วันพฤหัสบดีที่ 16 สิงหาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

‘บิ๊กโด่ง’ร้องจ๊าก ปัดนายกฯคนกลาง

ยกบิ๊กตู่บารมีเหมาะสม-ปชป.กับพท.สับเละ


“บิ๊กโด่ง” ร้องจ๊ากโดนล่อเป้าถล่ม งงหนักมากถูกดันนั่งนายกฯคนกลาง นำทัพรัฐบาลแห่งชาติ ยันเดินตาม “บิ๊กตู่” ยกเหมาะสม บารมีพร้อม “เทียนฉาย” ดับข่าววุ่น สปช.ยังไม่เคยหารือ ตำหนิไม่ใช่หน้าที่ชงประเด็นร้อน สมาชิกเสียงแตกมีทั้งหนุน-คัดค้าน “สมบัติ” ติข้อเสียมากกว่าได้ ไร้กลไกตรวจสอบฝ่ายบริหาร “วันชัย” เชียร์ลั่นฝันตั้งรัฐบาลสร้างชาติ จี้ “ประยุทธ์” รีบลงมือกล่อมขั้วการเมือง กมธ.ยกร่างฯชิ่งไม่มีเขียนบทเฉพาะกาล ใส่พานรัฐบาลวิธีพิเศษ พท.-ปชป.ฟันธงหมดสิทธิแจ้งเกิด “จาตุรนต์” ซัดรัฐบาลไม่เป็นกลาง ไร้ความเป็นธรรม ฝ่ายประชาธิปไตยเมินร่วมสังฆกรรม “นิพิฏฐ์” อัดลิ่วล้อ คสช.ดิ้นหางานทำ ปูทางนายกฯคนนอก สนช.-สปช.สายอดีต ส.ว.เดินเกมดันปฏิรูปก่อนเลือกตั้ง แบ่งสายล็อบบี้คว่ำร่าง รธน. ลุ้นไม่เกิน 2 สัปดาห์ “กฤษฎา-ฉัตรชัย” ชิงดำปลัด มท.

จากกรณีที่มีกระแสข่าวระบุว่ามีสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) เสนอให้มีการจัดตั้งรัฐบาลแห่งชาติ โดยเสนอชื่อ พล.อ.อุดมเดช สีตบุตร รมช.กลาโหมและ ผบ.ทบ. เป็นนายกรัฐมนตรีคนกลางนั้น

“บิ๊กโด่ง” งงถูกดันนั่งนายกฯคนกลาง

เมื่อวันที่ 12 ก.ค. พล.อ.อุดมเดช สีตบุตร รมช.กลาโหมและ ผบ.ทบ.กล่าวถึงกระแสข่าวที่ถูกเสนอให้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีคนกลางของรัฐบาลแห่งชาติ ในช่วงเวลาที่มีการเปลี่ยนผ่านอำนาจระหว่างรัฐบาล คสช.ไปสู่รัฐบาลประชาธิปไตยที่มาจากการเลือกตั้งว่า มันเป็นเรื่องแปลก ทำไมต้องมาเกี่ยวพันกับตนด้วยก็ไม่รู้ และไม่ทราบว่าข่าวนี้ออกมาได้อย่างไร ใครก็ไม่รู้ เพราะตนไม่ได้เข้าไปสัมผัสกับ สปช. คือเขาจะคิดเห็นกันอย่างไรก็ว่ากันไป แต่เราไม่ได้ลงไปคลุกคลีตรงนั้นมากนัก ตนก็ไม่รู้อะไรด้วย แต่ความรู้สึกส่วนตัว รัฐบาลปัจจุบันได้ดำเนินงานมาบนความตั้งใจแน่วแน่ที่จะแก้ปัญหาของชาติอย่างที่เห็นกันอยู่ ถ้าใครมีความยุติธรรมในใจจะรู้ว่ารัฐบาลตั้งใจเต็มที่ ตนก็อยู่ใน ครม.ด้วยก็จะต้องร่วมกันแก้ปัญหากับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช.

ไม่เคยแม้แต่จะคิด—สงสัยถูกล่อเป้า

“ผมไม่คิดที่จะไปเป็นอะไรหรือเห็นไปตามรัฐบาลแห่งชาติอะไรนั้น และไม่เคยคิดเห็นอะไรกับเขาด้วย แต่ทำไมออกมาอย่างนี้ ก็ไม่เข้าใจ ขณะนี้ขอยืนยันว่าผมจะต้องร่วมแก้ปัญหากับนายกฯให้เต็มที่ เมื่อนายกฯใช้อะไร สั่งการอะไรมาก็พร้อมปฏิบัติอยู่แล้ว ภายใต้การกำกับดูแลของ พล.อ. ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯฝ่ายความมั่นคง และ พล.อ.ประยุทธ์ ผมพร้อมสนองตอบการสั่งการอย่างเต็มที่ในการแก้ปัญหาทุกเรื่อง ไม่รู้ว่าเขาเห็นเราเป็นเป้าหมายอะไรไม่ทราบ สงสัยว่าทำไมถึงต้องเป็นผม ผมก็ทำงานตามหน้าที่เต็มที่ เรื่องนี้เกิดขึ้นอย่างไรก็ยังไม่รู้ ส่วนตัวไม่เคยคิดที่จะเป็นนายกฯคนกลางอะไรอย่างที่เป็นข่าว ทุกวันนี้ตั้งใจทำงานเต็มที่ ไม่เคยคิดจะไปเป็นอะไรตามที่เขาว่ากัน เพราะสิ่งเหล่านี้ต้องมีความเหมาะสมจริงๆ และ ท่านนายกฯมีความเหมาะสม มีความรู้ความสามารถจริงๆเป็นคนที่มีบารมีเพียบพร้อม ดูแลสถานการณ์อยู่ได้ ผมเป็นเพียงส่วนหนึ่งที่ช่วยท่านเท่านั้นเอง” พล.อ.อุดมเดช กล่าว

อย่าไปสนับสนุนกลุ่มป่วน

พล.อ.อุดมเดชกล่าวอีกว่า สถานการณ์ในขณะนี้ รัฐบาลยังสามารถดูแลไปได้ด้วยดี ทั้งนี้ต้องอาศัยความเข้าใจของทุกคนทุกฝ่ายร่วมมือกัน อะไรที่จะทำให้เกิดปัญหาก็อย่าไปสนับสนุน อย่างกรณีนักศึกษาซึ่งไม่อยากพูดอีกแล้ว แต่ต้องยอมรับว่าเมื่อนักศึกษาออกมาจากการควบคุมแล้วจะมีเจตนารมณ์จะทำอะไรต่อเนื่องหรือไม่ สิ่งเหล่านี้จะทำอย่างไร เราต้องพยายามทำความเข้าใจให้มากขึ้น เขาจะไม่ฟังหรือไม่อย่างไรก็เป็นหน้าที่ของรัฐบาลและ คสช.ต้องพยายามประคับประคองทำความเข้าใจ เพื่อให้การแก้ไขปัญหาเดินต่อไปได้

