วันจันทร์ที่ 20 สิงหาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

แรงงานประมงขาด

เจ้าของเรือครวญซํ้า ต่างด้าวเชิดเงินหนี

เจ้าของเรือประมงโอดครวญเจอฤทธิ์แรงงานต่างด้าวรับเงินล่วงหน้าแล้วไม่ยอมทำงานต่อ หลังยื่นเรื่องทำเรือถูกต้อง แต่ขาดแคลนลูกเรือทำให้ออกทะเลหาปลาไม่ได้ วอนขอรัฐบาลเปิดจดทะเบียนอีกรอบ ด้านประมงจังหวัดนครศรีธรรมราชเผย ยังมีเรืออีก 80 เปอร์เซ็นต์ผิดกฎหมาย ยืนยันไม่มีการผ่อนผันอีกแล้ว ขณะที่ผู้ประกอบการเรือปลากะตัก จ.ระยอง 30 รายรวมตัวถือป้ายขอความเห็นใจ หมดทางทำมาหากินจนต้องประกาศขายเรือทิ้ง

ผู้ประกอบการเรือประมงเจอปัญหาแรงงานต่างด้าวรับเงินแล้วเผ่นหนี ทำให้ขาดแคลนลูกเรือ โดยเมื่อวันที่ 12 ก.ค.ที่จุดตรวจศูนย์ควบคุมการแจ้งเข้าแจ้งออกของเรือประมงจังหวัดสงขลา ถนนแหล่งพระราม อ.เมืองสงขลา ผู้ประกอบการเรือประมงทยอยมาแจ้งเข้า-ออกเรือประมง หลังจากเจ้าหน้าที่อำนวยความสะดวกเปิดให้บริการรับแจ้งตลอด 24 ชั่วโมง ขณะเดียวกันแม้ว่าเจ้าของเรือประมงหลายลำจะยื่นเรื่องขออนุญาตเรือประมงถูกต้องหมดแล้วแต่ก็ต้องประสบปัญหาแรงงานต่างด้าวหลบหนีหลังเบิกเงินล่วงหน้าไปแล้วทำให้ขาดแรงงานจนนำเรือออกหาปลาไม่ได้

นายสมศักดิ์ ขวัญอ่อน เจ้าของเรือและไต้ก๋งเรือ ส.ศักดิ์สายชล 97 ซึ่งเป็นเรืออวนล้อมขนาดใหญ่ เปิดเผยว่า นำเรือมาจาก จ.ระยอง และมีแพปลาสาขาอยู่ที่ท่าเทียบเรือประมงสงขลา มีลูกเรือต่างด้าวอยู่กว่า 30 คน ตอนนี้เดือดร้อนหนักเหมือนกับเรือประมงอีกหลายลำ เนื่องจากแรงงานเหล่านี้ไม่ยอมทำงานทั้งที่เบิกเงินไปแล้ว ฉวยโอกาสหลบหนี้ทั้งก่อนออกเรือและหลังนำเรือเข้าจอดเพราะกลัวถูกจับกุมและออกเรือไม่ได้ เพราะพ้นกำหนดจดทะเบียนแรงงานต่างด้าวไปแล้วเมื่อวันที่ 29 มิ.ย.58 ที่ผ่านมา และมีสมาคมประมงหลายแห่งทำเรื่องเสนอให้กระทรวงแรงงานเปิดจดทะเบียนใหม่อีกรอบ

“ตอนนี้แรงงานต่างด้าวมีปัญหามากนึกจะไปก็ไปทำให้นายจ้างเดือดร้อน เฉพาะวันนี้ตอนนำเรือมาขึ้นปลามีแรงงานหายไปอีก 5 คน จึงอยากให้รัฐบาลช่วยกำหนดเปิดจดทะเบียนแรงงานต่างด้าวรอบใหม่โดยเร็ว เพื่อจัดหาแรงงานมาใหม่มาทดแทนที่ขาดแคลน และหาทางแก้ปัญหาแรงงานต่างด้าวย้ายไปอยู่เรือลำอื่น เนื่องจากขณะนี้ผู้ประกอบการประมงส่วนใหญ่เดือดร้อนเรื่องแรงงานขาดแคลน” เจ้าของเรือ ส.ศักดิ์สายชล 97 กล่าว

นายวินัย หมื่นสุวรรณ ผู้อำนวยการเจ้าท่าภูมิภาคสาขาสตูล เปิดเผยว่าขณะนี้ปัญหาเรือประมงที่ไม่สามารถออกหาปลา เนื่องจากขาดเอกสารที่จะใช้แจ้งเข้า-ออกเริ่มคลี่คลายแล้ว เพราะที่ผ่านมาทางเจ้าท่าภูมิภาคสาขาสตูล ร่วมกับหลายหน่วยงานจัดอบรมต่างๆ เช่นอบรมวิทยุสื่อสาร นายท้ายเรือ โดยมี ผู้ประกอบการเรือประมงให้ความสนใจร่วมอบรมเป็นจำนวนมาก ขณะนี้เจ้าหน้าที่ได้ออกใบรับรองให้ผู้เข้าอบรมไปก่อนเพื่อให้ชาวประมงนำเอกสารไปแจ้งการเข้า-ออก เรือประมงไปก่อน ต่อไปก็จะออก ใบประกาศนียบัตรให้และทราบว่าเรือประมงขนาดใหญ่เริ่มออกทะเลหาปลากันแล้ว ส่วนเรือขนาดเล็กบางลำอาจจะออกไม่ได้เพราะคลื่นลมแรงในขณะนี้

