วันพุธที่ 22 สิงหาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

อุยกูร์หนักกว่าโรฮีนจา

รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ต้องถือว่าโชคไม่ดีจริงๆ

ความวัวไม่ทันหาย ความควายก็เข้ามาแทรก โดยเฉพาะปัญหา ต่างประเทศ ล้วนแต่เรื่องหนักทั้งสิ้น ตั้งแต่ปัญหา มาตรฐานสายการบิน มาตรฐานการประมงและการค้ามนุษย์ ที่ยังคาราคาซัง ล่าสุดเรื่อง การส่งชาวอุยกูร์เข้าเมืองผิดกฎหมาย 109 คนไปให้จีน ทำให้ สหรัฐฯ ยุโรป สำนักงานข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยสหประชาชาติ ออกมาประณามไทยว่าขัดต่อกฎหมายมนุษยธรรมระหว่างประเทศ

แม้ พล.อ.ธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร รองนายกฯ และรัฐมนตรี ต่างประเทศ จะยืนยันว่า รัฐบาลไทยตัดสินใจถูกต้องแล้ว ได้แบ่งชาวอุยกูร์ที่หลบหนีเข้าเมืองเป็น 3 กลุ่ม กลุ่มแรก 172 คนส่งไปตุรกี อีก 109 คนส่งไปจีน เพราะมีหลักฐานว่าเป็นคนจีน อีก 60 คนยังไม่มีหลักฐาน แต่ล่าสุดได้ส่งผู้หญิง 4 คน เด็ก 4 คน ในกลุ่มนี้ไปยังตุรกีเพิ่มเติมแล้ว

ปัญหาชาวอุยกูร์ ที่เกิดขึ้นกับไทยครั้งนี้ ผมคิดว่า หนักกว่าปัญหาชาวโรฮีนจาหลายเท่า เพราะเกี่ยวโยงกับ 2 ประเทศมหาอำนาจโลก สหรัฐฯ กับ จีน ที่กำลัง แบ่งโลกออกเป็นสองฝ่ายอีกครั้ง ทั้ง ด้านการเมืองระหว่างประเทศ ด้านการทหาร และ ด้านเศรษฐกิจการเงิน เป็นปัญหาที่ลึกซึ้งเกินกว่า พล.อ.ธนะศักดิ์ จะมองเป็นปัญหาตื้นๆว่ารัฐบาลไทยทำถูกต้องแล้วเป็นเรื่องใหญ่ที่ พล.อ.ประยุทธ์ จะต้องยกขึ้นเป็น ปัญหาความมั่นคงระดับชาติ

แค่มีข่าวออกไปวันแรกว่าไทยส่งชาวอุยกูร์ 109 คนไปให้จีน ไทย ก็ถูก สหรัฐฯ ยุโรป สหประชาชาติ และ องค์กรสิทธิมนุษยชน ประณามอย่างไม่เกรงใจ เพื่อส่งผลกระทบไปถึงจีน สถานทูตไทยในตุรกีถูกโจมตี สถานทูตไทยหลายแห่งในยุโรปมีข่าวจะถูกประท้วง จนทุกสถานทูตในยุโรปต้องออกคำเตือน “คนไทย” และ “นักท่องเที่ยวไทย” ให้ระวังตัว ห้ามแสดงตัวเป็นคนไทย เพราะในยุโรปมี “ชาวเติร์ก” แทรกอยู่ในทุกประเทศจำนวนมาก

ยิ่ง กระทรวงต่างประเทศจีน ออกมา แถลงปกป้องไทย ก็ยิ่งไม่เป็นผลดีต่อไทยมากขึ้น ทำให้ สหรัฐฯ ยุโรป ที่จ้องเล่นงานไทยเรื่อง การค้ามนุษย์ และ การประมง อยู่แล้ว เพิ่มแรงกดดันไทยมากขึ้น ส่งผลกระทบต่อการส่งออกสินค้าประมงของไทย ซ้ำเติมเศรษฐกิจไทยที่อ่อนแออยู่แล้วให้แย่ลงไปอีก

ผมเคยเขียนถึง กระทรวงต่างประเทศ หลายครั้ง ทั้งในรัฐบาลก่อนหน้านี้และในรัฐบาลปัจจุบันว่า นายกรัฐมนตรีมองข้ามความสำคัญของนโยบายต่างประเทศ โดย แต่งตั้งมือสมัครเล่นไปเป็นรัฐมนตรีต่างประเทศ ส่งผลให้ไทยเพลี่ยงพล้ำในเวทีโลกมาตลอดในหลายปีมานี้ วันนี้เศรษฐกิจไทยที่เจอสารพัดปัญหาจากต่างประเทศ ก็มาจากความอ่อนแอของกระทรวงต่างประเทศทั้งสิ้น

ในอดีต ไทยเคยยิ่งใหญ่ในเวทีโลก โดยอาศัย “ลิ้นการทูต” เพียงอย่างเดียวเท่านั้นไม่ว่าในสมัย พ.อ.ถนัด คอมันต์ ผู้ก่อตั้งอาเซียน หรือสมัย พล.อ.ชาติชาย ชุณหะวัณ ประเทศมหาอำนาจโลกอย่าง สหรัฐฯ เขาถือว่า รัฐมนตรีต่างประเทศ เป็น ผู้ทรงอิทธิพลอันดับ 2 ในรัฐบาล รองจากประธานาธิบดี ไม่ใช่ใครก็เป็นรัฐมนตรีต่างประเทศได้

วันนี้ผมไม่ตำหนิใครทั้งสิ้น แต่อยากให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ได้ตระหนักว่า นโยบายต่างประเทศมีความสำคัญอย่างยิ่ง ถ้าเดินเกมการเมืองระหว่างประเทศผิดจะเกิดความเสียหายต่อประเทศอย่างรุนแรง กรณีการส่งชาวอุยกูร์ 109 คนให้จีน ผมเชื่อว่ามาจาก ความประมาทของกระทรวงต่างประเทศ ที่ไม่ได้นำ ปัจจัยเสี่ยงด้านความขัดแย้งทางการเมืองของสหรัฐฯกับจีนมาร่วมพิจารณา แต่ทำไปตามข้อเท็จจริง วันนี้จึงถูกฝ่ายรัฐรุมโจมตี

เรื่องนี้ เป็นเรื่องละเอียดอ่อนอย่างยิ่ง มีทั้ง ศาสนา และการเมืองระหว่างประเทศ ผมไม่อยากให้ นายกรัฐมนตรี หรือ รัฐมนตรีต่างประเทศ ออกมาตอบโต้อย่างไร้เชิงการทูต

แต่อยากให้ พล.อ.ประยุทธ์ ใช้ ยุทธศาสตร์การทูต มารับมือ และใช้แนวทางการทูตมาแก้ปัญหาให้ไทย ไม่ใช่ออกมาแก้ตัวว่าฉันทำถูกต้องแล้ว มิฉะนั้นปัญหาอาจบานปลายจนไทยอาจรับมือไม่อยู่ก็ได้ จะยิ่งหนักหนาสาหัสไปกว่านี้นะครับ.

“ลม เปลี่ยนทิศ”

13 ก.ค. 2558 10:28 13 ก.ค. 2558 10:28 ไทยรัฐ


advertisement