ลั่นไม่ยอมให้ความไม่สงบเกิดซ้ำ

“แต่ที่แน่ๆเราจะไม่ยอมให้ประเทศเกิดปัญหาความไม่สงบอีก เพราะการบริหารประเทศ จะหยุดชะงัก ต้องคุมสถานการณ์ไว้ตามความจริง ถ้ายังทำความผิดอีกก็ต้องดำเนินคดีไป ต้องรับโทษ ที่ผ่านมาถือว่าเป็นความเมตตาของศาล คดีความต่างๆ ต้องดำเนินการต่อไป เพราะเป็นเยาวชนศาลท่านก็มีความเมตตา ไม่อยากให้เกิดขึ้นอีก หรือถ้ามีอีกจะเป็นความผิดซ้ำสอง ถือว่ามีเจตนา ต่อไปศาลท่านอาจไม่เมตตา เป็นเรื่องกระบวนการยุติธรรม ผู้ใหญ่ที่ไม่ให้การสนับสนุนก็ขอขอบคุณ ส่วนผู้ที่สนับสนุนออกตัวในสิ่งไม่ถูกต้องขอให้หยุดเสียที” พล.อ.อุดมเดชกล่าวและว่า กลุ่มนักศึกษาเมื่อเขาเป็นเยาวชนเราก็ต้องระมัดระวัง เพราะไม่เหมือนกับกลุ่มทั่วไปที่ออกมาเคลื่อนไหว เราต้องดูแลเป็นพิเศษอยู่แล้ว แต่ต้องไม่ออกมาเคลื่อนไหวทำให้ประเทศไม่สามารถเดินต่อไปได้

“ปนัดดา” เตือนอย่าไหลตามกระแส

ม.ล.ปนัดดา ดิศกุล รมต.ประจำสำนักนายกฯ และปลัดสำนักนายกฯให้สัมภาษณ์ว่า ข้อเสนอให้จัดตั้งรัฐบาลแห่งชาติต้องพิจารณาให้รอบคอบ อย่าทำอะไรตามกระแส ต้องนิยามความหมายให้ได้ก่อนว่า หมายถึงอะไรและจะประกอบด้วยบุคคลใดบ้าง ถือเป็นสิ่งสำคัญมาก ต้องให้ความสำคัญกับคุณสมบัติผู้จะเข้ามาบริหารประเทศ

“เทียนฉาย” โต้ไม่ใช่หน้าที่ชงของร้อน

นายเทียนฉาย กีระนันทน์ ประธาน สปช. กล่าวถึงกระแสข่าว สปช.จะเสนอให้มีรัฐบาลแห่งชาติไว้ในบทเฉพาะกาลของรัฐธรรมนูญ โดยให้ พล.อ.อุดมเดช เป็นนายกฯคนกลางว่า รู้สึกงงและแปลกใจ ยืนยันว่าที่ผ่านมา สปช.ไม่เคยหารือเรื่องดังกล่าว ยังไม่มีใครเสนอเข้าหารือใน สปช.เลย และไม่เคยได้ยิน สปช.คนใดพูดถึง ทั้งนี้ การตั้งรัฐบาลแห่งชาติไม่ใช่เรื่องการปฏิรูป และไม่ใช่หน้าที่ของ สปช. คงไม่หยิบยกเรื่องนี้ไปหารือในที่ประชุม สปช. ส่วนการเสนอให้นำเรื่องรัฐบาลแห่งชาติไปตั้งคำถามในการทำประชามตินั้น ขณะนี้ร่างรัฐธรรมนูญยังแก้ไขไม่เสร็จสิ้น จะผ่าน สปช.หรือไม่ และยังไม่รู้ว่าจะต้องทำประชามติหรือไม่ เมื่อถามว่า สถานการณ์ขณะนี้จำเป็นต้องมีรัฐบาลแห่งชาติหรือไม่ นายเทียนฉายตอบว่า ยังไม่เห็นรายละเอียด แต่เชื่อว่าคงไม่ได้หมายถึงการเอาทุกฝ่ายมาร่วมกันมาจัดตั้งเป็นรัฐบาลแห่งชาติอย่างเดียว น่าจะมีรายละเอียดอื่นร่วมด้วย สปช.ขอเร่งทำเรื่องการปฏิรูป 18 ด้านให้เสร็จก่อน

ปัด สปช.ตัวตั้งตัวดีกรุยทางปูอำนาจ

นายอลงกรณ์ พลบุตร เลขานุการคณะกรรมาธิการกิจการสภาปฏิรูปแห่งชาติ (วิป สปช.) กล่าวว่า ไม่ทราบว่ากระแสข่าวดังกล่าวมีที่มาที่ไปอย่างไร แต่ยืนยันว่า สปช.ไม่เคยเสนอเรื่องรัฐบาลแห่งชาติ และในคำขอแก้ไขรัฐธรรมนูญที่ส่งให้กับคณะกรรมาธิการ (กมธ.) ยกร่างรัฐธรรมนูญ 8 คำขอก็ไม่มีเรื่องนี้ อย่างไรก็ตามเคยมีสมาชิกบางส่วนพูดถึงเรื่องการหาทางออกให้กับประเทศในช่วงเปลี่ยนผ่านภายหลังการเลือกตั้งครั้งหน้า ในลักษณะให้มีรัฐบาลที่มีพรรคการเมืองที่ได้เสียงมากที่สุด 2 พรรค ร่วมเป็นแกนจัดตั้งรัฐบาล เพื่อให้มั่นใจว่าประเทศจะเดินหน้าได้โดยไม่เกิดวิกฤติเหมือนช่วง 10 ปีที่ผ่านมา แบบที่เรียกว่าแกรนด์คอลิชั่น (grand coalition) ซึ่งแตกต่างจากแนวทางรัฐบาลแห่งชาติ แต่ก็เป็นเพียงการพูดคุยในวงเล็กๆเท่านั้น ยังไม่มีใครคิดนำเสนอต่อสาธารณชน เพื่อพิจารณา

นายธีรยุทธ์ หล่อเลิศรัตน์ สมาชิก สปช.

