วันอังคารที่ 21 สิงหาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ


ข่าวแตงโม-โตโน่ VS ภัยแล้ง : สะท้อนพฤติกรรมบริโภคข่าวสารคนไทย

ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา เกิดปรากฏการณ์ข่าวสารอันมีต้นตอมาจาก Social Media จนเป็นข่าวใหญ่ที่มีผู้คนสนใจติดตามเป็นจำนวนมากในสื่อกระแสหลัก และก่อให้เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์ในหลายแง่หลายมุม

นั่นคือ กรณีเหตุการณ์ ดาราสาว “แตงโม” ภัทรธิดา พัชรวีระพงษ์ รับประทานยานอนหลับเกินขนาด จนต้องเข้าโรงพยาบาลเพื่อล้างท้อง ก่อนออกมาแถลงข่าวยอมรับว่า มีความคิดที่จะฆ่าตัวตาย โดยสาเหตุหนึ่งมาจากความผิดหวังที่ต้องเลิกรากับดารา-นักร้องหนุ่ม “โตโน่” ภาคิน คำวิลัยศักดิ์” แล้วมีเพื่อนสนิทนำภาพระหว่างเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลออกมาเผยแพร่ทาง Instagram

เป็นเหตุให้วันรุ่งขึ้น “โตโน่” ต้องออกมาตั้งโต๊ะแถลงข่าวยืนยันว่า ความสัมพันธ์ฉันคนรักระหว่างเขากับดาราสาวนั้น ได้สิ้นสุดลงไปแล้ว การจะให้กลับไปเป็นเหมือนครั้งที่ยังรักย่อมเป็นไปไม่ได้

“ปรากฏการณ์แตงโม-โตโน่” ได้สร้างสถิติการเปิดรับสื่อของคนไทยผ่าน Social Media และสื่อออนไลน์ต่างๆ ขึ้นมาใหม่อย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ไม่ว่าจะเป็นจำนวนผู้ชมผ่านเว็บไซต์ข่าวต่างๆ และ Youtube ที่มีจำนวนผู้เข้าชมมากกว่าช่วงเวลาปกติหลายเท่าตัว

การที่สื่อมวลชนทั้งในสื่อกระแสหลักและสื่อออนไลน์ รวมทั้ง Social Media ต่างๆ ได้นำเสนอการแถลงข่าวของคู่รักดาราในแบบการ “ถ่ายทอดสด” เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคข่าวสารได้อย่างครบถ้วนทุกแง่มุม ได้ก่อให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ว่า สื่อกระแสหลักได้ให้ความสำคัญกับเรื่องราวความรักของคนในแวดวงบันเทิงมากกว่าข่าวสารที่เป็นประโยชน์ต่อส่วนรวมและชะตากรรมของประเทศชาติ เช่น ข่าวภัยแล้ง ฯลฯ หรือไม่

คำวิพากษ์วิจารณ์นี้ อาจมีส่วนถูกในแง่มุมหนึ่ง แต่ในอีกแง่มุมหนึ่งนั้น สื่อมวลชนมีภาระหน้าที่ในการนำเสนอข่าวสารที่อยู่ในความสนใจของสังคม และตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคข่าวสาร ขณะเดียวกัน การนำเสนอข้อมูลข่าวสารในด้านอื่นๆ ทั้งการเมือง เศรษฐกิจและสังคม ก็ยังคงมีการนำเสนออย่างต่อเนื่องเช่นเดียวกัน

โดยเฉพาะข่าวสถานการณ์ภัยแล้งที่ในปีนี้ นับว่ามีความรุนแรงมากกว่าทุกปี อันเนื่องมาจากหลายสาเหตุ ไม่ว่าจะเป็นปัญหาฝนทิ้งช่วง และการคาดการณ์ปริมาณน้ำฝนกับการพร่องน้ำของเขื่อนต่างๆ ไม่สอดคล้องกัน ซึ่งสื่อมวลชนทุกแขนงต่างก็มีการนำเสนอปัญหานี้มาอย่างต่อเนื่อง

แต่ปัญหาคือ ผู้บริโภคสื่อกลุ่มใหญ่ที่มีโอกาสเข้าถึง Social Media ส่วนใหญ่จะเป็นคนเมือง ซึ่งตราบใดที่พวกเขายังไม่ได้รับผลกระทบหรือได้รับความเดือดร้อนโดยตรงจากสถานการณ์ภัยแล้งแล้ว ความสนใจที่มีต่อข่าวภัยแล้งในสื่อออนไลน์ของคนเมืองจะมีอยู่น้อยมาก

ความจริงแล้ว ปัญหาภัยแล้งไม่ใช่เรื่องใหม่ที่เพิ่งเคยเกิดขึ้น แต่เป็นปัญหาที่ถูกนำเสนอเป็นข่าวเป็นประจำทุกปี มากบ้าง น้อยบ้างขึ้นอยู่กับสภาวะอากาศในแต่ละพื้นที่ จึงไม่ใช่เรื่องแปลกเช่นกันที่คนส่วนใหญ่จะไม่ได้คิดว่า ปัญหาภัยแล้งเป็นเรื่องใหญ่ จนกว่าภัยนั้นจะมาถึงตัวจริงๆ

