วันพฤหัสบดีที่ 13 ธันวาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
สุดครีเอทีฟ หนุนเด็กไทยไอเดียกระฉูด

สุดครีเอทีฟ หนุนเด็กไทยไอเดียกระฉูด

  • Share:

มหาวิทยาลัยกรุงเทพ เปิดโอกาสให้นักเรียน นักศึกษา เข้าร่วมโครงการ "The cutting-edge digital creative workshop" ร่วมทริปเรียนรู้เทคนิคไอเดีย ทำธุรกิจอย่างสร้างสรรค์และการคิดแบบเจ้าของกิจการ จากมหานครไอเดีย ธุรกิจระดับโลก อาทิ นิวยอร์ก ลอนดอน โตเกียว อิตาลี ฯลฯ

ดร.พีรยา หาญพงศ์พันธุ์ ผู้ช่วยอธิการบดีฝ่ายกิจการนักศึกษา มหาวิทยาลัยกรุงเทพ

โดย ดร.พีรยา หาญพงศ์พันธุ์ ผู้ช่วยอธิการบดีฝ่ายกิจการนักศึกษา มหาวิทยาลัยกรุงเทพ เปิดเผยถึงโครงการดังกล่าวที่คณะนิเทศศาสตร์จัดขึ้น ว่า เพื่อต้องการให้นักเรียน นักศึกษาได้ใช้ความคิดสร้างสรรค์ในชีวิตประจำวัน การเรียนการสอนและการประกอบอาชีพ จึงได้เชิญวิทยากรที่มีประสบการณ์ในหลายๆ ด้าน ทั้งจากในประเทศไทยและต่างประเทศ มาบรรยายเรื่อง "Creative Marketing as you 've never ever known it before" อาทิ คุณรวิศ หาญอุตสาหะ CEO กรรมการผู้จัดการบริษัท เอชทูโอ จํากัด และบริษัท ศรีจันทร์สหโอสถ จํากัด ผู้บริหารรุ่นใหม่ ไฟแรง และมีรสนิยม ที่ใช้ไอเดียนอกตำรา ในการขับเคลื่อนธุรกิจ ในการทำการตลาดแบบนอกกรอบ จนทำให้แบรนด์ของเขาขึ้นเป็นแถวหน้าในระยะเวลาอันรวดเร็ว นอกจากนี้ยังมีคุณนุวีร์ เลิศบรรณพงษ์ Head of invention/Mindshare worldwide (Wpp group) ของโลกในเครือ WPP ที่มีสาขาอยู่ทั่วโลก ที่มาบรรยายเรื่อง "Creativity is our weapon ความคิดสร้างสรรค์ คืออาวุธเด็ดของธุรกิจยุคนี้" พร้อมยังนำตัวอย่างของไอเดียนอกกรอบมาแชร์ให้ชม จากมหานครไอเดียและจากทั่วโลกที่หาไม่ได้ในกูเกิ้ล”

"พลัสเตอร์-พรพิพัฒน์ พัฒนเศรษฐานนท์"

งานนี้มีนักศึกษาชั้นปีที่ 2 ที่เป็นถึงนักแสดง อย่าง "พลัสเตอร์-พรพิพัฒน์ พัฒนเศรษฐานนท์" จากคณะนิเทศศาสตร์ เข้าร่วมโครงการครั้งนี้ด้วย โดยพลัสเตอร์ แสดงความเห็นว่า "ความหมายของคำว่า Creative สำหรับผม คือ ความคิดสร้างสรรค์ โดยวัยรุ่นสมัยนี้ไม่ว่าจะทำอะไรความคิดสร้างสรรค์ต้องมาก่อนเป็นอันดับแรกๆ เช่น การทำสินค้า หรือการทำโปรเจกต์ ก็ต้องมีความคิดสร้างสรรค์ ซึ่งต้องคิดมาก่อนเลยว่าจะ Create งานชิ้นนั้นอย่างไร และสามารถทำให้คนรู้สึกชอบในสิ่งที่เราทำอย่างไร นั้นคือคำว่า Create และการได้ร่วมโครงการนี้ทำให้ผมได้รับความสนุก รู้จักเพื่อนๆ เยอะขึ้น โครงการนี้เป็นโครงการที่ดีมาก เหมาะสำหรับคนที่ต้องการต่อยอดการเรียนรู้ ความคิดสร้างสรรค์ ไม่ว่าจะเป็นการสร้างแบรนด์ การสร้างธุรกิจอื่นๆ โดยน้องๆ ม.6 ที่เข้าร่วมโครงการนี้หวังเป็นอย่างยิ่งที่จะมารับความรู้เกี่ยวกับความคิดสร้างสรรค์ ผมว่าโครงการนี้ตอบโจทย์มาก สำหรับเด็กๆ ที่ต้องการมาต่อยอดการเรียนรู้ ซึ่งเรื่องการต่อยอดนั้น จากสิ่งที่ได้ร่วมกิจกรรมครั้งนี้มาแล้วนั้น สามารถนำไปประกอบธุรกิจได้เอง สร้างแบรนด์เอง และนำไปประกอบใช้กับชีวิตประจำวันได้ อีกทั้งยังสามารถสอนคนอื่นๆ ได้อีกด้วย"