กล่าวว่า ทันทีที่ทราบข่าวจากหน้าหนังสือพิมพ์รู้สึกงง แปลกใจ เลื่อนลอยมาก ไม่รู้ว่ามีต้นตอที่มาจากที่ใด แตกต่างจากการเสนอเปิดบ่อนกาสิโน ที่รู้ตัวตนว่ามาจาก สปช.กลุ่มรักชาติ 12 คน แต่ข้อเสนอตั้งรัฐบาลแห่งชาติและตั้งนายกฯคนกลางไม่มีที่มา แต่นี่ไม่รู้เลยว่าเป็นใคร อีกทั้งขณะนี้ก็ถูกวิพากษ์วิจารณ์และคัดค้านว่าอาจจะไม่เหมาะสมหากมีการผลักดันจริง

“สมบัติ” ติข้อเสียไร้กลไกตรวจสอบ

นายสมบัติ ธำรงธัญวงศ์ สมาชิก สปช.ในฐานะประธานคณะ กมธ.ปฏิรูปการเมือง กล่าวว่า สปช.ไม่เคยหารือเสนอแนวทางดังกล่าว และเป็นไปไม่ได้ เพราะรัฐบาลแห่งชาติมีผลเสีย มีแต่รัฐบาลไม่มีฝ่ายค้าน ไม่มีการตรวจสอบการทำงานของรัฐบาล ส่วนการแก้ไขรัฐธรรมนูญชั่วคราวปี 57 ปลดล็อกให้ผู้เคยถูกตัดสิทธิทางการเมือง เป็น ครม.ได้คงไม่ใช่การเปิดทางให้มีรัฐบาลแห่งชาติ เป็นเพียงแค่แก้ไขคุณสมบัติการมาช่วยงานรัฐบาลเท่านั้น

“วันชัย” หนุนสุดลิ่มทำได้จริงจะดีมาก

ด้านนายวันชัย สอนศิริ โฆษกวิป สปช. กล่าวว่า ข้อเสนอตั้งรัฐบาลแห่งชาติ หากทำได้จริงก็เห็นด้วยและจะดีมาก ลงตัวทั้งการเมืองและความมั่นคง โดย คสช.ดูแลด้านความมั่นคง มีอำนาจเหนือรัฐบาล เพื่อไม่ให้การเมืองเกิดความขัดแย้งแตกแยก ใช้อำนาจจัดการให้สงบเรียบร้อย แก้ปัญหาสำคัญของบ้านเมืองได้ การเมืองดูแลแก้ปัญหาการเมือง ทำสัตยาบันตกลงร่วมกันเรื่องทำงาน ทั้งการปรองดอง การเลือกตั้งที่สุจริตเที่ยงธรรม แก้ปัญหาคอร์รัปชัน การถ่วงดุลตรวจสอบอำนาจรัฐ การปฏิรูปตำรวจ จะถือเป็นรัฐบาลสร้างชาติ สร้างแผ่นดิน ตกลงร่วมกันเป็นสัญญาประชาคม เป็นภาพพจน์ที่ดีทั้งในและต่างประเทศมุ่งสัมฤทธิผลภายใต้การควบคุมของ คสช. แต่นักประชาธิปไตยคงไม่ร่วมมือกับเผด็จการ ฝ่ายการเมืองคงไม่ร่วมกับทหาร เพราะจะมองเรื่องของพรรคเป็นสำคัญ สุดท้ายจะกลับสู่วงจรอุบาทว์ แต่ถ้ายอมสละความเป็นพรรค มุ่งทำหลักใหญ่ให้การเมืองเดินไปจะดีมาก ถ้าไม่ทำตอนนี้ก็ไม่มีโอกาสจะทำแล้ว หลักการนี้ต้องไม่ใช่การฮั้วกัน เพราะประชาชนทั้งประเทศมองอยู่ ในส่วนของ สปช.ยังไม่มีการพูดคุยกันอย่างเป็นทางการ และตนไม่เคยได้ยิน แต่รับทราบความเห็นนี้จาก นพ. ประเวศ วะสี ราษฎรอาวุโส ในแนวทางประนีประนอม ลดความหวาดระแวง

จี้ “บิ๊กตู่” จริงใจชิงจีบขั้วการเมือง

นายวันชัย กล่าวว่า นายกฯอาจต้องแสดงความจริงใจ พูดคุยกับทุกพรรคการเมืองให้เห็นร่วมกัน ทำเป็นสัญญาประชาคมก่อนก้าวสู่การเลือกตั้ง แต่ถ้ายัง ขัดแย้งกัน คสช.ต้องมีอำนาจทุบโต๊ะได้ และควรทำช่วงเวลานี้ ไม่ใช่รอหลังการเลือกตั้ง ความขัดแย้งต่างๆ ต้องหยุดก่อน มุ่งไปสู่ความสงบเรียบร้อย ถ้าเป็น นิรโทษกรรมเล็กน้อยทำได้ทำเลย แต่นิรโทษกรรมที่ทำให้ขัดแย้งอย่าทำ นายกฯอาจต้องลองพูดกับ พรรคการเมืองอย่างจริงจัง โดยดึงตัวแทนพรรคการเมืองไปเป็นรัฐบาลทำงานร่วมกัน แต่ทหารยังกำกับดูแลอยู่ จะเรียกว่าเป็นรัฐบาลเฉพาะกิจหรือรัฐบาลแห่งชาติก็ได้ แต่ต้องมีอำนาจทุบโต๊ะได้ เพื่อไม่ให้นักการเมืองแสวงประโยชน์ เรื่องนี้จะเป็นไปได้หรือไม่ อยู่ที่ตัวนายกฯและพรรคการเมือง ถ้าตกลงกันได้ มีหลักการชัดเจนให้ประชาชนมีส่วนร่วมรับรู้สัญญาประชาคมว่าจะเดินทิศทางไหนทุกคนจะพอใจ แต่ยังเชื่อว่าพรรคการเมืองคงไม่ยอมลดอัตตาลงมาร่วมกับทหาร

แนะพลิกเล่นบทรัฐบาลเฉพาะกาล

ขณะที่นายเสรี สุวรรณภานนท์ สปช. กล่าวว่า ที่ผ่านมา สปช.ไม่เคยคุยกันเรื่องการเสนอแนวทางตั้งรัฐบาลแห่งชาติ แต่หากจะตั้งรัฐบาลแห่งชาติขณะนี้ยังไม่เหมาะสม เพราะไม่สามารถตอบโจทย์ได้ จะแก้ปัญหาความขัดแย้งได้อย่างไร หากนำคู่กรณีที่ทะเลาะกันอยู่มาทำงานร่วมกัน อีกทั้งขณะนี้รัฐบาลชุดปัจจุบันยังทำงานต่อเนื่องผลักดันเรื่องการปฏิรูปอยู่ หากมีรัฐบาลแห่งชาติเข้ามาแทรกช่วงนี้ การทำงานอาจจะมีปัญหา เกิดความยากลำบากได้ อยากเสนอให้ เมื่อมีการแก้ไขรัฐธรรมนูญเสร็จแล้ว ขอให้มีบท เฉพาะกาล เพื่อให้รัฐบาลชุดปัจจุบันทำหน้าที่เป็นรัฐบาลเฉพาะกาล ทำหน้าที่บริหารประเทศ ขับเคลื่อนเรื่องการปฏิรูปให้เสร็จเรียบร้อยก่อนจะเป็นผลดีเกิดความต่อเนื่องการทำงานมากกว่าการมีรัฐบาลแห่งชาติ จากนั้นจึงค่อยจัดการเลือกตั้งต่อไป

