วันอังคารที่ 21 สิงหาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ปม 'อุยกูร์' เตือนคนไทย ผวาลุกลาม

‘สตอกโฮล์ม’ เวียนนามีม็อบ อียูโผล่ตำหนิ

“สุวพันธุ์” จับตาประท้วงไทยปม “อุยกูร์” หวั่นลุกลาม โดยสถานทูตไทย ในยุโรปประกาศเตือน คนไทยงดวิจารณ์ปมร้อน หลัง สอท.สตอกโฮล์ม-เวียนนา เจอม็อบประท้วงแล้ว เรียกร้องจีนร่วมรับผิดชอบ เพราะให้คำมั่นดูแลความปลอดภัยผู้ถูกส่งกลับ ด้าน “สุรพงษ์” สอนมวย รมว.ต่างประเทศ ควรออกมาชี้แจงก่อน ไม่ใช่ปล่อยนายกฯออกมาพูดอยู่คนเดียว ติงหากผิดพลาดแล้วแก้ยาก ขณะที่ “อียู-ยูเอ็นเอชซีอาร์ในไทย” ประสานเสียงตำหนิไทย ส่อละเมิดกฎหมายมนุษยธรรมระหว่างประเทศ แต่จีนโต้ กลุ่มที่ถูกส่งตัวกลับถือสัญชาติจีน ชี้ที่ผ่านมาประเทศในอาเซียนก็เคยส่งตัวให้ พร้อมแฉมีหลักฐาน หาก ส่งไปตุรกี อาจตกเป็นเหยื่อค้ามนุษย์เข้าสู่กลุ่มก่อ การร้ายได้

ความคืบหน้าผลกระทบที่เกิดขึ้นต่อคนไทย หลังจากกลุ่มชาวตุรกีจำนวนหนึ่งออกมาประท้วงและบุกรุกสถานกงสุลกิตติมศักดิ์ไทย ที่นครอิสตันบูล ประเทศตุรกี เมื่อวันที่ 9 ก.ค.ที่ผ่านมา เพราะไม่พอใจที่รัฐบาลไทยส่งผู้ลักลอบเข้าเมืองชาวมุสลิม ที่อ้างว่าเป็นชาวอุยกูร์ ตุรกี 109 คน กลับประเทศจีนนั้น ผู้สื่อข่าวรายงานเมื่อวันที่ 11 ก.ค.ว่า ปัญหาการประท้วงส่อลุกลามไปยังประเทศอื่นด้วย โดยมีรายงานจากกรุงสตอกโฮล์ม ประเทศสวีเดน ว่า เมื่อช่วงบ่ายของวันที่ 9 ก.ค. (ตามเวลาท้องถิ่น) มีการชุมนุมประท้วงกรณีดังกล่าวของรัฐบาลไทย ที่บริเวณสวนสาธารณะใกล้สถานเอกอัครราชทูตไทยประจำกรุงสตอกโฮล์มเช่นกัน โดยผู้ชุมนุมส่วนใหญ่เป็นชาวตุรกี ราว 30 คน

ต่อมาสถานเอกอัครราชทูตไทยในกรุงสตอกโฮล์ม ได้ออกประกาศเตือนในทำนองเดียวกันกับสถานเอกอัครราชทูตไทยในหลายประเทศก่อนหน้านี้ ที่มีเนื้อหาว่า ความไม่พอใจในเรื่องดังกล่าวอาจขยายไปสู่กลุ่มคนในประเทศต่างๆในยุโรปได้ จึงขอให้ชาวไทยที่พำนักในสวีเดนและเอสโตเนีย โปรดระมัดระวังและหลีกเลี่ยงการแสดงความคิดเห็นหรือโต้เถียงใดๆในเรื่องดังกล่าว รวมทั้งใช้ความระมัดระวังดูแลความปลอดภัยของตนเองและทรัพย์สิน ตลอดจนแจ้งเตือนญาติและเพื่อนชาวไทยให้ทราบด้วย ทั้งนี้ หากเกิดเหตุการณ์ฉุกเฉินเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าว ท่านสามารถติดต่อสถานเอกอัครราชทูตฯ นอกเวลาทำการ ได้ที่หมายเลขฉุกเฉิน 070 23 44 191 และ 070 09 16 192 หากเป็นกรณีในเวลาทำการ โปรดติดต่อที่หมายเลข 08 588 04 250