ด้านนายสุกิจ รัตนวินิจกุล ประมงจังหวัดนครศรีธรรมราช กล่าวว่า นครศรีธรรมราชมีเรือประมงอยู่ 2,611 ลำ มีเรือที่ไม่ได้ดำเนินการอย่างถูกต้อง หรือครบถ้วนตามกฎหมายมากกว่า 80% ส่วนใหญ่เป็นเรือพาณิชย์มีทั้งเรื่องของการมีใบอนุญาตอวนลอยแต่ทำอวนลาก บางส่วนเมื่อไม่ได้รับอนุญาตก็ไม่จดทะเบียนเลย ทะเบียนเรือไม่มี เพราะมาขออาชญาบัตรไม่ได้ จึงเป็นการทำประมงเถื่อน และที่สำคัญขาดการควบคุมจำนวนเรือประมง และจากการพูดคุยกับสมาคมประมงนครศรีธรรมราช ต้องการให้นิรโทษกรรมโดยขอให้รัฐบาลอนุญาตให้ใช้เรือตรงกับเครื่องมือที่ทำอยู่จริง ซึ่งเป็นเครื่องมือควบคุมที่กรมประมงไม่สามารถออกให้ได้ แต่ศูนย์บัญชาการแก้ไขปัญหาการทำการประมงผิดกฎหมาย หรือ ศปมผ. ยังไม่มีนโยบายในการผ่อนผัน เพราะรัฐบาลได้ผ่อนผันมา 2 เดือนแล้ว

ที่ จ.ระยอง สายวันเดียวกัน กลุ่มผู้ประกอบการเรือประมงอวนลากปลากะตักประมาณ 30 รายรวมตัวถือป้ายข้อความขอความเห็นใจ โปรดเห็นใจพวกเราปลากะตักด้วยเถอะ ขอเวลาให้เราตั้งตัวบ้างและประกาศขายเรือ หลังไม่สามารถออกทำประมงได้ ก่อนนำป้ายขายเรือไปแขวนไว้กับเสากระโดงเรือลำละ 20-30 ล้านบาท ทั้งนี้ เจ้าของเรือประมง เปิดเผยว่า ตอนนี้เรือปลากะตักไม่สามารถออกเรือได้เหมือนที่ผ่านมา เพราะผิดกฎหมาย การประกาศขายเรือครั้งนี้ไม่ใช่เป็นการประท้วงรัฐบาล ในเมื่อนำเรือออกทะเลไม่ได้ เจ้าของเรือจำต้องประกาศขายเรือ เพราะไม่สามารถแบกภาระค่าใช้จ่ายต่างๆวันละ 10,000 บาทต่อลำ และยังมีรายจ่ายอย่างอื่น อยากเรียกร้องให้รัฐบาลทบทวนและช่วยเหลือกลุ่มประมงปลากะตัก

ต่อมาช่วงบ่าย ตัวแทนกลุ่มประมงปลากะตักภาคตะวันออกและภาคใต้ ประมาณ 300 คนร่วมเสวนาที่โรงแรมโกลเด้นซิตี้ระยอง อ.เมืองระยอง เพื่อระดมความคิดเห็นหาแนวทางเสนอต่อรัฐบาลในการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของกลุ่มประมงอวนล้อมปลากะตักที่ได้รับผลกระทบจาก พ.ร.บ.ประมง 2558 โดยนายสมเกียรติ สมรรถการ ที่ปรึกษาหอการค้าจังหวัดตราดและเลขาธิการสมาคมอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและพิทักษ์สิ่งแวดล้อมตราด กล่าวว่า การรวมกลุ่มครั้งนี้เพื่อหาทางปลดล็อกช่วยเหลือผู้ประกอบอาชีพให้ประกอบอาชีพต่อไปได้ โดยไม่ขัดกฎหมายหรือแนวทางรัฐบาล ตลอดจนข้อบังคับไอยูยู อย่างไรก็ดี มองว่าประมงปลากะตักไม่ใช่เป็นการทำลายทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม หรือการทำลายพันธุ์สัตว์น้ำ เพราะปลากะตักมีอายุไขของตัวเองเพียง 6 เดือนเท่านั้น หากผ่านพ้น 6 เดือนไปแล้วปลาจะตายไปเอง

นายสันติ ตันติเวชวุฒิกุล นายกสมาคมโรงงานน้ำปลาจังหวัดระยอง กล่าวว่า ปลากะตักเป็นวัตถุดิบที่สำคัญและเป็นวัตถุดิบชั้นยอดของการผลิตทำน้ำปลา หากงดให้ทำประมงอวนปลากะตัก โรงงานน้ำปลาก็จะได้รับผลกระทบอย่างแน่นอน และ จ.ระยอง ที่ใช้คำขวัญว่าน้ำปลารสเด็ดก็คงจะไม่รสเด็ดอีกต่อไป

เจ้าของเรือประมงโอดครวญเจอฤทธิ์แรงงานต่างด้าวรับเงินล่วงหน้าแล้วไม่ยอมทำงานต่อ หลังยื่นเรื่องทำเรือถูกต้อง แต่ขาดแคลนลูกเรือทำให้ออกทะเลหาปลาไม่ได้... 13 ก.ค. 2558 07:11 13 ก.ค. 2558 07:11 ไทยรัฐ