ยุส่ง “ประยุทธ์” ยึดเก้าอี้ต่อไป

นายพีระศักดิ์ พอจิต รองประธาน สนช.คนที่สอง กล่าวว่า ส่วนตัวสนับสนุนแนวทางการตั้งรัฐบาลแห่งชาติ 100 เปอร์เซ็นต์ในสถานการณ์ช่วงนี้ เพราะต้องยอมรับว่า ขณะนี้ยังมีปัญหาความขัดแย้งยังไม่คลี่คลาย จึงควรนำทุกฝ่ายมาร่วมกันเป็นรัฐบาลบริหารประเทศ แก้ปัญหาความขัดแย้งให้ลุล่วง และสานงานต่อจากรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ส่วนนายกฯจะเป็นใครก็ได้ ที่มีความเป็นกลาง หรือตัว พล.อ.ประยุทธ์ อาจจะนั่งเป็นนายกฯเองก็ได้ เพียงแต่ให้ทุกฝ่ายร่วมเป็นรัฐบาล เพื่อมาแก้ปัญหาความขัดแย้งให้ได้

“ไพบูลย์” ย้ำไม่มีใส่ในบทเฉพาะกาล

นายไพบูลย์ นิติตะวัน กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญ กล่าวถึงกรณีมีการระบุว่าจะมีการบัญญัติให้ตั้งรัฐบาลแห่งชาติในบทเฉพาะกาลท้ายร่างรัฐธรรมนูญว่า เท่าที่ร่วมประชุมอยู่ยังไม่มีการเสนอเรื่องนี้ และยังไม่มี ใครพูดถึงเลยตามที่เป็นข่าว มีแต่ยกร่างฯบางส่วนที่เสนอว่าให้บัญญัติไปว่าหลังการเลือกตั้งแล้วให้พรรคการเมืองที่ได้เสียงข้างมากลำดับที่หนึ่งและสองไปร่วมจัดตั้งรัฐบาล โดยมีเสียงสนับสนุนให้ได้ 3 ใน 4 เสียง แต่เสียงส่วนใหญ่ของ กมธ.ยกร่างฯมีมติไม่เห็นด้วย เพราะเห็นว่าเกิดขึ้นได้ยาก และคงเป็นไปไม่ได้ จึงไม่ให้บัญญัติไว้ ส่วนตัวเห็นว่าแนวคิดเสนอตั้งรัฐบาลแห่งชาติ คงมาจาก สปช.บางคนที่คิดไปเรื่อย และไม่ใช่แนวคิดที่มาจากฝ่ายความมั่นคงตามที่พยายามโยงกันไป
นายคำนูณ สิทธิสมาน โฆษก กมธ.ยกร่างฯ กล่าวว่า ยังไม่มีฝ่ายใดทำหนังสือถึง กมธ.ยกร่างฯ แต่ร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ไม่น่าจะเกี่ยวข้องกับรัฐบาลแห่งชาติ แต่ถ้ามีคนเสนอมา กมธ.ยกร่างฯคงต้องพิจารณาอีกครั้ง

“นิพิฏฐ์” ซัดแผนปูพรมผู้นำคนนอก

นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์กล่าวถึงกระแสข่าวจาก สปช.บางกลุ่มถึงการสนับสนุนให้มีรัฐบาลแห่งชาติว่า ตนเคยพูด เรื่องรัฐบาลแห่งชาติมาตั้งแต่ กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญพยายามเขียนเปิดช่องให้มีนายกฯที่มาจากคนนอก โดยใช้เสียงพิเศษ 2 ใน 3 ของสภาฯ เพื่อเปิดทางไปสู่รัฐบาลแห่งชาตินั่นเอง แม้สังคมคัดค้านหนัก แต่แนวคิดนี้ยังคงอยู่ ไม่มีการตัดออกหรือแก้ไข เพราะเขาเชื่อว่า หากนำทุกพรรคการเมืองเข้ามาร่วมจัดตั้งรัฐบาลแห่งชาติ จะสามารถขจัดความขัดแย้งลงไปได้ โดยไม่ดูบริบท แนวคิด อุดมการณ์การเมืองของแต่ละพรรค ถามว่าหากเป็นจริงใครได้ประโยชน์ คิดว่าควร ปล่อยให้เป็นไปตามธรรมชาติทางการเมืองดีกว่าการจับพรรคการเมืองมาคลุมถุงชน หากเป็นอดีตคงสามารถทำได้ง่าย แต่ในภาวการณ์ปัจจุบันเชื่อว่าทำได้ยากเพราะแต่ละพรรคมีอุดมการณ์และแนวคิดต่างกัน การปล่อยข่าวหรือจุดพลุเรื่องรัฐบาลแห่งชาติในช่วงเวลานี้ คงไม่ใช่ทางออก

อัดคนเสพติดอำนาจดิ้นหางานทำต่อ

เมื่อถามว่า เป็นการปล่อยข่าวของ สปช.บางสาย ที่คาดหวังให้มีการนิรโทษกรรมทางการเมืองโดยเซ็ตซีโร่กันใหม่ นายนิพิฏฐ์กล่าวว่า ตนไม่มองว่า จะเป็นประโยชน์กับคนแดนไกล แต่ที่แน่ๆ เป็นประโยชน์ กับคนแดนใกล้มากกว่าคือ สปช.บางกลุ่ม บางขั้วที่จะหมดวาระแต่ยังเสพติดอำนาจก็พยายามตั้งกลุ่มต่างๆขึ้น เพื่อแสดงให้ผู้มีอำนาจเห็นว่าเขายังสามารถที่จะชี้นำความคิดทางสังคมผ่านสื่อได้ เพื่อจะได้ไปอยู่ในตำแหน่งสำคัญต่อเช่น ส.ว. หรือในสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ หากเป็นรัฐบาลแห่งชาติจริง อาจจะได้รับเลือกเป็นหนึ่งใน ครม.