ขณะเดียวกัน สถานเอกอัครราชทูตไทยประจำกรุงเวียนนา ประเทศออสเตรีย ก็ได้โพสต์ประกาศด่วนผ่านทางเว็บไซต์ ว่าสถานเอกอัครราชทูตฯ ได้รับแจ้งจากตำรวจว่าจะมีกลุ่มผู้ชุมนุมประท้วงไทยกรณีการส่งผู้อพยพชาวอุยกูร์ไปจีน บริเวณสถานทูตในวันที่ 10 ก.ค.2558 ในช่วงเวลา 15.30 น.เป็นต้นไป จึงขอให้งดการเดินทางมาสถานทูตฯ ในช่วงเวลาดังกล่าว ทั้งนี้ ในกรณีฉุกเฉินสามารถติดต่อได้ที่หมายเลข Hotline คือ + 43 664 999 0424 นอกจากนี้ขอความร่วมมือชาวไทยที่พำนักในออสเตรีย สโลวะเกีย และสโลวีเนีย โปรดระมัดระวัง หลีกเลี่ยงการแสดงความคิดเห็นหรือโต้เถียงใดๆ ในเรื่องการส่งผู้อพยพชาวอุยกูร์ไปจีนกับชาวตุรกี รวมทั้งใช้ความระมัดระวังดูแลความปลอดภัยตนเอง ตลอดจนแจ้งเตือนเพื่อนชาวไทยให้ทราบด้วย

ทั้งนี้ นายสุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงการชุมนุมประท้วงจากความไม่พอใจรัฐบาลไทยส่งผู้อพยพชาวอุยกูร์ไปประเทศจีนว่า คงต้องดูผลที่จะตามมา โดยเฉพาะที่ตุรกี สวีเดน และเยอรมนี ซึ่งที่ตุรกีค่อนข้างจะมีคนประท้วงเยอะ เกิดความรุนแรง เพราะมีการบิดเบือนข้อมูลผ่านโซเชียลมีเดียในตุรกี ปล่อยข่าวกล่าวหาว่าไทยฆ่าคนอุยกูร์ เพื่อให้คนไปชุมนุมประท้วงมากๆ ซึ่งไม่จริง และเป็นสาเหตุที่กลุ่มผู้ชุมนุมบุกไปทำลายทรัพย์สินของกงสุลไทยในตุรกี ทั้งนี้ ต้องจับตาดูในอีกหลายประเทศจะมีการชุมนุมแบบเดียวกันนี้หรือไม่ ทั้งที่ประเทศแถบยุโรป ญี่ปุ่น ออสเตรเลีย ฝรั่งเศส และสหรัฐฯ เพราะมีชมรมอุยกูร์อยู่ ซึ่งกระทรวงการต่างประเทศจะประสานงานสถานทูตไทยในประเทศนั้นๆ เพื่อเฝ้าระวัง เนื่องจากนายกรัฐมนตรีเป็นห่วงโดยเฉพาะความปลอดภัยของคนไทยสำคัญสุดคือการทำความเข้าใจ โดยเฉพาะจีนต้องรับผิดชอบด้วยในสิ่งที่จีนให้คำมั่นสัญญาที่จะดูแลความปลอดภัย และให้ความเป็นธรรม

ด้าน นพ.นิรันดร์ พิทักษ์วัชระ กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) และประธานอนุกรรมการสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง เปิดเผยว่า จากกรณีที่มีการโจมตีทางการไทยละเมิดสิทธิมนุษยชนชาวอุยกูร์ในการส่งตัวกลับไปประเทศจีนนั้น ในวันศุกร์ที่ 17 ก.ค. เวลา 10.00 น. จะเชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาชี้แจงข้อเท็จจริง ซึ่งจะมีสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ตัวแทนของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กระทรวงการต่างประเทศ สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง องค์กรที่เกี่ยวข้องกับสิทธิมนุษยชนทั้งในและต่างประเทศ เช่น สำนักงานข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติ (ยูเอ็นเอชซีอาร์) ฮิวแมนไรท์วอทช์ นักวิชาการ มาให้ข้อคิดเห็นต่อกรณีดังกล่าวในวันเดียวกัน

