วันอาทิตย์ที่ 19 สิงหาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

อะไรๆก็ไทยแลนด์

สำหรับรัฐบาลไทยน่าจะเรียกได้ว่าตั้งตัวไม่ติดเหมือนกัน ต่อกรณีส่งตัวผู้อพยพชาวอุยกูร์ 109 คน กลับประเทศจีน เพราะทันทีที่ดำเนินการเสร็จสิ้น สิ่งที่ตามคือเหตุการณ์บุกเข้าไปพังข้าวของในสถานกงสุลไทยประจำนครอิสตันบูลของตุรกี รวมถึงเหตุการณ์ขู่รวมตัวชุมนุมประท้วงหน้าสถานเอกอัครราชทูตไทยตามเมืองสำคัญต่างๆ

ทั้งที่กระบวนการส่งตัวกลับประเทศต้นทางถือเป็นมาตรฐานในสากลโลก มีขึ้นทุกแห่งหน ยกตัวอย่างประเทศเพื่อนบ้านเรา ก็เคยดำเนินการทั้งสิ้นและอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่า “กัมพูชา” ที่ ส่งชาวอุยกูร์กลับจีนในปี 2552 และปี 2555 หรือ “มาเลเซีย” ที่ส่งชาวอุยกูร์กลับจีนในปี 2556

จริงอยู่ที่การส่งกลับจะถูกโจมตีจากกลุ่มสิทธิมนุษยชน แต่กลับต่างกับกรณีไทยที่อะไรต่อมิอะไรประดังมาเต็มไปหมด อย่างการโจมตีจากสื่อที่รายงานข่าวออกไปชนิดที่ว่าไทยนี่ช่าง โหดร้ายทารุณ รมแก๊สผู้อพยพที่ขัดขืนให้สลบ โดยไม่มีการตรวจสอบที่มาที่ไปให้ชัดเจน เอะอะก็บอกมาจาก Source “แหล่งข่าว” อีกทั้งบาง ข่าวลงออนไลน์ไปแล้ว ก่อนจะมาลบทิ้งในภายหลัง

หรือแถลงการณ์ของรัฐบาลมหาอำนาจ เช่นถ้อยคำของนางเฟเดริกา โมเกรินี ผู้แทนระดับสูงของสหภาพยุโรปและรองประธานคณะกรรมาธิการยุโรป ที่ฟังแล้วก็รู้สึกขบขันนักมา อ้างว่าการส่งกลับจีนถือเป็นการทำผิดต่อหลักการห้ามผลักดันกลับ ที่มีใจความ หากการส่งกลับไปนั้นก่อให้เกิดอันตรายต่อการใช้ชีวิตและสิทธิเสรีภาพของคนผู้นั้น เพราะอย่างเมื่อเดือน เม.ย. ที่ผ่านมา ยุโรปพูดว่าจะรับผู้ลี้ภัยจากภูมิภาคแอฟริกาเหนือเพียง 5,000 คน ส่วนที่เหลือเป็นหลักหมื่นมีความเป็นไปได้ที่จะถูกส่งกลับประเทศ ได้ข่าวว่าที่หนีกันมาก็เพราะสงคราม ส่งกลับไปเป็นอันตรายต่อการใช้ชีวิตหรือไม่ เช่นเดียวกับสหรัฐฯเหมือนกันที่เรียกร้องให้ไทยอย่าส่งชาวอุยกูร์กลับไปอีก แต่ปรากฏชุดที่เราส่งกลับไปกระทรวงความมั่นคงจีนสืบพบมาว่า มีบางส่วนกำลังจะเดินทางไปเข้าร่วมกับขบวนการหัวรุนแรงในตะวันออกกลาง เรื่องนี้หน่วยข่าวกรองกลางซีไอเอได้ยินมาบ้างหรือไม่เป็นเรื่องน่าสงสัย

งานนี้ถ้าไม่รู้ก็เท่ากับไทยได้มีส่วนช่วยในการต่อต้านก่อการร้าย ซึ่งถือเป็นนโยบายแห่งชาติของสหรัฐฯก็ว่าได้ ควรจะขอบคุณเราเสียด้วยซ้ำ แต่ถ้ารู้ก็แสดงว่านี่ตั้งแง่ รอเล่นงานอยู่แล้วใช่หรือเปล่า!?

ตุ๊ ปากเกร็ด

13 ก.ค. 2558 09:33 13 ก.ค. 2558 09:33 ไทยรัฐ