ไม่เชื่อ “บิ๊กตู่” ยอมเปลี่ยนม้ากลางศึก

นายนิพิฏฐ์กล่าวอีกว่า ส่วนกระแสข่าวที่ระบุว่าจะมีการเปลี่ยนตัวให้ พล.อ.อุดมเดช สีตบุตร รมช.กลาโหมและ ผบ.ทบ.ขึ้นมาเป็นนายกฯแทน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้า คสช.และนายกฯนั้น เป็นไปไม่ได้ที่จะเปลี่ยนม้ากลางศึกในเวลานี้ อีกทั้งการยอมรับ บุคลิกและบารมียังห่างกันมาก แต่หากหลังการเลือกตั้งแล้ว และรัฐธรรมนูญยังระบุเปิดช่องให้มีนายกฯคนนอกได้ เมื่อถึงเวลานั้นใครที่รวบรวมเสียง ส.ส.ในมือได้ 2 ใน 3 ของสภาฯต่างหาก จะเป็นตัวชี้วัดว่าใครจะเป็นนายกฯ

ฟัด คสช.ไม่เป็นกลาง รบ.พิเศษไม่เกิด

ด้านนายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล อดีตรองนายกฯและ รมว.ต่างประเทศ ในฐานะแกนนำพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกระแสข่าวจัดตั้งรัฐบาลแห่งชาติว่า ขึ้นอยู่ที่เป็นแนวคิดของใคร ที่แต่ละฝ่ายพูดคุยกันไม่ได้เพราะจิตใจคนยังไม่กว้างพอ คับแคบมุ่งหวัง จะเอาชนะไม่ลืมหูลืมตา คอยใส่ร้ายป้ายสีคนอื่น ใครที่จะขยับเรื่องรัฐบาลแห่งชาติได้ต้องพิสูจน์ให้คนอื่นเห็นว่าตนเองเป็นกลางและเป็นธรรมจริงๆ มองประโยชน์ประเทศชาติและประชาชน วันนี้รัฐบาลแห่งชาติยังไงก็เกิดไม่ได้ เพราะ คสช.พิสูจน์ตัวเองตลอด 1 ปีเต็มที่ผ่านมาพบว่าไม่ได้เป็นกลางอย่างแท้จริง ขบวนการต่างๆล้วนดำเนินมาอย่างไม่เป็นกลางและเป็นธรรม เสียดายเวลา 1 ปีที่ผ่านไปประเทศไทยเสียเวลาไปค่อนข้างมาก แต่ถ้าตั้งรัฐบาลแห่งชาติสำเร็จถือเป็นบุญของประเทศไทย

ฝ่าย ปชต.เมินร่วมสังฆกรรม

นายจาตุรนต์ ฉายแสง อดีต รมว.ศึกษาธิการ กล่าวว่า ตราบใดที่ คสช.ยังมีอำนาจเบ็ดเสร็จยากที่จะเกิดรัฐบาลแห่งชาติ เป็นไปไม่ได้ และจะมีปัญหาการตรวจสอบ จะไปเชิญคนที่มีความรู้ ความสามารถ พรรคการเมืองที่เป็นฝ่ายประชาธิปไตยเข้าร่วม อย่าว่าแต่มาเป็นรัฐบาลแห่งชาติเลย แม้แต่เชิญมาทำงานในองค์กรอื่นๆภายใต้สังกัด คสช.หรือแม้แต่มาเป็นสมาชิกสภาขับเคลื่อนปฏิรูป คงไม่มีใครเข้าร่วมสังฆกรรม การเสนอให้มีรัฐบาลแห่งชาติคงเพราะเห็นว่ารัฐบาลมีปัญหารุมเร้ามาก เกิดจากปัญหาใหญ่สุดคือ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช.ไม่ได้รับรู้ปัญหาที่แท้จริง ไม่รู้ประชาชนคิดเห็นอย่างไร เพราะมีแต่คนเอาใจตามใจ ทำให้เดินผิดทิศผิดทาง ภาวะอย่างนี้เป็นอันตรายมากกับประเทศ ทางออกดีสุดคือเปิดฟังผู้เห็นต่างอย่างเท่าเทียม เลิกปิดกั้นเสรีภาพ เพราะถ้ายังเดิน อยู่อย่างนี้ อนาคตข้างหน้าประเทศไทยวิกฤติยิ่งกว่าเดิมแน่

สับลิ่วล้อกระสันอยู่ในอำนาจ

นายถาวร เสนเนียม อดีตแกนนำ กปปส.กล่าวว่า ไม่คิดว่า คสช.หรือนายกฯจะคิดตั้งรัฐบาลแห่งชาติเอง คงมาจากลิ่วล้อของ คสช. ที่อยากได้ใคร่มีอยากอยู่ในอำนาจ เป็นพวกดาวเคราะห์ไร้แสง ทำให้ประชาชนยอมรับไม่ได้ ต้องมาพึ่งพาแสงของผู้อื่น คงไม่มีใครจะไปบัญญัติลงในบทเฉพาะกาลร่างรัฐธรรมนูญ และไม่เห็นด้วยที่จะตั้งรัฐบาลแห่งชาติ มาจากรัฐบาลเฉพาะกิจที่ประกาศว่าจะมาปฏิรูปประเทศ เมื่อประกาศภาระหน้าที่แล้วก็ทำให้เสร็จ และคืนอำนาจให้ประชาชน ไม่เช่นนั้นหากตั้งคนจากทุกฝ่ายเป็นรัฐบาลแห่งชาติ จะไม่มีใครทำหน้าที่ตรวจสอบการทุจริตคอร์รัปชัน ที่สุดจะเกิดการโกงทุจริตมโหฬาร แบ่งสรรผลประโยชน์จนประเทศเสียหายย่อยยับอีก

สนช.–สปช.จับมือดันปฏิรูปก่อน ลต.

อีกเรื่อง ผู้สื่อข่าวรายงานจากรัฐสภาว่า เมื่อช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมามีความเคลื่อนไหวที่จะผลักดันให้เกิดการปฏิรูปประเทศก่อนที่จะมีการเลือกตั้ง โดยมีสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) และสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) กว่า 20 คน อาทิ นายสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย รองประธาน สนช.คนที่หนึ่ง นายสมชาย แสวงการ พล.อ.สมเจตน์ บุญถนอม นัดพบกันที่ร้านอาหารแห่งหนึ่งย่านถนนพระรามหก โดยได้หารือกันถึงสถานการณ์บ้านเมือง และการยกร่างรัฐธรรมนูญ รวมทั้งได้ประเมินสถานการณ์การเมืองในขณะนี้ว่า เรื่องการปฏิรูปประเทศนั้น ขณะนี้รัฐบาลยังไม่มีการวางรากฐานเรื่องการปฏิรูปประเทศที่สำคัญในระยะยาว 5 เรื่อง ได้แก่ 1.การทำให้การเลือกตั้งสุจริต 2.การแก้ปัญหาทุจริตคอร์รัปชัน 3.การตรวจสอบถ่วงดุลอำนาจรัฐ 4.การปฏิรูปตำรวจ 5.การปฏิรูปการปกครองท้องถิ่น เรื่องเหล่านี้ควรดำเนินการให้แล้วเสร็จก่อนจัดการเลือกตั้ง เพราะหากไม่ทำในโอกาสนี้ จะหมดโอกาสที่จะทำในสมัยรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง ที่ประชุมจึงเห็นตรงกันว่า รัฐบาลควรผลักดันการปฏิรูป 5 เรื่องนี้ให้เสร็จก่อน จึงจัดการเลือกตั้ง มิเช่นนั้นแล้ว ปัญหาเหล่านี้จะกลับมาทิ่มตำคนที่ทำรัฐประหารว่า มีอำนาจแล้ว เหตุใดจึงไม่ยอมแก้ปัญหา

