วันพฤหัสบดีที่ 16 สิงหาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

เขื่อน...ทำลายป่าแค่ไหน?

“น้ำคือชีวิต” จะทำเกษตรไว้เลี้ยงชีวิต จะมีประปาไว้อาบกิน จะไม่ให้บ้านทรุด ถนนพัง ต้องพึ่งพาน้ำทั้งสิ้น

แม้แต่ป่าหัวโล้น ป่าเสื่อมโทรม จะกลับมาเป็นป่าสมบูรณ์ได้ ต้องพึ่งพา เหมือง ฝาย อ่างเก็บน้ำเช่นกัน เพราะถ้าไม่มีน้ำมาหล่อเลี้ยงต้นกล้า ต้องปลูกซ่อมให้สูญเงินไม่รู้จักจบสิ้น...แต่กระนั้นไม่วาย ยังจะมีคนไม่เอาน้ำ ไม่เอาเขื่อน ไม่เอาอ่างเก็บน้ำ อ้างเหตุผลเป็นตัวการทำลายป่า

เคยมีใครย้อนถามเหตุผลนั้นไหม ป่าไม้ 171 ล้านไร่ ที่เคยมีมาเมื่อ 50 ปีก่อน จนลดเหลือ 99 ล้านไร่...ป่าหายไป 72 ล้านไร่ เขื่อน อ่างเก็บน้ำ ใช่ตัวการสำคัญจริงแท้แค่ไหน

วันนี้ขอนำข้อมูลเก่าๆมาเล่ากันหน่อย เพื่อคนไทยจะได้เห็นความจริงจากอีกมุม...เป็นข้อมูลจากกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เรื่อง ข้อมูลการอนุญาตให้เข้าทำประโยชน์หรืออยู่อาศัยในเขตป่าสงวนแห่งชาติ เมื่อปี 2543 อ้างข้อมูลจากกรมป่าไม้ (ขณะนั้นยังไม่แยกกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช และยังอยู่ในสังกัดกระทรวงเกษตรฯ) ระบบ...มีการขอใช้พื้นที่ป่าเพื่อการชลประทาน สร้างเขื่อน อ่างเก็บน้ำ ระบบคลองส่งน้ำ อาคารชลประทานต่างๆ 535,602 ไร่

ข้อมูลนี้อาจจะมีคนแย้ง โครงการพัฒนาแหล่งน้ำ ไม่ได้ขอใช้แค่เฉพาะป่าสงวนแห่งชาติ อาจจะขอใช้พื้นที่อุทยานแห่งชาติและเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าด้วย ซึ่งเป็นไปได้ แต่คงจะไม่มากไปกว่าใช้พื้นที่ป่าสงวนแน่ จึงประมาณการได้ว่า มีใช้พื้นที่ป่าเพื่อชลประทานประมาณ 1 ล้านไร่

ที่ผ่านมาเราสูญเสียป่า 72 ล้านไร่...เขื่อนอ่างเก็บน้ำทำป่าหาย 1.4%

นอกจากนั้นยังมีการขออนุญาตใช้ป่าสงวนทำอย่างอื่นอีก ปลูกสร้างสวนป่า, การเกษตร, สถานที่ราชการ, ทำเหมืองแร่, สร้างถนน, ไฟฟ้า, การศึกษา, ศาสนา ฯลฯ อีก 2.8 ล้านไร่

รวมแล้วการขอใช้พื้นที่ป่าอย่างถูกกฎหมาย ทำให้ป่าหายไป 3.8 ล้านไร่

แล้วป่าที่พังไปอีก 68.2 ล้านไร่ หรือ 95% ใครกันล่ะที่เป็นตัวการ...ทำไมไม่ไปต่อต้าน ทั้งที่เขาเหล่านั้นทำป่าพัง โดยที่คนอื่นในชาติไม่ได้ประโยชน์ด้วย

แต่พอจะสร้างเขื่อน อ่างเก็บน้ำ ทั้งที่ป่าพังไปจิ๊ดเดียว และช่วยให้คนได้ประโยชน์มากมาย กลับถูกต่อต้าน...อะไรคือเหตุผล อะไรคือความถูกต้อง.

ชมชื่น ชูช่อ

12 ก.ค. 2558 12:34 12 ก.ค. 2558 12:34 ไทยรัฐ