ วันนี้ ขุดเจาะแล้วเสร็จจำนวน 63 บ่อ ติดตั้งเครื่องเสร็จ จำนวน 49 บ่อ จากการลงพื้นที่ของศูนย์ปฏิบัติการเฉพาะกิจ เพื่อบริหารจัดการสถานการณ์ฝนทิ้งช่วงในพื้นที่ลุ่มน้ำเจ้าพระยา และการสำรวจความต้องการของเกษตรกรในพื้นที่ที่ยังไม่ปลูกข้าว พื้นที่เพาะปลูกข้าวแล้ว จำนวน 208,963 ไร่ ส่วนที่ยังไม่ได้ปลูกข้าว จำนวน 106,118 ไร่ คิดเป็นร้อยละ 33.68 ทางเกษตรอำเภอได้เสนอทางเลือกเกษตรกร ปลูกพืชใช้น้ำน้อย เช่น พืชตระกูลถั่ว ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ พืชปุ๋ยสด ด้านปศุสัตว์ เลี้ยง เป็ด ไก่ ด้านประมง เลี้ยง ปลา กบ ทางหน่วยงานราชการจังหวัดสิงห์บุรีได้ให้ความช่วยเหลือเกษตรกรที่ประสบภัยแล้งนั้นบรรเทาความเดือดร้อนจากมากไปน้อยตามลำดับความสำคัญของแต่ละพื้นที่ให้กับประชาชนชาวจังหวัดสิงห์บุรี


ขณะที่นายสุชาติ เจริญศรี ผู้อำนวยการโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษามโนรมย์ สำนักชลประทานที่ 10 กล่าวว่า จากการณีที่ ทางโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษามโนรมย์ นำเครื่องสูบน้ำจากแม่น้ำเจ้าพระยาเข้าสู่คลองชัยนาท-ป่าสัก ที่มีระยะทางรวมกว่า 130 กม. โดยใช้เครื่องสูบน้ำ 12 นิ้ว 15 เครื่อง สูบจากแม่น้ำเจ้าพระยา ผ่านประตูระบายน้ำมโนรมย์ เพื่อให้ลงคลองชัยนาท-ป่าสัก ให้อยู่ในเกณฑ์ 4.5 ลบ.ม./วินาที คิดเป็นน้ำได้วันละประมาณ 300,000 ลบ.ม. รวมจากที่รับเข้า 11-12 ลบ.ม./วินาที เพิ่มอีก 6 ลบ.ม./วินาที รวมแล้วจะได้น้ำไม่ต่ำกว่า 15 ลบ.ม./วินาที ของในแต่ละวัน เพื่อไปใช้ในการผลิตน้ำประปาบริเวณพื้นที่จังหวัดลพบุรี พระนครศรีอยุธยา เช่น การประปาช่องแค การประปาบ้านหมี่ การประปาลพบุรี และการประปาพระพุทธบาท เป็นต้น แต่ปัจจุบันมีเกษตรกรพื้นที่คลองชัยนาท-ป่าสัก ทำการสูบน้ำไปใช้ในการเกษตร ทำให้ปริมาณน้ำไหลไปไม่ถึงยังปลายคลอง โดยเฉพาะช่วง กม.ที่ 32 ถึง กม.ที่ 130 สภาพน้ำในคลองแห้งขอด ทำให้ไม่มีแหล่งน้ำดิบสำหรับสูบขึ้นไปผลิตเป็นน้ำประปาได้

จากปัญหาดังกล่าวที่เกิดขึ้น ทางโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษามโนรมย์ ได้รับคำสั่งจาก สำนักชลประทานที่ 10 ให้นำเครื่องสูบน้ำขนาดใหญ่แบบซับเมอร์สปั๊ม จำนวน 3 เครื่อง แต่ปัจจุบันติดตั้งเสร็จสิ้นไปแล้ว 2 เครื่อง ส่วนอีกเครื่องอยู่ในช่วงดำเนินการ มาติดตั้งรวมกับเครื่องสูบน้ำที่มีอยู่เพื่อแก้ปัญหา และบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน โดยคาดว่าจะมีน้ำไหลเข้าสู่คลองชัยนาท-ป่าสัก ประมาณ 17 ลบ.ม./วินาที

"จึงอยากวอนขอเกษตรกร หรือผู้ใช้น้ำคลองชัยนาท-ป่าสักให้ งดสูบน้ำจากคลองไปใช้ส่วนตัว เพื่อให้มีปริมาณน้ำเพียงพอที่จะไหลลงสู่ท้ายคลอง แก้ไขปัญหาการขาดแคลนแหล่งน้ำดิบสำหรับการผลิตน้ำประปา ของประชาชนกลางคลอง และท้ายคลองชัยนาทป่าสัก ซึ่งปัญหาดังกล่าว ไม่ใช่สิ่งที่ใครคนใดคนหนึ่งจะต้องรับผิดชอบ แต่เป็นปัญหาที่ประชาชนส่วนรวมจะต้องร่วมกันแก้ไข แบบถ้อยทีถ้อยอาศัยเห็นใจซึ่งกันและกัน พร้อมอยากวอนขอให้ปฏิบัติตามกฎระเบียบและเฝ้าติดตามสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด" นายสุชาติกล่าว.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้