เดินเกมกล่อม สปช.คว่ำร่าง รธน.

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ส่วนเรื่องร่างรัฐธรรมนูญ ที่ประชุมวิเคราะห์ว่าถ้าร่างรัฐธรรมนูญผ่านความเห็นชอบจาก สปช.แล้ว จะผ่านการทำประชามติจากประชาชนแน่นอน เพราะพรรคการเมืองต้องการลงสนามเลือกตั้งโดยเร็วโดยไม่สนใจว่ากติกาใหม่จะดีหรือไม่ จะช่วยรณรงค์ทำให้ผ่าน ซึ่งจะเริ่มต้นนับถอยหลังรัฐบาลไปสู่การเลือกตั้ง ทำให้โอกาสผลักดันการปฏิรูปประเทศที่สำคัญ 5 เรื่อง หยุดชะงัก เป็นไปได้ยาก ที่ประชุมจึงเป็นห่วงการเลือกตั้งโดยที่ยังไม่มีการปฏิรูปประเทศ ดังนั้นจึงขอให้สมาชิกไปช่วยกันสร้างความเข้าใจกับสมาชิก สปช.คนอื่นๆว่า หาก สปช.ลงมติผ่านร่างรัฐธรรมนูญ โดยที่ประเทศยังไม่มีความพร้อมในการปฏิรูป ทุกอย่างจะล้มเหลว เพราะสิ่งที่เป็นปัญหาในช่วงที่ผ่านมา ยังไม่ได้รับการแก้ไขให้สำเร็จลุล่วง สุดท้ายแล้วอาจทำให้วงจรการทำรัฐประหารกลับมาอีก จึงอยากให้การลงมติของ สปช.คำนึงถึงอนาคตของประเทศในวันข้างหน้าด้วย

“เจตน์” บอกวงเม้าท์การเมืองยามว่าง

นพ.เจตน์ ศิรธรานนท์ สมาชิก สนช.กล่าวว่า เมื่อสัปดาห์ก่อนกลุ่มอดีต ส.ว.ทั้งกลุ่ม 40 ส.ว. และอดีต ส.ว.สรรหา ซึ่งประกอบไปด้วยสมาชิก สนช.และ สปช.ในปัจจุบันได้นัดประชุมและรับประทานอาหาร เพื่อแลกเปลี่ยนความเห็นการทำงาน สถานการณ์การเมือง และการยกร่างรัฐธรรมนูญในปัจจุบันซึ่งเป็นการนัดหมายพบปะกันเป็นประจำ เมื่อยามว่าง ไม่ได้มีวาระการล็อบบี้การยกร่างรัฐธรรมนูญ เพราะไม่สามารถไปล็อบบี้อะไรได้อยู่แล้ว

“วันชัย” สวด 5 อีแอบชงโหวตลับ

นายวันชัย สอนศิริ โฆษก สปช.ให้สัมภาษณ์ถึงกระแสข่าวมีสมาชิก สปช.ล็อบบี้ให้โหวตลับลงมติร่างรัฐธรรมนูญว่า ตอนนี้มีบางคนพยายามแก้ไขข้อบังคับเพื่อให้เป็นการลงมติลับ ทราบเป็นผู้ใหญ่ใน สปช. 4-5 คน เคลื่อนไหวกันแล้ว ถือว่าขัดต่อจารีต ประเพณีของรัฐธรรมนูญทุกฉบับ เพื่อให้สาธารณชนรับทราบจุดยืนของแต่ละคน ไม่เข้าใจว่าทำไมจึงมีการเคลื่อนไหว อยากให้ทำแบบลับๆ ล่อๆ หรือเป็นรัฐธรรมนูญที่มีวาระซ่อนเร้น ถ้าเสนอมาตนจะคัดค้านอย่างรุนแรง หากมีการเสนอตามขั้นตอนต้องผ่านวิป สปช.ก่อนนำเข้าสู่ที่ประชุมใหญ่ แต่ยังประเมินว่า สปช.ส่วนใหญ่คงไม่เห็นด้วย เพราะเป็นการแหกประเพณีปฏิบัติ จะถูกต่อต้านเพราะเป็นเรื่องไม่ถูกต้อง

โล่ง รธน.ชั่วคราวฉบับแก้ไขทันใช้

นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราวที่รอการโปรดเกล้าฯว่า คงไม่มีปัญหาน่าจะทันประกาศใช้ ขณะนี้ได้รับการประสานมาจากผู้ที่มีหน้าที่รับผิดชอบส่วนนี้แล้วว่าสามารถลงมาได้ทันแน่นอน และได้ประสานแจ้งไปยัง กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญแล้วว่า หาก 1-2 วันนี้ มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯลงมา กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญจะมีเวลาอีก 30 วัน พิจารณาปรับปรุงแก้ไขร่างรัฐธรรมนูญฉบับถาวร ก่อนส่งให้ สปช.พิจารณาลงมติเห็นชอบหรือไม่ชอบ

กมธ.ยกร่างฯถกต่อหมวดศาล–ปฏิรูป

นายคำนูณ สิทธิสมาน โฆษก กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญ กล่าวถึงความคืบหน้าการพิจารณาปรับแก้ร่างรัฐธรรมนูญว่า สัปดาห์นี้ กมธ.ยกร่างฯจะไปประชุมนอกสถานที่ที่โรงแรมเอเชีย พัทยา จ.ชลบุรี จะหารือปรับแก้รายมาตราในภาค 3 หลักนิติธรรมศาล และองค์กรตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐ ภาค 4 การปฏิรูปและการสร้างความปรองดอง รวมทั้งบางมาตราที่ยังหาข้อยุติไม่ได้ และทบทวนเนื้อหาสาระทั้งหมดให้รอบคอบอีกครั้ง คาดว่ากระบวนการทุกอย่างน่าจะแล้วเสร็จในครั้งนี้ ส่วนที่คณะผู้พิพากษาทำหนังสือคัดค้านร่างรัฐธรรมนูญ หมวดศาลยุติธรรม ยืนยันจะนำความเห็นมาประกอบการพิจารณา