อย่างไรก็ดี วันเดียวกัน นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล อดีตรองนายกรัฐมนตรี และอดีต รมว.ต่างประเทศ ในฐานะแกนนำพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีที่ทางการไทยส่งชาวอุยกูร์กลับประเทศจีนว่า การต่างประเทศเป็นเรื่องละเอียดอ่อน รัฐบาลจะพูดอะไรออกไปขอให้ระมัดระวัง โดยเฉพาะการชี้แจง คนที่ควรออกมาพูดมากที่สุดต้องเป็น พล.อ.ธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร รองนายกฯและ รมว.ต่างประเทศ ไม่ใช่ปล่อยให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช.ออกมาพูดอยู่คนเดียวหาก รมว.ต่างประเทศพูดไม่เป็น ควรเปลี่ยนให้คนอื่นมาเป็นแทน เนื่องจากเรื่องอย่างนี้อ่อนไหวมาก สำหรับเวทีการเมืองระหว่างประเทศสำคัญมาก เมื่อมีเหตุการณ์อะไรเกิดขึ้น รมว.ต่างประเทศจะต้องเป็นฝ่ายที่ชี้แจงก่อน หากชี้แจงผิดพลาดอะไรไป ระดับ นายกฯถึงออกมาแก้ต่างให้ได้ หากปล่อยให้นายกฯพูดอยู่คนเดียวแล้วผิดพลาดขึ้นมา ก็ยากที่จะหาทางแก้ไขได้

ด้านความเคลื่อนไหวของนานาชาติต่อกรณีดังกล่าว สำนักข่าวต่างประเทศรายงานเมื่อวันที่ 11 ก.ค. ว่านางเฟเดริกา โมเกรินี ผู้แทนระดับสูงของสหภาพยุโรปและรองประธานคณะกรรมาธิการยุโรป ออกแถลงการณ์ว่าการผลักดันชาวเตอร์กิกประมาณ 109 คน รวมทั้งผู้หญิงและเด็ก ออกจากประเทศไทยไปยังประเทศจีน ถือเป็นการกระทำผิดร้ายแรงต่อหลักการห้ามผลักดันกลับ ซึ่งเป็นแก่นสำคัญของกฎหมายมนุษยธรรมระหว่างประเทศ ประเทศไทยมีพันธกรณีในการปฏิบัติภายใต้อนุสัญญาต่อต้านการทรมาน และการลงโทษที่โหดร้าย ไร้มนุษยธรรมหรือย่ำยีศักดิ์ศรี (CAT) และกติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิพลเมืองและการเมือง (ICCPR) ชาวเตอร์กิกที่ยังพำนักอยู่ในไทยควรได้รับอนุญาตให้เดินทางอย่างสมัครใจไปยังประเทศที่พวกเขาเลือก และประเทศนั้นก็ยินยอมที่จะรับพวกเขา

เช่นเดียวกับ นางวิเวียน ตัน โฆษกสำนักงานข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยสหประชาชาติ หรือยูเอ็นเอชซีอาร์ในกรุงเทพฯ เปิดเผยกับนิตยสารไทม์ของสหรัฐฯ ว่า ชาวอุยกูร์จำนวน 109 คน ที่ถูกทางการไทยส่งกลับไปจีน ได้ระบุตัวเองว่า เป็นชาวเติร์กอยากเดินทางไปยังตุรกี และแสดงความหวาดกลัวต่อการถูกส่งตัวไปยังจีน การบังคับส่งตัวกลับครั้งนี้ ถือเป็นการละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศ โดย เฉพาะข้อห้ามที่ระบุว่า หากการส่งกลับไปนั้นจะเกิดอันตรายต่อการใช้ชีวิต สิทธิเสรีภาพของคนกลุ่มดังกล่าว

ขณะที่นายอาลิม เซย์ตอฟฟ์ ประธานสมาคมอุยกูร์อเมริกัน ที่ออกแถลงการณ์ว่า ประชาคมโลกจำเป็นต้องมีจุดยืนอันหนักแน่นในการรับประกันสิทธิของผู้ลี้ภัยชาวอุยกูร์ รัฐบาลและองค์กรต่างๆไม่ควรอนุญาตให้รัฐบาลจีนเพิกเฉยต่อธรรมเนียมปฏิบัติ ด้านสิทธิมนุษยชนของประชาคมโลก