อีกประการหนึ่ง เมื่อภัยแล้งเป็นปัญหาที่เกิดผลกระทบต่อเกษตรกรที่ต้องอาศัยน้ำในการหล่อเลี้ยงผลผลิต ผลกระทบจึงไม่ได้เกิดขึ้นทันทีแก่คนเมือง แต่จะค่อยๆ ซึมลึกผ่านราคาพืชผลทางการเกษตรที่สูงขึ้น จนกระทั่งกระทบดัชนีราคาผู้บริโภคที่สูงขึ้น นั่นแหละจึงจะกระทบกระเป๋าของคนเมือง

หรือหากจะให้คนเมืองรู้สึกกันจริงๆ ก็คงจะต้องแล้งถึงระดับที่กระทบต่อปริมาณน้ำดิบที่จะนำมาใช้ในการผลิตน้ำประปาเพื่อการอุปโภคบริโภคให้แก่คนเมือง เช่น มีการหยุดให้บริการน้ำเป็นระยะ เพื่อบังคับให้ทุกบ้านเรือนต้องประหยัดการใช้น้ำประปาโดยปริยาย ซึ่งน้อยครั้งมากที่ประเทศไทยจะประสบภาวะภัยแล้งถึงระดับนี้

และจนถึงวันนี้ ข่าวคราวเรื่องของภัยแล้ง ก็เริ่มจะจางหายไปจากความสนใจของสื่อมวลชนแล้ว เพราะฝนเริ่มตกในหลายพื้นที่เหนือเขื่อน รวมทั้งมาตรการการทำฝนเทียมเริ่มได้ผลในหลายพื้นที่ แต่ก็ยังมีอีกหลายจุดที่ยังประสบภาวะภัยแล้งอยู่ คาดกันว่าหลังจากนี้เป็นต้นไป ภาวะภัยแล้งที่เกิดขึ้นก็จะดีขึ้นเรื่อยๆ จนกระทั่งคนลืมไปในที่สุด

คำถามที่เกิดขึ้นในช่วงที่ผ่านมาคือ เราจะทำอย่างไรให้การเสนอข่าว “ภัยแล้ง” กลายเป็น “วาระแห่งชาติ” ที่มีประชาชนให้ความสนใจอย่างล้นหลามเช่นเดียวกับ “ปรากฏการณ์แตงโม-โตโน่” ซึ่งจากคำอธิบายข้างต้น คงเป็นไปได้ยาก หากเราทำให้ปัญหาภัยแล้งเป็นเรื่องที่กระทบกับการใช้ชีวิตประจำวันของคนเมือง ซึ่งเป็นคนกลุ่มใหญ่ที่บริโภคสื่อผ่านในทุกช่องทาง ไม่ว่าจะเป็นสื่อกระแสหลัก สื่อออนไลน์ หรือแม้กระทั่ง Social Media

นอกจากนี้ การนำเสนอข่าวภัยแล้งให้เป็นวาระแห่งชาติ ยังไม่ควรถูกโยนให้เป็นภาระของสื่อมวลชนเพียงอย่างเดียว เพราะภาครัฐในฐานะที่มีหน้าที่โดยตรงในการแก้ปัญหาภัยแล้ง ก็ควรจะต้องหันมาให้ความสนใจกับการแก้ไขปัญหาภัยแล้งอย่างยั่งยืน ไม่ใช่แก้ปัญหาเฉพาะหน้าไปในแต่ละปีเท่านั้น

ทั้งนี้ เพราะปัญหาภัยแล้ง ไม่ใช่ปัญหาที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติเพียงอย่างเดียว แต่ยังเป็นปัญหาที่เกิดขึ้นจากการจัดการน้ำที่ไม่มีประสิทธิภาพ ไม่ว่าจะเป็นการจัดการน้ำเพื่อการเกษตร การจัดการน้ำเพื่อการอุตสาหกรรม การจัดการน้ำเพื่อการอุปโภคบริโภคในครัวเรือน รวมถึงปัญหาการจัดการน้ำเสียในแต่ละภาค การบริโภคอย่างมีประสิทธิภาพอีกด้วย

ดังนั้น หากภาครัฐหันมาใส่ใจการแก้ปัญหาภัยแล้งอย่างยั่งยืนด้วยการปรับปรุงระบบบริหารจัดการน้ำให้มีประสิทธิภาพอย่างจริงจัง มากกว่าการคิดแบบตื้นๆ ตามแบบนักการเมืองว่า การแก้ปัญหาภัยแล้งและน้ำท่วมสามารถทำได้เพียงแค่การสร้างเขื่อนเท่านั้น การแก้ปัญหาภัยแล้ง ก็อาจจะกลายเป็นวาระแห่งชาติขึ้นมาได้


ชวรงค์ ลิมป์ปัทมปาณี
Twitter: @chavarong
chavarong@thairath.co.th

ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา เกิดปรากฏการณ์ข่าวสารอันมีต้นตอมาจาก Social Media จนเป็นข่าวใหญ่ที่มีผู้คนสนใจติดตามเป็นจำนวนมากในสื่อกระแสหลัก และก่อให้เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์ในหลายแง่หลายมุม 11 ก.ค. 2558 13:27 11 ก.ค. 2558 14:33 ไทยรัฐ


advertisement