“อ๋อย” ฉะ 5 ต้นตอความสงบไม่ยั่งยืน

วันเดียวกัน นายจาตุรนต์ ฉายแสง อดีต รมว.ศึกษาธิการ และแกนนำพรรคเพื่อไทยโพสต์เฟซบุ๊กบทความ “ความสงบที่ไม่ยั่งยืน” ว่า เกิดจาก 5 ต้นเหตุคือ 1.สังคมไทย ผู้มีอำนาจยังไม่ได้วิเคราะห์หรือเปิดให้แลกเปลี่ยนความคิดเห็นถึงต้นเหตุความขัดแย้งในอดีตเพื่อสรุปบทเรียน หาทางป้องกันไม่ให้เกิดความรุนแรงอีก 2.ยังไม่ค้นหาสาเหตุและแนวทางแก้ปัญหาการบังคับใช้กฎหมายของรัฐบาลก่อนรัฐประหาร ที่ทั้งรุนแรงเกินกว่าเหตุและอ่อนแอจนไม่สามารถรักษากฎหมายได้ กับการตรวจสอบควบคุมรัฐบาล บทบาทระบบยุติธรรม การทำหน้าที่ขององค์กรอิสระ และการสนองตอบของกลไกรัฐต่อการสั่งการของรัฐบาล 3.การใช้อำนาจเบ็ดเสร็จจัดการปัญหาต่างๆและบริหารบ้านเมือง โดยไม่เปิดโอกาสให้ประชาชนมีส่วนรวม กลายเป็นการสะสมความขัดแย้ง

เฉ่งเขียน รธน.วางกับดักไฟขัดแย้ง

เฟซบุ๊กนายจาตุรนต์ระบุต่อไปว่า 4.การร่างรัฐธรรมนูญและการวางแผนปฏิรูป กำลังสร้างเงื่อนไขนำไปสู่ความขัดแย้งมากขึ้นในอนาคต ส่งผลรัฐบาลอ่อนแอ ไม่มีเสถียรภาพ และยังเพิ่มอำนาจองค์กรอิสระ กำหนดความอยู่รอดของรัฐบาล ลดอำนาจรัฐบาลในการบังคับบัญชาข้าราชการประจำและกลไกของรัฐ และ 5.ยังไม่มีการชำระล้างค่านิยมความเชื่อผิดๆ ที่ว่า “หากมีความขัดแย้งรุนแรงขึ้น รัฐบาลต้องรับผิดชอบ” และ “หากรัฐบาลไม่สามารถรักษากฎหมายให้เป็นกฎหมาย ก็ชอบแล้วที่จะต้องมีการรัฐประหารเกิดขึ้น” ทั้งหมดนี้จึงไม่ใช่ความสงบที่แท้จริง และไม่ใช่ความสงบที่ยั่งยืน ไม่ใช่สิ่งที่สังคมไทยต้องการและรอคอย

ติงคิดให้ดีจับคู่ขัดแย้งออกทีวี

นายอุเทน ชาติภิญโญ หัวหน้าพรรคคนไทย กล่าวถึงกระแสข่าวที่ระบุว่ารัฐบาลและ คสช.โดยศูนย์ปรองดองสมานฉันท์เพื่อการปฏิรูป (ศปป.) จะเชิญฝ่ายการเมืองไปร่วมแสดงความคิดเห็นผ่านรายการโทรทัศน์ เพื่อเสนอแนวทางปฏิรูปประเทศว่า แปลกใจ และไม่เห็นว่าการนำฝ่ายการเมือง หรือคู่ขัดแย้งมาแสดงความคิดเห็นออกทีวีร่วมกันจะได้ประโยชน์ ที่ผ่านมาก็ไม่มีการตอบรับจากรัฐบาล แต่เชิญไปปรับทัศนคติมากกว่า ส่วนตัวอยากให้คสช.ระมัดระวังแนวทางดังกล่าว เกรงจะเพิ่มความสับสน เพิ่มประเด็นความขัดแย้งให้สังคมมากกว่า คสช.คงไม่มั่นใจสถานการณ์กลุ่มต่อต้านที่เป็นอยู่ จึงคิดว่าหากเปิดช่องให้ฝ่ายการเมืองมีเวทีแสดงความคิดเห็นบ้าง น่าจะผ่อนคลายสถานการณ์ไม่ให้ตึงเครียดมากนัก ทั้งที่ความเป็นจริง คสช.ควบคุมสถานการณ์ด้วยวิธีง่ายๆ โดยบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัด เด็ดขาดเป็นธรรม ก็ไม่ต้องกลัวว่าจะไปกลั่นแกล้งใคร

วิป สนช.วางแนวสอยอดีต 248 ส.ส.

นพ.เจตน์ ศิรธรานนท์ โฆษกวิป สนช. กล่าวว่า การประชุม สนช.วันที่ 15-16 ก.ค. จะมีการแถลงเปิดสำนวนคดีถอดถอนอดีต ส.ส.248 คน กรณีแก้ไขรัฐธรรมนูญ ที่มา ส.ว.โดยมิชอบ ฝ่ายผู้ถูกกล่าวหายังไม่แจ้งว่าจะให้อดีต ส.ส.ทุกคนหรือตัวแทนมาแถลงเปิดคดีต่อที่ประชุม สนช. ซึ่งการประชุมวิป สนช.วันที่ 14 ก.ค.จะกำหนดแนวทางกระบวนการถอดถอนคดีดังกล่าว เพราะ สนช.เปิดเวลาไว้ 2 วัน ให้ผู้ถูกกล่าวหา 248 คนมีโอกาสชี้แจง คาดว่าภายในวันที่ 14 ก.ค. ผู้ถูกกล่าวหาจะแจ้งให้ สนช.ว่าจะมีผู้มาแถลงเปิดสำนวนและชี้แจงแก้ข้อกล่าวหากี่คน

2 สัปดาห์นับถอยหลังชิงดำปลัด มท.