ส่วนนายตง ปีชาน หัวหน้าฝ่ายสืบสวนอาชญากรรมประจำกระทรวงความมั่นคงสาธารณะของจีนเปิดเผยกับสำนักข่าวรอยเตอร์ว่า ผู้อพยพชาวอุยกูร์ที่พูดภาษาเตอร์กิกนั้น ถือสัญชาติจีน แต่สถานเอกอัครราชทูตตุรกีในประเทศภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยเฉพาะในกรุงกัวลาลัมเปอร์ของมาเลเซีย มักจะออกเอกสารยืนยันให้ว่าคนกลุ่มนี้ถือสัญชาติตุรกี ทั้งๆที่เป็นคนจีน และจากนั้นก็ได้เดินทางเข้าตุรกีไป

อย่างไรก็ตาม ถือว่าน่าเป็นห่วงเนื่องจากพอคนกลุ่มนี้เข้าไปในตุรกีก็จะไม่มีงานทำ ถูกล่อหลอกให้เข้าไปร่วมกลุ่มขบวนการหัวรุนแรงและกลุ่มก่อการ ร้าย อย่างกลุ่มก่อการร้ายในอิรักและซีเรียที่กำลังขาดคน ก็จะซื้อขายคนกลุ่มนี้ในราคาหัวละ 2,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ หรือประมาณ 66,000 บาท เอาไว้ใช้เป็นหน่วยแนวหน้าวิ่งเข้าไปตายรับกระสุนปืน เพื่อตัดกำลังข้าศึก เรื่องนี้เราได้หลักฐานมาจากการตรวจสอบโทรศัพท์มือถือและคอมพิวเตอร์ของผู้ที่เดินทางกลับมา

นายตงยังกล่าวด้วยว่า นอกเหนือจากชาวอุยกูร์ 109 คน ที่ทางการไทยส่งกลับมาจีนนั้น ก็ยังมีชาวอุยกูร์กลุ่มอื่นๆ ที่ถูกส่งกลับจีนโดยรัฐบาลประเทศต่างๆในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ด้วย แต่ไม่ทราบตัวเลขที่แน่ชัด ทั้งนี้ สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานด้วยว่า กระทรวงต่างประเทศตุรกีและสถานทูตตุรกีในกรุงกัวลาลัมเปอร์ยังไม่ได้ออกแถลงการณ์ตอบโต้ต่อข้อกล่าวหาดังกล่าวแต่อย่างใด

ต่อมาสำนักข่าวเอพีรายงานว่า ทางการไทยได้ส่งตัวผู้อพยพชาวอุยกูร์ไปยังตุรกีอีก 8 คน เป็นผู้หญิง 4 คน เด็ก 4 คน โดยทั้งหมดเดินทางถึงนครอิสตันบูลในวันที่ 11 ก.ค. ส่งผลให้ยอดผู้อพยพที่ถูกส่งจากไทยไปยังตุรกีเพิ่มเป็น 181 คน ทั้งนี้ รัฐบาลไทยยืนยันว่าผู้ที่ถูกส่งตัวไปยังตุรกี ถือเอกสารยืนยันสัญชาติตุรกี ส่วนผู้อพยพ 109 คน ที่ถูกส่งกลับจีนก่อนหน้านี้ มีเพียงแค่เอกสารจากทางการจีน

กระทั่งช่วงค่ำวันเดียวกัน พล.อ.ธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ได้ให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าวชี้แจงกรณีการส่งชาวมุสลิมอุยกูร์ให้กับจีนว่า ไทยได้แบ่งคนเหล่านี้เป็น 3 กลุ่ม กลุ่มแรก 172 คน ส่งไปให้กับตุรกีเนื่องจากพิสูจน์สัญชาติไม่ได้ชัดเจนและไม่มีหลักฐานการทำผิด ส่วนอีก 109 คน ที่ส่งไปยังจีนมีหลักฐานชัดเจนว่าเป็นคนจีน ส่วนกลุ่มสุดท้าย 67 คนยังไม่มีหลักฐาน เราก็ดูแลต่อไป ซึ่งทั้งหมดนี้ไทยทำตามพันธกรณีที่มี ส่วนที่บอกว่ามีคนตายระหว่างเดินทางไป เป็นเรื่องมโนทั้งหมด เรามั่นใจว่าจีนมีความน่าเชื่อถือ เพราะก่อนที่จะส่งคนเหล่านี้ไป เราได้รับคำยืนยันจากจีนว่าจะดูแลอย่างดี คนที่ทำความผิดจะถูกพิจารณาคดี ซึ่งจีนยืนยันไม่มีการประหารชีวิต ส่วนคนที่ไม่เกี่ยวข้อง จะให้พื้นที่ทำกินและให้อยู่ในสังคมได้อย่างบุคคลธรรมดา นอกจากนี้ จีนยังได้เชิญให้ไปเยี่ยมคนเหล่านี้ โดยสภาความมั่นคงแห่งชาติจะเป็นเจ้าภาพ มีกระทรวงการต่างประเทศ ผู้แทนศาสนาอิสลาม และองค์การระหว่างประเทศ ซึ่งคาดว่าจะเป็นคณะกรรมการกาชาดระหว่างประเทศ (ไอซีอาร์ซี) ไปด้วย

