วันพุธที่ 15 สิงหาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

โจ๋กาญจน์ยิงปืนขู่คู่อริกลางตลาด ตร.ไล่จับทั้งเมือง สุดท้ายยางแตกโดนรวบ

โจ๋เมืองกาญจน์เจอคู่อริชักปืนยิงขู่กลางตลาดโต้รุ่ง ก่อนซิ่งเก๋งหลบหนี ตร.ไล่สกัดจับวุ่นทั้งเมือง สุดท้ายยางแตกโดนรวบ เบื้องต้นสอบปากคำแล้วเสร็จ พร้อมทั้งรวบรวมพยานหลักฐานทั้งหมดให้ละเอียด ก่อนตั้งข้อหาในภายหลัง

เมื่อเวลา 01.30 น. วันที่ 11 ก.ค.58 ร.ต.ท.ชัยรัตน์ จันทร์อนันต์ พนักงานสอบสวน สภ.เมืองกาญจนบุรี ได้รับแจ้งจากศูนย์วิทยุ 191 ภ.จว.กาญจนบุรี ว่า เกิดเหตุมีกลุ่มวัยรุ่นจำนวนมากทะเลาะวิวาทกันที่บริเวณร้านข้าวต้มโต้รุ่ง ริมถนนแสงชูโต เขตเทศบาลเมืองกาญจนบุรี มีเสียงปืนดังขึ้นหลายนัด หลังรับแจ้งจึงรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบ จึงเดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ พร้อมตำรวจสายตรวจรถยนต์และรถจักรยานยนต์ไปช่วยระงับเหตุ เมื่อไปถึงพบกลุ่มวัยรุ่นอยู่เป็นจำนวนมาก หลังจากเห็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ จึงวิ่งไปขี่รถจักรยานยนต์หลบหนี

โดยมีกลุ่มวัยรุ่นอีกฝ่ายกำลังสตาร์ตรถยนต์เก๋ง ยี่ห้อซูซูกิ สวิฟท์ สีน้ำเงินป้ายแดง ทะเบียน ก 4681 ราชบุรี หลบหนีและได้ขับถอยหลัง รถยนต์เก๋งตำรวจได้เข้าสกัดแต่ไม่สามารถหยุดรถได้ คนขับเร่งเครื่องหลบหนีไปบนถนนแสงชูโต มุ่งหน้าศาลากลางจังหวัด ตำรวจได้ไล่ติดตามไปอย่างกระชั้นชิด โดยรายงานสถานการณ์ให้ศูนย์วิทยุ สภ.เมืองกาญจนบุรี ทราบอย่างต่อเนื่อง ระหว่างคนขับขับรถหลบหนี ได้เฉี่ยวชนรถยนต์เก๋งของประชาชนที่สัญจรไปมาเสียหายไปหลายคัน จนกระทั่งมาถึงบริเวณหน้าปั๊มน้ำมันแห่งหนึ่ง ที่อยู่ห่างจากตลาดโต้รุ่งประมาณ 2 กิโลเมตร รถยนต์คันดังกล่าวเสียหลักชนรถจักรยานยนต์ ยี่ห้อฮอนด้า เวฟ สีแดงดำ หมายเลขทะเบียน ขกจ 623 กาญจนบุรี ที่ นายกฤษดา วัฒนแย้ม อายุ 25 ปี อยู่บ้านเลขที่ 1 ถ.แสงชูโต 34 ต.ปากแพรก อ.เมือง จ.กาญจนบุรี เป็นคนขับ ล้มลงจนได้รับบาดเจ็บได้รับการช่วยเหลือนำส่ง รพ.พหลพลพยุหเสนา แพทย์รักษาพยาบาลอาการปลอดภัย ให้กลับบ้านได้

ส่วนรถเก๋งที่ก่อเหตุยังขับหลบหนีต่อไปจนไปถึง 3 แยกไฟแดงหน้าศาลากลางจังหวัดกาญจนบุรี คนขับจึงได้ยูเทิร์นมุ่งหน้ากลับเข้ามาทางตัวเมือง จนมาถึงบริเวณตรงข้ามกับซอยโกอู๋ รถยนต์คันดังกล่าวเกิดยางหน้าแตกทั้ง 2 ข้าง ไม่สามารถขับต่อได้ เมื่อเจ้าหน้าที่ไปถึง จึงคุมตัวคนขับเอาไว้ได้พร้อมกับเพื่อนที่มาด้วยกันอีก 2 คน เป็นชาย 1 คน และหญิงสาวอีก 1 คน

