วันพฤหัสบดีที่ 15 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
สวรรค์อุยกูร์

สวรรค์อุยกูร์

โดย เจ้าพายุ
13 ก.ค. 2558 05:01 น.
  • Share:

“อุยกูร์” กลายเป็นเรื่องใหญ่เรื่องโตเข้าให้จนได้

ความจริงเรื่องนี้เป็นเหตุการณ์ต่อเนื่องมาจากเมื่อเดือน มี.ค.ปีที่แล้ว มีชาว “อุยกูร์” จำนวนหนึ่งใช้ประเทศไทยเป็นทางผ่านเพื่อจะไปประเทศปลายทาง

พอมาถึง อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ก็โดนเราจับ

และเมื่อเราเลือกทางที่จะส่งกลับ 109 อุยกูร์ให้กับประเทศจีน โดยทางการไทยยืนยันว่าการที่เราส่งกลุ่มนี้ไปเพราะรัฐบาลไทยได้รับหลักฐานการกระทำผิดกฎหมายและการพิสูจน์สัญชาติจากรัฐบาลจีน

ชาวอุยกูร์ในตุรกีก็อารมณ์ขึ้นลุกขึ้นมาประท้วงกันเต็มหน้าสถานกงสุลในเมืองอิสตันบูลและลามไปที่สถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงเบอร์ลิน ในเยอรมัน

คงเป็นเรื่องละเอียดอ่อนมาก หากจะตั้งคำถามที่มีอยู่มากมายว่าทำไมเราจึงตัดสินใจที่จะส่งชาวอุยกูร์บางส่วนให้กับจีน

หรือทำไมกระทรวงการต่างประเทศของไทยจึงไม่ใช้ความ “พยายาม” ที่จะอธิบายให้คนไทยและโลกรู้กันก่อนล่วงหน้า แทนที่จะต้องมา “จูน” กันภายหลังเมื่อเหตุการณ์มันบานปลาย

คิดและประเมินพลาดใช่หรือไม่ว่าการตัดสินใจแบบนี้จะไม่มีเอฟเฟกต์อะไรตามมา

คนไทยไม่สนุกด้วยกับที่จะต้องมาถูกด่า โดนประณาม โดยเฉพาะคนไทยได้รู้เรื่องนี้พร้อมๆกับชาติอื่นๆ คนไทยคงภูมิใจมากกับสิ่งที่เกิดขึ้น

เอาเป็นว่า ถ้าผมยังไม่หยุดถาม มันอาจจะอ่อนไหวไปมากกว่านี้

ดังนั้น ณ นาทีนี้ นาทีที่เราเริ่มคุ้นหูกับคำว่าอุยกูร์แล้ว ก็เลยอยากจะพาไปดินแดนอุยกูร์อันงดงาม แม้ว่าดินแดนนั้นในปัจจุบัน จีนได้แผ่อิทธิพลกินแดนเข้าไปยึดครองแล้ว จากอุยกูร์ในอดีตมาเป็นซินเจียงในปัจจุบัน

อุยกูร์สวยมาก!

นิยามนี้ไม่ได้มากเกินไป แต่ดูจะน้อยไปเสียด้วยซ้ำสำหรับทัศนียภาพในดินแดนแห่งนี้

ภูมิศาสตร์ทางตอนเหนือที่เป็นภูเขาสูง ดังนั้นคนอุยกูร์จะเห็นหิมะปกคลุมยอดเขาตลอดทั้งปี มีลำธารน้ำไหลทอดยาว มีน้ำตกหน้าผาสูงชัน ทะเลสาบผืนใหญ่ไว้หล่อเลี้ยงชนเผ่าต่างๆโดยรอบ ขณะที่ตอนใต้เป็นทะเลทราย

แม้ว่าที่นั่นจะแล้งฝนแต่กลับทำปศุสัตว์ ทำการเกษตร ปลูกฝ้าย ทำไร่องุ่น มีสนามบิน มีโรงแรมระดับ 5 ดาวโดยเฉพาะที่นั่นมีบ่อน้ำมัน แหล่งก๊าซธรรมชาติ ถ่านหินจำนวนมหาศาล

คนจีนด้วยกันเองไปเที่ยวเมืองนี้เกือบ 50 ล้านคนในรอบ 5 ปี มีนักท่องเที่ยวต่างชาติเพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดด จากหลักร้อย ขยับมาเป็นหลักแสนและทะลุล้านคนเป็นที่เรียบร้อย

และเชื่อว่า ยังมีนักท่องเที่ยวอีกมากที่โหยหาธรรมชาติแบบนี้ ไม่มีมากที่นักในโลก อยู่นิ่งๆ ดื่มด่ำใช้ชีวิตช้าลง

แค่ทัศนียภาพและทรัพยากรธรรมชาติ หลายคนก็คงรู้สึกอิจฉาอุยกูร์ในอดีต และจีนในปัจจุบันที่ได้ครอบครอง “สวรรค์บนดิน” ผืนนี้

ส่วนจะสงสารใครในอดีตและเวทนาใครในปัจจุบัน ขอเก็บเอาไว้ในใจแต่เพียงผู้เดียว

ขอมโนว่าสักวันหนึ่ง เราอาจจะได้ยินชื่อเมืองนี้ว่า ซินเจียงอุยกูร์อีกครั้ง

จะได้ไม่ต้องมีใครผ่านมาให้เราจับ ไม่ต้องทำอะไรให้ใครมาประณามอีกต่อไป

จำไว้ไอ้กัน!

“เจ้าพายุ”

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้