ส่วนการชี้แจงกับประเทศต่างๆ รวมถึงองค์การระหว่างประเทศที่ออกมาวิพากษ์วิจารณ์ไทยนั้น พล.อ.ธนะศักดิ์กล่าวว่า ทำหนังสือชี้แจงข้อเท็จจริงและเหตุผลในการดำเนินการของไทยส่งไปแล้ว เรื่องการให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม ไทยถือว่าเป็นหนึ่ง เรามีศักดิ์ศรี มีความรับผิดชอบ คิดและทำตามเหตุผลที่เหมาะสม คิดว่าสิ่งที่รัฐบาลตัดสินใจไปถูกต้องแล้ว ต้องตามดูกัน ไม่ใช่มาติฉินหรือว่ากัน เรายืนยันและมั่นใจในความร่วมมือเรื่องมนุษยธรรมของไทยในเวทีนานาชาติ ไม่จำเป็นต้องมาแก้ตัวทุกครั้ง เราอยู่ได้ทุกวันนี้เพราะเราให้เกียรติประเทศอื่น ดังนั้นขอให้มั่นใจ และยืนยันไม่หนักใจ เพราะชี้แจงตามข้อเท็จจริง มีการพูดคุยปรึกษาหารือกันมาแล้วเกือบปีครึ่ง ไม่ใช่คิดแค่วันเดียวแล้วส่งไป มีการตั้งคณะกรรมการหลายคณะขึ้นมาพิจารณารายละเอียดทั้งหมด พร้อมระบุว่าคนเหล่านี้ไม่ใช่ผู้อพยพ ไม่ได้มีการบันทึกสถานะ เราไม่ได้ดำเนินคดีแต่กักตัวไว้เพื่อหาทางต่อไปเหมือนกับกรณีของชาวโรฮีนจา

ทั้งนี้ พล.อ.ธนะศักดิ์ยังกล่าวถึงมาตรการเฝ้าระวังเหตุของสถานเอกอัครราชทูตไทยในต่างประเทศ ว่า ได้ประกาศเตือนคนไทยในต่างประเทศ ตุรกีเองก็แสดงความเสียใจที่สถานกงสุลกิตติมศักดิ์ของไทยถูกทำลาย และส่งเจ้าหน้าที่ตำรวจมาดูแล ซึ่งรวมถึงนักท่องเที่ยวและนักการทูตด้วย และยืนยันว่ายังไม่ได้ส่งคนอุยกูร์อีก 8 คนให้กับจีนเพิ่มเติม แต่ถ้าไม่มีอะไรก็คงจะส่งตัวไป ถ้าทุกคนไม่หยุดพูด การพิจารณาลอตต่อไปก็คงทำไม่ได้ ต้องรอจนกว่าให้เรื่องนี้เป็นปกติเสียก่อน และขอว่าอย่าไปโยงกับเหตุระเบิดที่ปาดังเบซาร์

“สุวพันธุ์” จับตาประท้วงไทยปม “อุยกูร์” หวั่นลุกลาม โดยสถานทูตไทย ในยุโรปประกาศเตือน คนไทยงดวิจารณ์ปมร้อน หลัง สอท.สตอกโฮล์ม-เวียนนา เจอม็อบประท้วงแล้ว เรียกร้องจีนร่วมรับผิดชอบ เพราะให้คำมั่นดูแลความปลอดภัยผู้ถูกส่งกลับ 12 ก.ค. 2558 01:05 12 ก.ค. 2558 03:32 ไทยรัฐ