ระหว่างเจ้าหน้าที่คุมตัวชายวัยรุ่น 2 คนขึ้นไปอยู่บนท้ายกระบะรถยนต์ตำรวจสายตรวจ ส่วนหญิงสาวนั่งอยู่ภายในห้องโดยสาร มีกลุ่มวัยรุ่นคู่อริได้ขับขี่รถจักรยานยนต์ติดตามมาหลายสิบคน เมื่อพบจึงจอดรถจักรยานยนต์เอาไว้ฝั่งตรงข้ามถนน และวิ่งกรูกันเข้ามาด่าทอ ขณะนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจพยายามกันเอาไว้ แต่เมื่อเผลอก็ฉวยจังหวะชกต่อยชายวัยรุ่นที่เป็นคนขับรถยนต์เก๋งที่นั่งอยู่ท้ายกระบะไปหลายครั้ง เจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจได้พยายามกันเอาไว้อย่างฉุกละหุก จนกระทั่งเพื่อนตำรวจสายตรวจมาสมทบ กลุ่มวัยรุ่นคู่อริจึงรีบวิ่งไปขึ้นรถจักรยานยนต์แล้วขับหลบหนีไปอย่างรวดเร็ว

เมื่อเหตุการณ์สงบ เจ้าหน้าที่ได้ตรวจค้นภายในรถ พบเครื่องกระสุนปืนลูกซ้อม ขนาด .38 ตกอยู่ตรงที่วางเท้าเบาะซ้าย จำนวน 6 นัด ส่วนตัวรถยนต์พบรูกระสุนไม่ทราบขนาด 1 รู ประตูขวา 1 รู จึงได้คุมตัวไปสอบสวนที่ สภ.เมืองกาญจนบุรี พร้อมทั้งนำรถยนต์ไปตรวจค้นหาสิ่งผิดกฎหมายภายในรถอย่างละเอียดแต่ไม่พบ ขณะเดียวกันได้มีผู้เสียหายจากการถูกเฉี่ยวชนเดินทางมาที่ สภ.เมืองกาญจนบุรี เพื่อเรียกร้องค่าเสียหายที่เกิดขึ้น

ทราบชื่อคนขับรถยนต์คันดังกล่าวคือ นายวัฒนะ สินสืบผล อายุ 20 ปี อยู่บ้านเลขที่ 146/2 หมู่ 3 ต.วังขนาย อ.ท่าม่วง จ.กาญจนบุรี ส่วนเพื่อนที่มาด้วยกันเป็นชายอายุ 27 ปี และหญิงสาวอายุราว 20 ปีเศษ

ด้าน ร.ต.ท.ชัยรัตน์ จันทร์อนันต์ พนักงานสอบสวน สภ.เมืองกาญจนบุรี กล่าวว่า ขณะนี้กำลังสอบปากคำ นายวัฒนะ คนขับรถยนต์อยู่ แต่ยังไม่แล้วเสร็จ เบื้องต้นแจ้งข้อหาเมาแล้วขับกับครอบครองเครื่องกระสุนโดยไม่ได้รับอนุญาต ส่วนตัวปืนกำลังสืบสวนติดตามอยู่ว่าอยู่ไหน ส่วนเพื่อนของนายวัฒนะที่มาด้วย อยู่ระหว่างรอการสอบปากคำว่ามีส่วนเกี่ยวข้องหรือไม่ ก่อนเกิดเหตุเจ้าหน้าที่ยังทราบว่า กลุ่มวัยรุ่นทั้ง 2 ฝ่าย เคยกินเที่ยวด้วยกันมาก่อน แต่มาแตกคอกันในภายหลัง และมีเรื่องชกต่อยกันอยู่เป็นประจำ โดยช่วงเย็นของวันที่ 10 ก.ค.ที่ผ่านมา ก็ได้ก่อเหตุชกต่อยกันมาก่อน เจ้าหน้าที่ได้จับตัวทั้งหมดเอาไว้ได้ และนำตัวมาว่ากล่าวตักเตือนพร้อมกับให้เสียค่าปรับ จนกระทั่งมาก่อเหตุอีกครั้งหนึ่ง ส่วนจะดำเนินคดีกับใครบ้างจะต้องรอให้สอบปากคำแล้วเสร็จ พร้อมทั้งรวบรวมพยานหลักฐานทั้งหมดให้ละเอียด จึงจะตั้งข้อหาในภายหลัง

โจ๋เมืองกาญจน์เจอคู่อริชักปืนยิงขู่กลางตลาดโต้รุ่ง ก่อนซิ่งเก๋งหลบหนี ตร.ไล่สกัดจับวุ่นทั้งเมือง สุดท้ายยางแตกโดนรวบ เบื้องต้นสอบปากคำแล้วเสร็จ พร้อมทั้งรวบรวมพยานหลักฐานทั้งหมดให้ละเอียด ก่อนตั้งข้อหาในภายหลัง 11 ก.ค. 2558 11:40 11 ก.ค. 2558 12:14 ไทยรัฐ