ผู้สื่อข่าวรายงานจากกระทรวงมหาดไทยว่า ภายใน 2 สัปดาห์นี้ จะมีการเสนอชื่อปลัดกระทรวงมหาดไทยคนใหม่เข้าที่ประชุม ครม.แทนนายวิบูลย์ สงวนพงศ์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย ที่จะเกษียณอายุราชการในวันที่ 30 ก.ย. เพื่อไม่ให้ขาดช่วงในขั้นตอนการแต่งตั้งผู้ว่าราชการจังหวัดที่เลื่อนขึ้นมาจากรองผู้ว่าฯ ที่ต้องมีการสอบซึ่งจะต้องใช้เวลา โดยแคนดิเดตขณะนี้มีเพียง 2 คนคือนายกฤษฎา บุญราช อธิบดีกรมการปกครอง (ปค.) ที่มีจุดเด่นเรื่องความอาวุโส ขยันตั้งใจทำงาน มือสะอาด และมีผู้ใหญ่สนับสนุน แต่มีข้อด้อยตรงที่เติบโตมาจากภูมิภาค และที่สำคัญอาจไม่สามารถฝ่าด่านสิงห์ดำ รัฐศาสตร์ จุฬาฯที่กำลังกุมอำนาจเบ็ดเสร็จในกระทรวงได้ ส่วนนายฉัตรชัย พรหมเลิศ อธิบดีกรมบรรเทาและป้องกันสาธารณภัย (ปภ.) มีจุดเด่นเป็นคนหนุ่มไฟแรง มีคอนเน็กชั่นหลากหลายวงการ และเป็นมือประสานสิบทิศ แต่มีข้อด้อยที่อาวุโสน้อย

พ่วงแต่งตั้งรองปลัดฯ–4 อธิบดี

นอกจากนี้จะมีการเสนอรายชื่อรองปลัดกระทรวงและอธิบดีในครั้งเดียวกัน โดยจะมีอธิบดีว่างจากการเกษียณอายุราชการ คาดว่าจะเสนอนายไมตรี อินทุสุต รองปลัดกระทรวงมหาดไทย หรือนายนิสิต จันทร์สมวงศ์ ผวจ.ภูเก็ต เป็นอธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน นายอภินันท์ ซื่อธานุวงศ์ และนายจรินทร์ จักกะพาก รองปลัดกระทรวงมหาดไทยอาจขึ้นแท่นในกรมที่ดิน และกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ร.ต.ท.อาทิตย์ บุญญะโสภัต รองปลัดกระทรวงมหาดไทย เป็นไปได้สูงมากที่จะก้าวกระโดดขึ้นนั่งเป็นอธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย อย่างไรก็ตามมีชื่อนายธนาคม จงจิระ ผวจ.ลพบุรี นายอภิชาติ โตดิลกเวชช์ ผวจ.พระนครศรีอยุธยา นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ ผวจ.ชัยนาท นายวิเชียร พุฒิวิญญู ผวจ.สระบุรี เข้ามาเป็นรองปลัดกระทรวงหรืออธิบดีด้วย

ลุ้นผลสอบ “หมอณรงค์”

นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้าสรุปผลการสอบสวนนพ.ณรงค์ สหเมธาพัฒน์ ปลัดกระทรวงสาธารณสุข หลัง นพ.รัชตะ รัชตะนาวิน รมว.สาธารณสุข ระบุจะได้ข้อสรุปสัปดาห์นี้ว่า ควรจะเป็นอย่างนั้น เนื่องจากมีการส่งรายงานการตรวจสอบจากคณะกรรมการสอบชุดต่างๆมาให้ตนดูแล้ว เมื่อได้ข้อสรุปตนจะนำรายงานให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช.พิจารณาว่าจะดำเนินการอย่างไร โดยผลสอบดังกล่าวจะต้องออกมาก่อนนพ.ณรงค์เกษียณอายุราชการ

นศ.จุดเทียนเรียกร้องปล่อย “รินดา”

เมื่อเวลา 18.20 น.ที่หน้าเรือนจำพิเศษกรุงเทพ มวลชนกลุ่มเมล็ดพริกและตัวแทนกลุ่มนักศึกษาขบวนการประชาธิปไตยใหม่ (เอ็นดีเอ็ม) เดินทางมาร่วมกันจุดเทียนแสดงสัญลักษณ์เรียกร้องให้รัฐบาลปล่อยตัวนางรินดา ปฤชาบุตร อายุ 44 ปี ผู้โพสต์เฟซบุ๊กกุข่าวนายกฯ และภรรยาโอนเงินกว่าหมื่นล้านไปที่ประเทศสิงคโปร์ โดยชูป้ายและร่วมกันร้องเพลงพร้อมตะโกนว่า “ปล่อย รินดา” เป็นระยะ ท่ามกลางการรักษาความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่ตำรวจทั้งในและนอกเครื่องแบบ กระทั่งเวลา 19.30 น. กลุ่มผู้ชุมนุมจึงแยกย้ายกลับบ้าน

ประกาศเจตนารมณ์ไล่นายกฯไขก๊อก

จากนั้นตัวแทนกลุ่มเมล็ดพริก อ่านแถลงการณ์ว่า กรณีนางรินดาเป็นตัวอย่างหนึ่งของการบังคับใช้กฎหมายบิดเบี้ยว ยัดเยียดข้อกล่าวหาหนักเกินจริง ส่งผลให้ไม่ได้รับสิทธิประกันตัว จึงขอเรียกร้องให้ยกเลิกข้อกล่าวหานางรินดาอย่างไม่มีเงื่อนไข ต้องให้สิทธิประกันตัว และขอประกาศเจตนารมณ์ว่า 1.รัฐต้องคืนความยุติธรรมให้นักโทษทางการเมืองทุกคน 2.นายกฯ ต้องออกจากตำแหน่ง รับผิดชอบต่อกรณีเจ้าหน้าที่รัฐละเมิดสิทธิขั้นพื้นฐานของประชาชน

นายนิทัศน์ ประเสริฐเนติกุล ทีมทนายความของนางรินดา เปิดเผยว่า หลังศาลทหารมีคำสั่งยกคำร้องการประกันตัว เพราะเกรงว่าจะไปยุ่งเกี่ยวกับพยานหลักฐาน วันที่ 13 ก.ค.ทีมทนายจะไปยื่นคำร้องขอประกันตัวนางรินดาต่อศาลทหารอีกครั้ง เพื่อขอให้เห็นใจเพราะมีลูกต้องดูแล 2 คน ลูกคนเล็กร้องหาแม่ตลอดเวลา

“บิ๊กโด่ง” ร้องจ๊ากโดนล่อเป้าถล่ม งงหนักมากถูกดันนั่งนายกฯคนกลาง นำทัพรัฐบาลแห่งชาติ ยันเดินตาม “บิ๊กตู่” ยกเหมาะสม บารมีพร้อม “เทียนฉาย” ดับข่าววุ่น สปช.ยังไม่เคยหารือ... 13 ก.ค. 2558 07:21 13 ก.ค. 2558 07:22 ไทยรัฐ