ด้านนายจิรวัฒน์ โตสุวรรณ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 จากโรงเรียนพระหฤทัยดอนเมือง กล่าวว่า "ผมอยากเรียนคณะนิเทศ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ เป็นทุนเดิมอยู่แล้ว และมีความอยากเรียนรู้เรื่องโซเชียลและดิจิตอล พอทางมหาวิทยาลัยมาประชาสัมพันธ์ถึงโครงการที่โรงเรียน ผมรีบมาสมัครเข้าร่วมโครงการนี้เลยครับ เมื่อได้เข้าร่วมโครงการแล้วรู้สึกว่าตัวเองได้เปิดมุมมองเกี่ยวกับไอเดียต่างๆ จากรอบโลก มุมมอง ความคิด ของนักธุรกิจ ได้เรียนรู้ ได้รู้จักเพื่อนหลากหลายสไตล์ หลากหลายความคิด และจากการเข้าร่วมโครงการครั้งนี้ ทำให้เกิดไอเดีย ทางด้านการศึกษาต่อ เช่น มีโปรเจกต์ที่อาจารย์มอบหมายให้ จะได้รู้ว่าคิดอย่างไรถึงจะตอบโจทย์สิ่งต่างๆ รอบตัวเรา และหลังจากเข้าร่วมเวิร์กช็อป ทำให้ผมมีนิยามคำว่า Creative คือ ความคิดสิ่งใหม่ทำให้โลกเราก้าวต่อไป ทำให้โลกเราพัฒนา ทำให้ศิลปะ หรือวิทยาศาสตร์และทำให้โลกเราดียิ่งขึ้นในทางใดทางหนึ่ง"

ขณะที่นางสาววิรากานต์ เทพทอง นักเรียนชั้น ม.6 จากโรงเรียนสุราษฎร์ธานี กล่าวว่า "ทราบถึงการจัดกิจกรรมครั้งนี้ได้จากการที่เริ่มเข้าร่วมกิจกรรม BUCA TALENT ครั้งที่แล้ว แต่พลาดหวังเลยมาเข้าร่วมกิจกรรมครั้งนี้อีกครั้งกับเพื่อนๆ แต่หนูเข้ารอบ 50 คนและมาคนเดียวเลยค่ะ และรู้สึกดีมากๆ ที่คณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยกรุงเทพจัดโครงการนี้ขึ้นมา ได้ทั้งความสนุก ไอเดียและประสบการณ์ใหม่ๆ และจะนำความคิดสร้างสรรค์ไปต่อยอดทางด้านอาหาร เพราะเป็นคนชอบและสนใจด้านอาหารมาก เพราะหนูคิดว่าความคิดสร้างสร้างสรรค์คือการมองมุมใหม่ๆ มองสิ่งเล็กๆ ให้เพิ่มมูลค่าได้"

ส่วนนายณัฐวุฒิ ยานหาร จากโรงเรียนพระหฤทัยดอนเมือง ได้โชว์ผลงานในการเวิร์กช็อปครั้งนี้ ซึ่งทำให้ทุกคนถึงกับชื่นชมในความสามารถ กล่าวว่า "พอผมทราบว่ามีโครงการนี้เกิดขึ้น ผมเลยลองสมัคร และผมก็ไม่ผิดหวัง เพราะการเข้าร่วมโครงการครั้งนี้ ทำให้ผมได้ไอเดียล้วนๆ และเป็นการเปิดมุมมองใหม่ของผม ซึ่งความคิดสร้างสรรค์สำหรับผมแต่ก่อนผมมองแต่ตัวเองในการผลิตผลงาน ไม่ได้สนใจว่าคนอื่นจะคิดอย่างไร แต่กิจกรรมครั้งนี้ทำให้คิดได้ว่า เราคนอื่นมองผลงานของผมอย่างไร และมุมมองของลูกค้าที่ดูผลงานของเราเป็นอย่างไร ซึ่งผมสามารถนำไปต่อยอดกับการทำงานพิเศษด้านสื่อโฆษณาของผมด้วย"

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้